หน้าแรก บันเทิง เล่าหนัง by ต...

เล่าหนัง by ติสตู : Cops And Robbers บทกวีแห่งความเศร้าของตำรวจและโจร

9.07.22 | 12:11 น.

“Cops And Robbers” เป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่นความยาว 8 นาทีทาง Netflix ที่เล่าเรื่องผ่านชายหนุ่มผิวดำคนหนึ่งกำลังวิ่งจ๊อกกิ้งตามถนนในย่านชานเมือง และร่ายบทกวีแสบสันต์ไปด้วยเพื่อเรียกร้องประเด็นการอคติทางเชื้อชาติ โดยเฉพาะความอยุติธรรมที่เกิดจากตำรวจที่มีต่อคนผิวดำ ซึ่งเป็นประเด็นอ่อนไหวและเกิดเรื่องราวเป็นข่าวฉาวโฉ่เป็นระยะๆ ในสหรัฐอเมริกา อย่างที่เราได้เห็นแคมเปญรณรงค์ทวงคืนสิทธิพลเมืองให้คนผิวดำที่กลายเป็นประเด็นข่าวระดับโลกอย่าง Black Lives Matter “ชีวิตคนดำก็มีค่า”

ข่าวการใช้กำลังรุนแรงเกินกว่าเหตุของเจ้าหน้าที่ตำรวจในสหรัฐที่ทำให้มีคนผิวดำเสียชีวิตระหว่างถูกจับกุมอย่างน่าเคลือบแคลงมีขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ประเด็นการเรียกร้องสิทธิพลเมืองและต่อต้านการเหยียดสีผิวนี้ถูกนำเสนอผ่านเรื่องราวหลายแบบทั้งหนัง สารคดี การเคลื่อนไหวเดินขบวน แผ่นป้ายประท้วง และที่จะมาเล่าให้ฟังกันคือ การนำเสนอผ่านแอนิเมชั่นเรื่อง “Cops And Robbers” ซึ่งอย่างที่เล่าไว้ตอนต้นว่า ใช้วิธีให้ชายผิวดำคนหนึ่งวิ่งไปพร้อมกับร่ายกวีเรียกร้องความเป็นธรรมไปด้วย ซึ่งท่วงทำนองของเนื้อหานั้นก็เต็มไปด้วยการเปรียบเปรยใช้คำที่เจ็บปวด ของผู้พูดที่เปรียบตัวเองสมัยเด็กน้อยไร้เดียงสา กับการเป็นผู้ใหญ่ผิวดำที่คุณค่าชีวิตถูกตีตราอย่างไม่เป็นธรรมจากความอยุติธรรม เป็นต้นว่า

“ผมอยากกลับไปตอนที่เราใช้ลังพลาสติกทำเป็นห่วงบาส ตอนที่ยกมือขึ้นห้ามยิง คือ ท่าใช้บล็อกคนที่จะโดดชู้ตลูก ตอนนี้คนผิวดำกลับต้องบล็อกกระสุนตำรวจ หมดฝันบาสเกตบอลเพราะต้องโดนขัง หมดฝันบาสเก็ตบอลเพราะต้องโดนฝัง” ซึ่งแอนิเมชั่น ก็สะท้อนให้เห็นในท่าเดียวกัน ก็คือการยกสองมือบล็อกลูกบาส ก็เหมือนยกสองมือเมื่อตำรวจจ่อปืนเข้าใส่ พร้อมใช้ความเป็นแอนิเมชั่นเล่าเรื่องด้วยภาพแบบที่เห็นแล้วเข้าใจง่าย แต่ก็กระทบจิตใจด้วยเช่นกัน

ตัวอย่างที่ว่ามาเป็นภาษาไทยที่ทำเป็นซับไตเติลไว้ แต่ถ้าได้ดูแอนิเมชั่นเรื่องนี้ในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษก็จะสัมผัสได้ถึงท่วงทำนองบทกวีที่แต่งมาให้สอดคล้องกันจนฟังแล้วสะเทือนอารมณ์ ส่วนเวอร์ชั่นซับไทยนั้นก็แปลเพื่อให้เข้าใจความหมาย ไม่ได้แต่งรูปประโยคให้คล้องจองเป็นบทกวีเหมือนภาษาอังกฤษแต่อย่างใด

โดยรวมของแอนิเมชั่นเรื่องนี้มีเนื้อหาที่สะท้อนความจริงได้ดี ชื่อเรื่องที่บอกว่า ตำรวจกับโจร ก็มีบอกผ่านบทกวีในเรื่องว่า “เมื่อมองเห็นตำรวจก็เห็นคนดำเป็นโจรในทันที” ซึ่งประเด็นนี้ก็เป็นอีกหนึ่งรากปัญหาความอยุติธรรมที่คนดำในสหรัฐรู้สึกกันมาก

