อิ๋งอ้อยบอก อิ๋งอิ๋ง สู้มะเร็งอย่างที่สุด ก่อนจากไปอย่างสงบ เผยจะยกสมบัติให้หลาน ไม่ขอรับ เตรียมยกบริจาคสร้างมูลนิธิ-วัด ทำกุศลให้พี่สาว ด้านอดีตสามีไม่ได้มาดูแล ยันพี่สาวเข้มแข็งมาตลอด ดูแลตัวเอง
นับเป็นอีกหนึ่งความสูญเสียของวงการบันเทิงและสื่อมวลชน กับการจากไปของ อิ๋งอิ๋ง-ดร.สิทธิณี กิตติสิทโธ พิธีกรดังยุค 90 ซึ่งเสียชีวิตจากอาการป่วยด้วยโรคมะเร็งอย่างสงบเมื่อเช้าตรู่ของวันนี้ (2 ก.ค.)
วันเดียวกันนี้ ที่ศาลาบำเพ็ญกุศล วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. ซึ่งจัดพิธีรดน้ำศพ และบำเพ็ญกุศล ดร.สิทธิณี กิตติสิทโธ ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้าของครอบครัวกิตติสิทโธ

โดย อิ๋งอ้อย-สิทธิวดี กิตติสิทโธ น้องสาวของอิ๋งอิ๋ง เผยว่า “เมื่อเช้าเวลา 06.13 น. พี่อิ๋งค่อยๆ ดาวน์ลง เหมือนระบบร่างกายชัตดาวน์หยุดหายใจลงไปเอง พี่อิ๋งเข้า รพ.ตั้งแต่วันที่ 6 มิ.ย. เขาปิดไม่อยากให้น้องตกใจ พอเรารู้ก็ไปหาเขาที่ รพ.รามาฯ เขายังพูดได้ ทุกอย่างตอบรับ อาทิตย์ถัดมาคุณหมอบอกว่าอยากให้มาเซ็นเอกสารฉบับหนึ่งที่ รพ. ให้เซ็นว่าหนึ่งไม่ปั๊มหัวใจ และไม่ใส่ท่อไม่ทำอะไรเลย เรายังรู้สึกว่าพี่อิ๋งยังตอบรับได้ดีอยู่เลย”
“พอเริ่มตั้งแต่วันที่ 20 ระบบร่างกายพี่อิ๋งเริ่มไม่ตอบรับ ถามอะไรก็เริ่มไม่ตอบรับ ถามพี่อิ๋งว่ารู้สึกไหมว่าระบบการตอบรับช้าลง แต่เค้าก็ยังตอบรับเราได้ แต่พอหลังจากวันที่ 20 ถามอะไรพี่หญิงไม่ตอบรับแล้ว เมื่อสองวันที่แล้วสงสารเขาที่สุด เพราะว่ามือเค้าไม่สามารถคอนโทรลอะไรได้เลย มือคว้าสายออกซิเจนและกระชากออก บอกว่าไม่เอาแล้ว จากที่พูดไม่ได้ เขาก็กระชากสายออกซิเจนออกและพูดว่าไม่เอาแล้ว”
“พี่อิ๋งเป็นคนที่ทำบุญเยอะมาก วันสุดท้ายก่อนที่พี่หญิงจะไม่รู้เรื่องมีพระที่พี่อิ๋งนับถือจากภูทับเบิกขึ้นมาทำฟันที่กรุงเทพฯ เราก็โทรหาครูบาขอให้ท่านมาหาพี่อิ๋ง ซึ่งวันนั้นเป็นวันที่พี่อิ๋งไม่รู้สึกตัวแล้ว ตอนที่ท่านมาก็บอกพี่อิ๋งว่าครูบามา ณ ขณะนั้นพี่อิ๋งก็ยกมือไหว้และบอกสาธุ”
ทั้งนี้ ระหว่างที่อยู่ รพ.ได้ถามว่าพี่อิ๋งอยากทำอะไรไหม ถ้ามีอะไรให้บอกอ้อยได้เลย เดี๋ยวจะทำให้ เขาบอกว่า “จะจัดการเอง ไม่เป็นไร” สอดคล้องกับที่อิ๋งอิ๋งเคยบอกไว้ก่อนหน้านี้ว่าไม่อยากจัดงานศพ เพราะไม่อยากให้ใครมาร้องไห้
