“พอพี่พิม (พิมมาดา บริรักษ์ศุภกร) กับพี่เจี๊ยบ (โสภิตนภา ชุ่มภาณี) ติดต่อมา ก็รับเลยค่ะ” ชิงชิง คริษฐา สังสะโอภาส เล่าที่มาของการรับบท ‘มารศรี’ ในละครเรื่อง ‘คุ้งเสน่หา’ ที่กำลังออกอากาศทางช่อง 7 HD ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 18.45 น. แบบไม่กั๊ก
ครั้นถามว่าทำไมเหตุผลมันง่ายขนาดนั้น ชิงชิงหัวเราะขำ แล้วว่า ตอนนั้นรู้แค่เป็นละครแนวย้อนยุค แต่เนื้อหาเป็นแบบไหน บทบาทที่ได้เป็นอย่างไร ไม่รู้จริงๆ ที่รู้ก็แค่จากที่เคยร่วมงานกับ ‘พี่ๆ เขา’ มา ก็อยากจะร่วมงานอีก
สำหรับตัวละครที่ได้รู้จักภายหลัง “แซ่บมากค่ะ” ชิงชิงบอก
“คือเป็นคนสวยมาก มั่นใจมาก ปากจัด คิดอะไรก็พูด โดยที่เหมือนยังไม่ได้กลั่นกรองความคิด คือพูดไปก่อน แล้วเดี๋ยวค่อยว่ากัน”
ดังนั้น “พออ่านบทแล้ว โอ๊ย…มารศรี เธอเป็นขนาดนี้เลยเหรอ” คนแสดงเล่าพลางออกอาการ
อย่างนั้นเทียบกับตัวเองแล้วเป็นยังไง?
“จะเป็นชิงชิงในเวอร์ชั่นที่อัพเลเวลขึ้นไปค่ะ” ตอบทันที พลางหัวเราะ
“คือตัวจริง ถ้าคนสนิทชมว่าสวย ก็อ๋อ…รู้อยู่แล้ว แต่มารศรีไม่ได้ ฉันต้องสวยที่สุด ขั้นกว่า ไม่มีใครสวยสู้ฉันได้ มั่นใจเบอร์นั้น”
ส่วนเรื่องปากจัด ความด่าผู้ชายทุกคน ยกเว้นพระเอกลิเกที่เธอหลงรัก เป็นติ่ง เป็นแม่ยกที่ตามติดไปทุกวิกซึ่งเขาเปิดแสดง จนทำให้ผู้ชายรอบตัวพากันขยาด ชิงชิงบอกว่า ในชีวิตจริงจะไม่ถึงขนาดนั้น แค่เป็นคนชอบพูด ชอบแซวคนที่สนิทมากกว่า ส่วนว่าจะมีคนขยาดไหม ชิงชิงให้คำตอบเป็นเสียงหัวเราะร่วน ก่อนจะว่า ไม่น่านะ
เพราะเอาเข้าจริง คนในช่องไม่ค่อยมองเธอเป็นผู้หญิงอยู่แล้ว
“พวกพี่ๆ เขาจะมองว่าเราเป็นเด็กผู้ชาย กับคนอื่นเขาจะพูดครับ เอาอันนี้ไหมครับ น้องกินข้าวหรือยัง ไปกินข้าวกันครับ แต่กับเรา เฮ้ย! ชิง กินข้าว เจอแบบนี้ตั้งแต่เข้าช่องแรกๆ เลยค่ะ”
จะบอกว่าเหตุผลเพราะเป็นคนปากไว ชอบแซวใครต่อใคร รวมถึงบุคลิกจริงที่ดูบอยๆ หน่อย ก็อาจเป็นได้
“คือเป็นคนหน้าหวาน ทุกคนก็จะคิดว่าเรียบร้อย ซึ่งไม่ใช่ค่ะ” เผยตัวตนแล้วชิงชิงก็หัวเราะ

