เมื่อไม่นานมานี้ แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์ ได้แนะนำตัวในฐานะนักร้องผ่านซิงเกิล BABYBOO และก็ได้รับการต้อนรับจากแฟนๆ ในแบบที่น่าพอใจ มาตอนนี้เธอก็มีอีกซิงเกิลชื่อ 100% เป็นผลงานใหม่มาให้ฟัง โดยแต้วว่าความจริงซิงเกิลนี้ถือเป็นคอนเซ็ปต์หลักของโปรเจ็กต์ ซึ่ง แทน ลิปตา ธารณ ลิปตพัลลภ โปรดิวเซอร์ ตีความมาจากตัวตนของเธอ
“พี่แทนตีความจากความเป็นแต้ว ว่าถ้าสมมุติแต้วจะลุกขึ้นมาทำเพลง มันต้องมีความเป็นตัวตนของเราที่ชัดเจน เขาก็ไปทำการบ้าน ดูไลฟ์สไตล์แต้วในโซเชียลมีเดีย”
แล้วก็เห็นว่า “เราเป็นคนทำอะไรจริงจัง ทั้งเรื่องเล่น เรื่องงาน เลยตีความว่า ถ้าเป็นเรื่องความรัก เราก็จริงจังเหมือนกัน”

‘100%’ จึง “เป็นเพลงที่เรานำเสนอความพอสซิทีฟของความรัก ถ้าเรารักอะไร รักใคร ก็ให้ใจเต็มร้อย เต็มที่ จริงจังกับมัน เพราะฉะนั้นแฮปปี้แน่นอน ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องคิดถึงอดีต หรืออนาคตอะไรใดๆ แค่อยู่ปัจจุบันตรงนี้ และทำให้มันเต็มที่ แค่นั้นเอง”
ตัวเธอเองก็ชอบเพลงนี้มาก
“แต้วว่ามันเป็นความมองโลกในแง่ดี มองในแง่บวก แล้วนำเสนอความเป็นตัวเรา ฟังได้เรื่อยๆ มีความสบายๆ ไม่ได้ดูตู้มๆ จนเกินไป กำลังพอดีในความเป็นตัวเรา และการออกมาในฐานะเป็นศิลปิน เป็นนักร้อง”
“เป็นตัวเรามาก ทั้งดนตรี ทั้งเนื้อหา เลยค่อนเข้าอินเลิฟเพลงนี้”
เล่าด้วยว่า ช่วงแรกๆ ความอยากมีส่วนร่วมในเพลง อยากทำหลายอย่าง จึงได้เสนอความเห็น “บอกพี่แทนคะ แต้วว่าเราลองเปลี่ยนเนื้อร้องตรงนั้น ตรงนี้ดีไหม พี่แทนก็กลับไปช่วยคิด แต่ฟังไปฟังมา ก็เอาที่พี่แทนคิดดีแล้วค่ะ” นึกถึงแล้วแต้วก็ยิ้ม
อย่างไรก็ดี ในส่วนของเอ็มวี เธอได้ให้ความเห็นไปอย่างเต็มที่ และก็ออกมาแบบพอใจยิ่ง
เทียบเพลง 100% กับความเป็นตัวเอง แต้วบอกว่า “เราเป็นคนที่จริงจังทั้งในการทำงานและทุกอย่าง เลยตีความเป็นตัวเลข เป็น 100% ซึ่งเป็นเมสเสจหลักที่ดูเป็นตัวเรา แล้วพอขยายภาพเป็นเอ็มวี มันยังมีความสดใสอยู่ในความเต็มที่ ในความจริง มันก็เป็นตัวเรานี่แหละ ที่ชอบเอ็นจอย ชอบที่จะเต้น ชอบร้อง ชอบแสดงออกตามที่ทุกคนเห็น”

ในแง่ความคาดหวัง แต้วบอกว่า ไม่ได้แตกต่างจากตอนปล่อยเพลง BABYBOO หรือตอนที่ทำงานด้านอื่นๆ
“ความคาดหวังมันมีมาตั้งแต่ช่วงที่ทำงานแหละ คือเราคาดหวังได้นะ แต่ก็ต้องทำเต็มที่ ให้เท่ากับที่คาดหวัง เหมือนพอเรานำเสนอตัวเองในฐานะนักร้อง มันน่าจะกดดันในพาร์ตของการเป็นนักร้องมากกว่า ว่าเราอยากจะทำให้สมกับที่มีซิงเกิล หรือการโปรโมต ก็พยายามพัฒนาตัวเองให้เป็นที่ยอมรับในจุดนั้นให้ได้ แต่ก็ไม่กดดันตัวเองจนเกินไป ว่าจะต้องได้ยอดวิวเท่าไหร่ แค่รู้สึกว่าตอนนี้ปล่อยไปจากมือเราแล้ว เสร็จหมดทุกอย่าง เลยไม่ได้กดดันแล้ว”
จากนักแสดง พอมาเป็นนักร้องเต็มตัว แต้วบอกว่า เอาเข้าจริงเธอยังเขินๆ กับสถานะใหม่
“จริงๆ แล้ว แต้วเป็นคนที่ไม่มั่นใจในการร้องเลย แต่ก็คิดว่าถ้าเรายังไม่เก่งเรื่องอะไร ก็ลองกระโดดเข้าไปทำดู ดีไม่ดี มันก็อาจจะทำให้ได้เจอปัญหา แล้วเราก็ค่อยๆ แก้ปัญหาไป เพราะแต่ละคนก็มีต้นทุนของตัวเองไม่เท่ากัน มันเป็นความจริงจังของเราในอีกรูปแบบหนึ่ง”

“เราแค่เริ่มต้นจากสิ่งที่เราอยากจะทำ โปรเจ็กต์ที่เราเอ็นจอย มันยังห่างจากคำว่าประสบความสำเร็จ แต่เราได้โอกาสในการเปิดตัวเองที่จะให้คนเห็นเราในมุมใหม่ๆ มากขึ้น ก็แค่เอ็นจอยโมเมนต์ไป พยายามพัฒนาตัวเองให้กระเถิบเข้าใกล้คำว่านักร้องมากขึ้น แต้วไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นนักร้อง มองว่าเป็นศิลปินที่ใช้เพลง เนื้อหาในเพลงเสนอมุมมองของตัวเองในอีกรูปแบบหนึ่ง”
ซึ่งอยากให้ทุกคนได้เห็น