อิ๋งอ้อยกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “ใช่ค่ะ แต่ด้วยร่างกายของพี่อิ๋ง เชื้อมะเร็งเป็นไปหมดแล้ว ดังนั้น ร่างกายไม่สามารถบริจาคให้ใครได้ ตอนที่พี่อิ๋งยังนอนรักษาตัวอยู่ต้องเจาะน้ำออกจากปอด แต่ล่าสุดคุณหมอบอกว่าตอนนี้มะเร็งได้แทรกเข้าไปหมดแล้ว ร่างกายให้ไปก็ไม่มีประโยชน์”

สำหรับการรักษาโรคมะเร็ง อิ๋งอ้อยเล่าว่า “เมื่อสามปีที่แล้วหลังจากทำคีโม 24 ครั้ง เขาต่อสู้กับมะเร็งมาเกินสามปี เพราะตอนที่เขารู้ว่าเขาเป็นมะเร็งคือระยะที่สองแล้ว จากนั้นเขาก็สู้มาโดยตลอด แต่ครั้งหลังเขาสู้ไม่ไหว เขาจะเข้ามาให้คีโมแต่เม็ดเลือดขาวต่ำมาก และไม่สามารถทำคีโมได้ต้องให้เลือดเพิ่ม พอให้เลือดเพิ่มพี่อิ๋งก็ไม่สู้แล้ว”
เมื่อถามว่า ได้บอกอะไรกับพี่สาวเป็นครั้งสุดท้ายบ้าง อิ๋งอ้อยตอบว่า “พี่อิ๋ง ถ้าเหนื่อยก็พัก พี่อิ๋งไม่สู้ก็ไม่เป็นไร ที่เหลืออ้อยกับน้องสาวจัดการให้เอง ไม่ว่าบริษัทหรือสิ่งต่างๆ ของพี่อิ๋งเราคุยกันไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่าทรัพย์สมบัติของพี่อิ๋งทั้งหมดอ้อยถามน้องสาวว่าเอาไหม อ้อยก็บอกว่าอ้อยไม่เอา เราทั้งสองคนเลยคุยกันว่าทรัพย์สมบัติของพี่อิ๋งทั้งหมดหลังจากที่เคลียร์ทุกอย่างเราจะบริจาคทั้งหมด
เราได้ถามพี่อิ๋งก่อนหน้านี้ว่าเอาให้วัดไหม เพราะว่าเงินของพี่อิ๋ง ทรัพย์สมบัติทั้งหมดสามารถสร้างวัดได้เลย สิ่งที่พี่อิ๋งห่วงที่สุดตอนนี้คือห่วงแมวทั้งสี่ตัว พี่อิ๋งเคยพูดว่าเขาจะยกสมบัติทั้งหมดให้กับลูกอ้อย แต่อ้อยบอกว่าอ้อยไม่รับ เนื่องจากเรามีมือมีเท้ามีสมอง ทำไมเราต้องจ้องที่จะเอาแต่สมบัติเขา และก็ไม่ภาคภูมิใจเลย”
“ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทางครอบครัวเป็นคนซัพพอร์ต มีอยู่ช่วงหนึ่งพาพี่อิ๋งไปอยู่กับอ้อยที่บ้าน แต่เขาก็หนีกลับบ้าน เขาบอกมีโลกส่วนตัว เขาบอกกับญาติว่าเขาคิดถึงแมว เขาเป็นผู้หญิงที่สตรองมาก นาทีสุดท้ายเขาเจ็บ เขาก็ไม่ร้องเลย ไม่มีร้องเจ็บโอดโอยเหมือนคนที่เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย”
