เบนซ์ ปุณยาพร มูเตลูขั้นสุดใช้ชีวิตตามหมอดู 5 ศาสตร์ เล่าถึงดาราที่ไม่ขอเผาผี

28.06.22 | 11:24 น.

เบนซ์ ปุณยาพร มูเตลูขั้นสุดใช้ชีวิตตามหมอดู 5 ศาสตร์ เล่าถึงดาราที่ไม่ขอเผาผี

นักแสดงสาวมากความสามารถ เบนซ์ ปุณยาพร ที่วันนี้จะมาเปิดใจเส้นทางสายมูขั้นสุด ใช้ชีวิตบนพื้นฐานของหมอดู พร้อมเผยเหตุการณ์ปรี๊ดแตกกับนักแสดงปริศนา ผ่านทาง รายการ คุยแซ่บshow ทางช่องวัน31

เขาบอกว่าเบนซ์ชอบสายมูตั้งแต่ก่อนเข้าวงการ?
เบนซ์ : ใช่ค่ะ เป็นคนชอบอ่านดวง แล้วก่อนประกวดดัชชี่ก็จะมีเพื่อนๆ ไปดูดวง แล้วมีเพื่อนแนะนำว่าเนี่ยถ้าแกประกวดดัชชี่นะอาบน้ำแสงจันทร์เลย เดี๋ยวจะได้รางวัลแน่นอน หนูก็ไปนะ แล้วจะมีอาจารย์คนที่ช่วย ต้องไปอาบ 12 วันในเวลานี้ แต่หนูไปกับแม่หนูนะ เพราะหนูไม่รู้ว่ามันน่ากลัวหรือเปล่า

อาบน้ำแสงจันทร์คือยังไง?
อาจารย์เป็นหนึ่ง : การอาบน้ำแสงจันทร์จริงๆ เขาเรียกการอาบน้ำ เพื่อเป็นสิริมงคลกับชีวิต เชื่อว่าการล้างสิ่งที่ไม่ดีออกไป มันจะเสริมสิ่งที่ดีกลับเข้ามา ตำราโบราณจะเชื่อกันว่าคนที่อาบน้ำแสงจันทร์จะเสริมให้มีเสน่ห์ มีความนิยมชมชอบ

อาบน้ำแสงจันทร์ทำยังไง?
เบนซ์ : มันก็เหมือนอาบน้ำมนต์นี่แหละ แล้วไปรับแสงพระจันทร์แล้วอาบให้ตรงวัน แล้วสวดมนต์อธิษฐานขอจิต 1 ข้อว่าเราอยากได้อะไร

หลังจากอาบน้ำแสงจันทร์ 12 คืนติดกัน ดัชชี่ได้รางวัลที่เท่าไหร่?
เบนซ์ : ได้รองอันดับ 1 ได้ตำแหน่งมาแบบงงๆ ด้วย ปี 2004 จริงๆ ไปกับเพื่อน คือเพื่อนตั้งใจว่าต้องได้แน่นอน ไม่ค่ะ เพื่อนไม่ได้ ตอนนี้เพื่อนไปอยู่อเมริกาสบายใจแล้ว

Advertisement

นั่นเป็นสาเหตุให้เราเชื่อการมูเลยไหม เพราะว่ามูตอนนั้นแล้วมันได้จริงๆ?
เบนซ์ : ใช่ ก็เชื่อมาตั้งแต่ตอนนั้นเลย มันเลยส่งผลเหมือนจะทำอะไร คือมันแล้วแต่คนนะคะ มันคือความสบายใจในแต่ละวันที่เราได้รับ

ทุกอย่างที่เบนซ์ต้องทำ ต้องถามหมอดู?
เบนซ์ : ใช่ ทุกเรื่อง ตอนนี้มีหมอดู 5 ศาสตร์ ศาสตร์แรกคือซินแส คือให้มาดูบ้าน อย่างอาจารย์เป็นหนึ่ง อันที่สองจะดูฤกษ์ในการออกรถ ออกบ้านก็จะเป็นอีกคน งานก็จะเป็นอีกอัน จะเป็นเปิดไพ่ สมมุติว่ามีละครเรื่องไหน หนูว่าหนูโรคจิตเหมือนกันนะ สมมุติเล่นละครเรื่องไหน เนี่ยอาจารย์อันนี้หนูเล่นดีไหม ถ้าอันไหนเขาบอกว่าไม่ดี หนูก็ไม่เล่น แล้วมีเหตุการณ์หนึ่งหนูอยากจะเจอเขามาก แต่ไม่เคยได้คิวเลย แต่หนูไปเจอเขาตามงานตลอด ช่วยมาดูลายเซ็นให้หน่อย หนูจะทำธุรกิจ เขาบอกว่าแป๊บนึงนะ คิวอย่างนู้น อย่างนี้ เบนซ์ก็แบบทำยังไงดีถึงจะแบบจะได้เจออาจารย์ เบนซ์มีพระพิฆเนศอยู่ที่บ้าน ก็ไปไหว้พระพิฆเนศแล้วขอให้หนูได้เปลี่ยนลายเซ็นกับอาจารย์เป็นหนึ่ง อาทิตย์เดียวเท่านั้นได้เจอโดยที่เขาไปงาน แล้วเขามาบ้านหนูด้วย มันเป็นอารมณ์แบบรายการแล้วเขาต้องมาที่บ้าน