Advertisement

ตัวแอนิเมชั่นเรื่องนี้นั้นทางผู้สร้างจงใจใช้เรื่องราวบทกวีที่เขียนเปรียบเปรย พร้อมภาพเคลื่อนไหวเปรียบเทียบชีวิตเด็กไร้เดียงสากับการเป็นผู้ใหญ่ผิวดำที่ชีวิตมีแต่ความอันตรายรอบด้าน ซึ่งบทกวีที่นำเสนอออกมานั้นผู้สร้างก็หวังว่ามันจะสื่อสารไปยังคนทุกกลุ่มให้เห็นว่าปัญหาตำรวจทำรุนแรงเกินกว่าเหตุกับคนผิวดำไม่ใช่เรื่องปกติ และความเงียบก็เท่ากับความรุนแรงเช่นกัน

เมื่อคุยกันถึงแอนิเมชั่นนี้แล้ว เลยขอเล่าย้อนรอยคดีสำคัญคดีหนึ่ง หากจำได้กรณี “จอร์จ ฟลอยด์” ชายชาวอเมริกันผิวดำวัย 46 ปี เสียชีวิตขณะถูกจับกุมโดยตำรวจเมือง มินนิอาโปลิส รัฐมินนิโซตา ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่จุดประกายการชุมนุมต่อต้านการเหยียดสีผิวไปทั่วโลก

คลิปวิดีโอหลักฐานวินาทีเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม “จอร์จ ฟลอยด์” ในลักษณะใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ มีการคุกเข่าบนคอของผู้ถูกจับกุมแม้เขาจะร้องขอความเห็นใจว่าเขาหายใจไม่ออก หรือ I can’t breath ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งตำรวจกระทำการอย่างนั้นอยู่นานเกือบ 9 นาที กระทั่งจอร์จ ฟลอยด์ แน่นิ่งเสียชีวิตไป เรื่องราวนี้จบลงที่มีการไล่ออกตำรวจ 4 นาย พร้อมตั้งข้อหาฆาตกรรมโดยไม่เจตนากับหนึ่งในตำรวจผิวขาวที่ก่อเหตุ ซึ่งศาลพิพากษาตัดสินจำคุก 22 ปี 6 เดือน

เรื่องราวที่ดูจะเป็นวัฒนธรรมเป็นพิษของตำรวจจำนวนหนึ่งที่มีอคติหรือทัศนคติเหยียดคนผิวดำ ทำให้สำนักงานตำรวจในบางพื้นที่ของอเมริกา โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ได้รับการร้องเรียนการใช้อำนาจโดยมิชอบต้นๆ ของประเทศต้องหันมาพยายามกอบกู้ภาพลักษณ์ และปฏิรูปสำนักงานตำรวจใหม่ด้วยการจัดอบรมเทรนนิ่งตำรวจใหม่ทุกคนในการรับมือและดำเนินการที่ไม่รุนแรงเกินกว่าเหตุ โดยเฉพาะการใส่มุมมองด้านจริยธรรมศาสตร์ของผู้ใช้กฎหมาย รวมทั้งการอบรมว่าหากเจอสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานที่มีผลต่อการตัดสินใจถึงสิ่งที่ควรและไม่ควรทำของตำรวจ รวมทั้งการรับมือต่อสถานการณ์ที่ยากลำบาก

สำหรับใครสนใจดูแอนิเมชั่นเรื่องนี้ได้ทางเน็ตฟลิกซ์ ถือเป็นแอนิเมชั่นเนื้อหาเคลื่อนไหวทางสังคมที่พูดถึงการใช้ความรุนแรงของตำรวจ ความอยุติธรรมทางเชื้อชาติ การกดขี่ และความรุนแรงต่อคนผิวดำในอเมริกา

แม้ “Cops And Robbers” จะไม่ได้พูดย้อนรอยถึงรากเหง้าปัญหาใดๆ ระหว่างตำรวจกับคนผิวดำ แต่วิธีที่แอนิเมชั่นเลือกใช้การเล่าในท่วงทำนองบทกวี กลับช่วยถ่ายทอดความในใจให้เห็นถึงการร่ำร้องความรวดร้าวของคนผิวดำให้เราได้สัมผัสถึงความเจ็บปวดได้แบบซึมๆ

ถือเป็นสารคดีที่ใช้พลังความสร้างสรรค์เอาการกับการเล่าเรื่องในไม่กี่นาทีเพื่อส่งผ่านประเด็นนี้ไปยังสังคม ด้วยรูปแบบแอนิเมชั่นขนาดสั้นที่ดูง่าย แต่มีพลังพอที่จะมีความพิเศษในตัว