สำหรับ กระแสก่อนหน้าที่มีข่าวว่าพี่น้องทะเลาะกัน อิ๋งอ้อยเผยว่า “พี่อิ๋งเคยบอกว่าทะเลาะกับอ้อย ต้องบอกว่าอ้อยกับพี่อิ๋งเราเป็นพี่น้องคลานตามกันมา เวลาเราเห็นพี่เจ็บพี่ล้มทำไมเราจะไม่ซัพพอร์ต แม้กระทั่งวันที่เขามีปัญหา พี่อิ๋งจะกลับไปอยู่คนเดียว เราก็บอกว่าไม่ได้ ต้องดึงมาอยู่กับเรา เขาก็มาได้แป๊บๆ ก็กลับไปอยู่คนเดียวและก็บอกกับญาติๆ ว่าสงสารแมว คิดถึงแมว”
“แกน้อยใจ แกคุยกับเราแล้วเราก็บอกแกว่าพี่อิ๋งความสุขสุดท้ายของพี่อิ๋งคิดเลย เพราะนาทีนี้เวลาพี่อิ๋งเหลือน้อย ให้ไปคิดให้ดีๆ อะไรที่มีความสุข อยากทำอะไรพี่ทำเลย ความสุขของพี่อยู่ตรงไหนไปตรงนั้น”
ส่วน ประเด็นกลับไปคืนดีกับสามี อิ๋งอ้อยเล่าว่า “ก็ไม่ได้กลับมาดูแลนะคะ เหมือนเขาบอกว่าเขาคบกันเป็นกิ๊กเฉยๆ กลับมาก็เจอกัน ออกไปทานข้าว พี่อิ๋งก็ดูแลตัวเอง เขาไม่ได้เข้ามาอยู่ในบ้าน นาทีสุดท้ายของพี่อิ๋งจนวันนี้ แม้กระทั่งพิธีรดน้ำศพ แต่งหน้าศพ ก็พี่น้องนี่แหละ ส่วนวันอื่นๆ เขาจะมาไหมก็แล้วแต่เขา ตรงนี้เราทำให้พี่สาวเราอย่างดีที่สุด ส่งเขาให้มีความสุขที่สุด ส่วนน้องๆ ก็ไม่ได้โกรธอดีตสามีพี่ เขาโตแล้ว มันคือความสุขของเขา ทุกคนมีครอบครัวแยกกันไป เรารู้ความสุขของเราอยู่ที่ไหน ความสุขของพี่อิ๋งอยู่ตรงไหนพี่อิ๋งทำเลย”

เมื่อถามว่าตอนช่วงที่อิ๋งอิ๋งป่วยยังทำงานเป็นพิธีกรอยู่หรือไม่ อิ๋งอ้อยเผยว่า “ทำค่ะ อย่างลงเสียงพี่อิ๋งลงไม่ไหว เลยบอกว่าเสียงอ้อยคล้ายกับพี่เดี๋ยวอ้อยลงให้ เราก็ไปนั่งลงเสียงให้เขา การเป็นพิธีกรเป็นความสุขของเขาที่สุดเลย ‘รายการโชคดีนาทีทอง’ เป็นรายการที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในชีวิตเขา เขาเคยบอกว่าในช่วงชีวิตการเป็นพิธีกรของเขา รายการโชคดีนาทีทองเป็นช่วงแห่งความสุขของเขา เป็นสิ่งที่ทำให้วันนี้เขายังสู้อยู่ เขาบอกเลยว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวเขาจะมาลงเสียงเอง เดี๋ยวเขาจะไปหาลูกค้าเอง”
“ส่วนงานของพี่อิ๋งที่ยังรับผิดชอบอยู่มีรายการสั้นที่แกยังทำอยู่ รายการคนไทยไม่ใส่จริต เขาเป็นคนที่ทำนุบำรุงศาสนา บางครั้งในเนื้อรายการไม่ได้มีสปอนเซอร์ซัพพอร์ต แต่แกก็ทำ เพื่อให้คนดูบริจาคมาช่วยเหลือวัด”