“แล้วคนอาจจะติดลุคหนังเจ้ามา เคยเล่นหนังเจ้ามาก่อน แต่งองค์ทรงเครื่องแบบหญิงไทย กิริยามารยาทก็เจ้าหญิงนิดนึง แต่ถ้ามารู้จักกันจริงๆ จะรู้ว่าไม่ใช่ ไม่ใช่เลย” ชิงชิงซึ่งเป็นลูกสาวคนเดียวของครอบครัว และเติบโตมาในวงล้อมของลูกพี่ลูกน้องซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย จะมีที่เป็นผู้หญิงก็แค่คนเดียว แถมเขายังไม่ค่อยเล่นกับเธอ เผยพลางยิ้ม
วัยเด็กของนางเอกคนสวยจึงเป็นการปีนต้นไม้ ยิงปืน ส่วนตุ๊กตาน่ะ ลืมไปเสียเถิด
“แล้วเป็นคนชอบกวน ชอบการได้ต่อปากต่อคำ เวลาโดนคนสนิทๆ ด่าๆ จิกๆ แบบเล่นๆ รู้สึกว่าแฮปปี้ มีความสุข สบายใจ”
การได้แกล้งเอาน้ำปลาไปใส่แก้วเป๊บซี่ของเพื่อนฝูง ก็สนุกดี
“ตอนที่เล่นละคร มีฉากหนึ่งที่คนเล่นกับเราเขากลัวงู เราก็เอางูวิ่งไล่เขา” ตอนนี้ทั้งน้ำเสียง ทั้งอากัปกิริยาของคนเล่า เห็นได้ชัดว่ากำลังหวนนึกถึงอารมณ์อยากแกล้งในวันนั้น

ถามไปว่า งูที่ว่านั่นงูปลอมใช่ไหม?
“งูจริงค่ะ” ชิงชิงบอกหน้าตาเฉย
“เป็นเหมือนงูกินปลา ไม่ได้มีพิษ แต่ก็ดูน่ากลัวอยู่ คือมันอยู่ในมือเราแล้วไง เราต้องจับในฉาก พอเห็นพี่เขากลัว ก็เอาซะหน่อย”
แสบไหมล่ะ?
เรื่องงู ชิงชิงบอกว่าเธอไม่กลัว เช่นเดียวกับไม่กลัวหนู ไม่กลัวแมลงสาป แต่ๆๆๆ “กลัวจิ้งจก ตุ๊กแกก็ไม่เอา คือสปีชีส์แบบกิ้งก่าอะไรอย่างนี้ก็ไม่ได้”
ที่เป็นอย่างนั้นเป็นเพราะเคยมีประสบการณ์ชนิด เดินอยู่ดีๆ ก็มีจิ้กจกตกใส่ มีการเลื้อยเข้ามาหา
“คือทุกคนบอกว่าไม่นะ จิ้งจกจะกลัวคน ซึ่งไม่จริง ตัวที่วิ่งหาชิง มันไม่กลัวคน” เธอยืนยัน ซึ่งพอได้ฟังแล้วสารภาพว่าเราหลุดขำ
ชิงชิงในวัย 26 และทำงานในวงการบันเทิงมาแล้ว 7-8 ปี บอกว่า ตอนแรกนี่ไม่ใช่งานในฝันเลยสักนิด เพราะที่คิดไว้มีเพียงความอยากเป็นแอร์โฮสเตส เพราะคิดว่าน่าจะทำให้ได้เที่ยว
“แต่พอได้เข้ามาในวงการ ได้ทำอะไรใหม่ๆ รู้สึกว่าเป็นงานที่น่าสนใจกว่า”
ทุกวันนี้จึงตั้งเป้าว่า “อยากอยู่ตลอดไปเลยได้ไหม”
“รู้สึกว่าอยู่ตรงนี้แฮปปี้มากเลย”
“จริงๆ นะ” คือคำยืนยันส่งท้าย