หมอดูในเมืองไทยมีเยอะแยะ ทำไมต้องอยากดูกับอาจารย์เป็นหนึ่ง?
เบยซ์ : ไม่รู้ เขาเหมือนมีพลังบวกอะไรบางอย่างที่น้องดูในไอจี

อาจารย์เป็นหนึ่ง : ไปถ่ายรายการบ้านเขา พอไปเจอปุ๊บ โหงวเฮ้งแบบนี้น่าจะวุ่นวาย เพราะลักษณะของเขาเป็นคนที่ทำได้ทุกอย่างในเวลาเดียวกัน เรารู้สึกว่าถ้าเจอเขา เขาคงจะมีคำถามเยอะ พอเจอเขา เขาก็เล่าให้ฟังว่าหนูต้องมูขอพระพิฆเนศเพื่อให้ได้เจออาจารย์ ถึงว่าฉันร้อนรน อยู่ไม่ถูกเลย

เบนซ์ : จริงๆ หนูล่อด้วยผู้ชายด้วยแหละ

อาจารย์เป็นหนึ่ง : จริงๆ ลักษณะบ้าน ฮวงจุ้ยเขาดี แค่ปรับเล็กน้อย เขาก็จะไม่เวิ่นเว้อ

เบนซ์ : ปรับห้องนอน มุมโต๊ะอาหาร

เปลี่ยนลายเซ็นให้เขาแล้ว อาจารย์ว่าชีวิตเขาดีขึ้นไหม?
อาจารย์เป็นหนึ่ง : เดิมเนี่ยเราเห็นลายเซ็นของเขามีความยุ่งเหยิง พอปรับเปลี่ยนให้เขา เราแอบดูเขาอยู่ด้านหลัง เราเห็นเขามีเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องอะไรก็ตาม เรามองว่าจุดเปลี่ยนเขาเริ่มมาแล้ว ทุกอย่างเริ่มดีขึ้น แล้วจะดีแบบนี้ต่อไปอีกเรื่อยๆ ถ้าเขาไม่เปลี่ยนตัวเองแรงจนเกินไป

พอเขาให้เปลี่ยนลายเซ็นเราเปลี่ยนเลย?
เบนซ์ : หนูเปลี่ยนเลย แล้วตามอาจารย์เขาจะมีสวดมนต์ หนูก็ทำตามเขา หนูรู้สึกว่าจิตใจหนูนิ่งขึ้น แล้วสงบขึ้น ตอนนี้หนูทำงานเยอะ ส่วนมากหนูจะนอนในรถตู้ มันไม่ได้รู้สึกเหนื่อยกว่าปกติ เมื่อก่อนจะรู้สึกแบบอันนั้นก็ลืม อันนี้ก็ลืม คือมันอะไรไม่รู้ คืออันนี้รู้สึกแบบนิ่งขึ้น ไปทีละสเต็ป คือมันเป็นกราฟที่ดี

ก่อนจะเล่าถึงบุคคลหนึ่ง คนนี้เป็นคนเดียวในวงการที่เราไม่เผาผี?
เบนซ์ : ไม่ดีกว่าค่ะ

ถ้าเขาไฟไหม้ต่อหน้าช่วยไหม?
เบนซ์ : อาจจะช่วยก็ได้ เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร

ทำไมอยู่ๆ ถึงมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น?
เบนซ์ : มันเหมือนมีการเข้าใจผิดกันนิดนึง แต่จริงๆ เรื่องที่เกิดขึ้นมันไม่ได้เกี่ยวกับเบนซ์ มันเกี่ยวกับเพื่อนอีกทีนึง เราก็คิดว่าจบแล้ว พอเจอหน้ากันโอเคไม่มีปัญหา แต่พอจะมาร่วมงานกัน เขาบอกว่าไม่อยากร่วมงานกับเรา เราก็แบบว่าทำไมไม่อยากร่วมงานกับเรา คืออะไร หนูเป็นคนที่พูดอะไรแล้วต้องพูดให้จบ ให้เคลียร์ ถ้าเจอหน้ากันหนูจะเดินไปถามเลย หนูรู้สึกว่าเราไม่ได้เป็นคนผิด แล้วเรายังเป็นเพื่อนกันได้ก็จบ

แล้วมันมาถึงจุดที่ไม่เผาผีกันได้ยังไง?
เบนซ์ : คือเขาเดินออกไปเลย แล้วเขาไม่คุยกับหนู แค่นั้น หนูก็เลยโอเคจบ ถ้าคุณไม่คุยแบบนี้ เราก็ไม่ต้องคุยกันอีกเลย เอาแบบนี้ดีกว่า อย่าใช้คำว่าเผาผี เดี๋ยวเป็นเรื่อง เอาเป็นว่าห่างๆ กันดีกว่า ไม่เจอก็ไม่เจอ

เรื่องนี้กี่ปีแล้ว?
เบนซ์ : ประมาณ 10 กว่าปีแล้ว ตั้งแต่เด็กๆ เลย

ยังคาใจอยู่ทุกวันนี้?
เบนซ์ : ใช่ค่ะ ไม่เคลียร์ก็คือไม่เคลียร์

แล้วทุกวันนี้เขารู้ไหม?
เบนซ์ : เขาน่าจะรู้แหละ แต่ด้วยความที่เขาไม่สนใจก็เฉยๆ ไป ซึ่งเขาก็ยังอยู่ในวงการ คือตัวเบนซ์เองอยากจะบอกลักษณะนิสัยของตัวเองว่า ถ้าพูดอะไรก็พูดให้จบ ให้เคลียร์ แล้วเราจะกลับมาเป็นเพื่อนกันได้ แต่ไม่ได้เป็นเด็กที่ก้าวร้าวนะ คุยด้วยเหตุและผล

ถ้าเขาดูรายการ แล้วโทรมาเคลียร์ บอกว่ากลับไปเป็นเพื่อนกันได้ไหม?
เบนซ์ : ให้ได้ๆ ไม่ติดๆ คือถ้าต้องเจอกัน ก็เจอได้แต่อาจจะไม่ได้คุยกัน ห่างๆ กัน

ถ้าเขาดูอยู่ อยากบอกอะไรเขา?
เบนซ์ : อยากจะบอกว่าทุกอย่างมีการเข้าใจผิดกัน อีกอย่างเรื่องมันจบไปนานแล้ว ถ้าจะกลับมาเป็นเพื่อน เป็นอะไรก็เป็นได้

ย้อนกลับไป 10 กว่าปีไม่เจอกันเลยเหรอ?
เบนซ์ : ไม่เจอกันเลยค่ะ ไม่ได้เล่นละครด้วยกัน เพราะเราออกมาแล้ว

เบนซ์พบจิตแพทย์ทำไม?
เบนซ์ : หลังๆ เบนซ์ได้รับบทมันหนัก ดราม่า ร้องไห้เยอะ มันมีอยู่ช่วงหนึ่งที่จิตมันหลุดไม่ค่อยได้นั่งสมาธิด้วย ร้องไห้ตลอดเวลา ขึ้นรถมาอยู่ดีๆ รู้สึกทำไมมันเศร้าจัง แล้วก็ไปนั่งคุยกับหมอ

หมอว่าไง?
เบนซ์ : หมอให้ฝึกสมาธิ เขาไม่ได้ให้กินยาอะไรนะ ให้ปรับวิธีการคิดใหม่ ปล่อยวาง

ตอนนั้นกลัวว่าจะเป็นโรคซึมเศร้าไหม?

เบนซ์ : กลัวมาก แต่พอพูดกับหมอไปเรื่อยๆ  หมอก็บอกว่าไม่เป็นหรอก เพราะพูดมาก ตอนนี้อาการดีขึ้น ไม่ได้พบคุณหมอแล้ว แค่ตอนนั้นไปเปิดใจแล้วไปคุยกันว่ามันเกิดจากสาเหตุอะไร เราเป็นเด็กที่ไม่ค่อยปิด เราจะพูดไปเลย ว่าเรารู้สึกแบบนี้ เป็นแบบนี้นะ