อิ๋งอ้อยเผยถึงกรณีงานที่อาจจะต้องสานต่อว่า “มีลูกค้าที่อยากจะให้ทำ เราก็ดูอยู่ว่าเราจะสานต่อได้ยังไงบ้าง เพราะตัวอ้อยเองก็ทำธุรกิจอยู่กับสามี แต่เราก็จะมาดูว่าอะไรที่เราทำได้เราก็จะช่วยทำ ในส่วนของบริษัทตอนนี้ของเราเบรกไป ด้วยสปอนเซอร์ค่อนข้างหายากมาก แต่ถ้าสปอนเซอร์คนไหนอยากจะซัพพอร์ตมาเลยค่ะ เราพร้อมทำ พี่อิ๋งเป็นคนที่รักลูกน้องมาก แกมีลูกน้อง 10 คน ช่วงโควิดหลายบริษัทลดเงินเดือนแต่พี่อิ๋งไม่เคยลดเลย จ่ายเต็มอยู่เหมือนเดิม”
เมื่อถามว่าสำหรับอัฐิจะตั้งใจไว้อย่างไรบ้าง “จะเอาไปลอยที่คุณพ่อกับคุณแม่ พื้นเพแกเป็นคนจังหวัดกระบี่ เราก็จะเอาอัฐิไปลอยรวมกับคุณพ่อคุณแม่ที่กระบี่” อิ๋งอ้อยกล่าว และเล่าว่า
ไม่มีฝันถึงอิ๋งอิ๋งเลย เพราะก่อนที่พี่อิ๋งจะเสียพวกเราก็ไปนั่งเฝ้าแกที่ รพ. พยาบาลก็บอกว่ากลับไปก่อนค่ะ เพราะตอนนี้ความดันพี่อิ๋งยังดีอยู่ คงยังไม่ตกวูบไปเลย เดี๋ยวถ้าค่อยๆ เขยิบลงจะโทรเรียก ก็ซ้อมมาหลายรอบตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว พอ รพ.สั่งมาเลยค่ะเราก็ไป แต่พี่อิ๋งก็โอเค กลับมาดีขึ้น พอเมื่อวาน รพ.บอกกลับเลยค่ะ เดี๋ยวตอนเช้ามาใหม่ พอ 06.06 น. พยาบาลโทรเข้ามา บอกว่าให้รีบมาเดี๋ยวนี้ แล้วพี่อิ๋งก็ไปเลย พวกเราไปไม่ทัน แค่ไม่ถึง 7 นาที ที่โทรหาเราพี่อิ๋งก็สวิตช์ก็ดับไปเลย เราก็ถามหมอว่าถ้าปั๊มขึ้นมาพี่อิ๋งสามารถมีชีวิตอยู่ได้ไหม หมอก็บอกว่าไม่ได้แล้ว ไม่มี ก็เป็นวาระสุดท้ายของเขาจริงๆ ระบบมันค่อยๆ พังไปทีละระบบ ปัสสาวะก็ไม่ถ่ายแล้ว น้ำในปอดก็ไม่ออกแล้ว แต่เขาก็ไม่ร้องนะคะ
ด้านอุ๊อู๋ น้องสาวอีกคนของอิ๋งอิ๋ง เล่าว่า “ทำใจตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว แกส่งสัญญาณมาตั้งแต่เสาร์ที่แล้ว แกไม่ทุรนทุรายอะไรเลย แกจากไปอย่างสงบ” “ส่วนแมวก็ยังอยู่บ้านที่ออฟฟิศพี่อิ๋ง มีเด็กๆ ดูแลอยู่”
อย่างไรก็ตาม อิ๋งอ้อยกล่าวทิ้งท้ายถึงความเป็นไปได้ที่จะสร้างวัดทำกุศลให้พี่สาวว่า “เป็นไปได้ค่ะ หลังจากนี้เราจะตั้งพี่อิ๋งเป็นมูลนิธิขึ้นมาก่อน แล้วก็จะใช้เงินส่วนนี้ในการทำนุบำรุงศาสนา เพราะพี่อิ๋งเขาย้ำมาเลย เราถามพี่อิ๋งเอาวัดไหม เขาพยักหน้า เขาเอา แต่จะเป็นตรงไหนก็แล้วแต่บุญวาสนาเขาพาไปเลยนะ ถ้าเรามีเงินก้อนนี้ของพี่อิ๋งขึ้นมาปุ๊บ เขาต้องได้”


