“…การที่ข้าพเจ้าเริ่มทำโครงการกำลังใจ ประการหนึ่งเพราะได้แรงบันดาลใจจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงงานเพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในสังคมไทย กับอีกประการหนึ่ง เมื่อข้าพเจ้าได้ศึกษาด้านนิติศาสตร์ และต่อมาได้ทำงานที่เกี่ยวข้อง จึงเห็นว่าปัญหาอย่างหนึ่งในสังคมไทย คือกระบวนการยุติธรรมมีราคาแพงจนคนยากจนและคนด้อยโอกาสไม่สามารถเอื้อมถึง อีกทั้งในบางครั้งบางเวลา ทุกคนก็คงต้องการกำลังใจและทุกคนก็เป็นกำลังใจให้กันและกันได้ ดังนั้นจึงเป็นที่มาของการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเริ่มต้นจากกลุ่มผู้ต้องขังจากการลงพื้นที่เรือนจำ และได้สัมผัสกับปัญหาของผู้ต้องขังหญิงและชายในเรือนจำบางแห่ง ทำให้ข้าพเจ้าได้ค้นพบแนวทางในการแก้ไขปัญหาหลายๆ อย่าง ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในระดับโลกในเรื่องการจัดทำมาตรฐานการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง ซึ่งรู้จักกันในชื่อ “ข้อกำหนดกรุงเทพฯ”… สิ่งหนึ่งที่ข้าพเจ้าอยากจะฝากทุกท่านในที่นี้ รวมทั้งฝากคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร คือขอให้ทุกคนให้โอกาสผู้ที่เคยพลาดพลั้งซึ่งหมายถึงไม่รังเกียจ ให้อภัย ให้โอกาสทางอาชีพเพื่อสร้างรายได้ อันเป็นการสร้างทางเลือกให้แก่ผู้ที่เคยผิดพลาด นับเป็นทางหนึ่งที่จะน้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาปรับใช้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าและโครงการกำลังใจจะมุ่งปฏิบัติต่อไป…”
เป็นพระดำรัสบางช่วงบางตอนของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ในพิธีเปิดการประชุมเนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี
ของ “โครงการกำลังใจในพระดำริฯ” เรื่อง “กำลังใจ 1 ทศวรรษ สู่นวัตสังคมไทย” โดยมี พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และคณะผู้บริหารเฝ้ารับเสด็จ ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา
ในโอกาสที่โครงการกำลังใจครบรอบ 10 ปีดังกล่าว ทางบริษัทสถาพรบุ๊คส์ จำกัด โดย วรพันธ์ โลกิตสถาพร กรรมการผู้จัดการ และ เจติยา โลกิตสถาพร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ โดยการสนับสนุนของ เอสซีจี จึงได้ถวายนวนิยายชุดรักห่มฟ้า จำนวน 1,000 ชุด แด่พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พร้อมกันนี้พระองค์ได้ประทานเข็มที่ระลึกให้แก่ผู้บริหารสถาพรบุ๊คส์ เอสซีจีและนักเขียนทั้ง 5 คน และในช่วงท้ายที่พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จเยี่ยมบูธของสถาพรบุ๊คส์นั้น ได้ทรงมีพระปฏิสันถารว่า “อ่านไปบ้างแล้ว แต่ยังไม่จบ เพราะยังไม่ว่าง”


นวนิยายชุดรักห่มฟ้า ประกอบด้วยนวนิยาย 5 เรื่อง ได้แก่ พระจันทร์กลางใจ โดย ญนันทร, ใต้แสงดารา โดยซ่อนกลิ่น, ฟ้าล้อมทราย โดยคณิตยา, พรายแสนดาว โดยกรรัมภา และ พราวเวหา โดยลัลล์ลลิล โดยมีการเปิดตัวนวนิยายชุดดังกล่าว ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 21 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา พร้อมด้วยการพูดคุยกับบุคคลต้นแบบในนวนิยาย ได้แก่ นักการทูต โดย พัชรมณฑ์ ศิริวัฒนา นักการทูตชำนาญการ กองการสังคม กรมองค์การระหว่างประเทศ, พนักงานคุมประพฤติ โดย พรประภา แกล้วกล้า จากกรมคุมประพฤติ, อัยการ โดย ร.ต.ท.หญิงจิตติมา กำธรวิวรรธ์ อัยการฝ่ายคดียาเสพติดจากสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นต้น

ย้อนกลับไปเมื่อ 9 เดือนก่อน สถาพรบุ๊คส์ได้แรงบันดาลใจจากการที่มีโอกาสช่วยเหลือผู้ต้องขังหญิงในกิจกรรมการสร้างปัญญาด้วยการสนับสนุนมุมหนังสือให้แก่เรือนจำ/ทัณฑสถานหญิงที่เปิดโดยโครงการกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา จึงเห็นถึงเรื่องราวของผู้คนหลากหลายที่เข้ามาในสายพานแห่งกระบวนการยุติธรรม จากนั้นนักเขียนลงพื้นที่ สังเกตการณ์และพูดคุยสัมภาษณ์เพื่อเก็บข้อมูลและบรรยากาศจากสถานที่จริง และที่สุดก็ก่อเกิดนวนิยายชุด “รักห่มฟ้า” ครบรส ทั้งรัก บู๊ แอ๊กชั่น ดราม่า สะท้อนเรื่องราวความรัก กระบวนการยุติธรรมไทยที่นำไปสู่การให้โอกาสแก่ผู้ที่ผิดพลาดจนชีวิตต้องไร้อิสรภาพ และการน้อมนำแนวทางของศาสตร์พระราชามาเป็นประเด็นสำคัญในการที่จะทำให้ผู้ที่ก้าวพลาดได้กลับมามีที่ยืนในสังคม ซึ่งอ่านแล้วได้เกร็ดความรู้ การสร้างและการแบ่งปันกำลังใจรวมถึงน้ำใจให้ผู้ที่ผิดพลาดและด้อยโอกาสในสังคม












พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา








นักเขียนต่างรู้สึกดีใจที่ได้รับเกียรตินี้ แต่ด้วยเนื้อหาของซีรีส์มีความหนัก (ดราม่า) เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับยาเสพติด นักเขียนแต่ละคนจึงมีวิธีการที่แตกต่างกันออกไปในการเขียน
ญนันทร ผู้เขียนเรื่องพระจันทร์กลางใจ เล่าว่า เรื่องนี้สอดแทรกความรักลงไปให้คนอ่านไม่รู้สึกอ่านแล้วอึดอัดเกินไปและอ่านได้จนจบไม่ต้องพักการอ่านระหว่างทาง ซึ่งในเรื่องพระจันทร์กลางใจจะมีทั้งโรแมนติก ดราม่า และแอ๊กชั่น โดยในเรื่องจะเสริมสร้างทัศนคติที่ดีต่อผู้ต้องขัง ให้เห็นว่าผู้ต้องขังมีความเป็นอยู่อย่างไร และทำอย่างไร ต่อสู้อย่างไรเพื่อจะได้มีพื้นที่ในสังคม
ซ่อนกลิ่น ผู้เขียนเรื่องใต้แสงดารา บอกว่า หลังจากได้คุยกับเจ้าหน้าที่ก็เปลี่ยนพล็อต โดยตั้งโจทย์เป็น “ผู้คุมประพฤติที่ดี” จะต้องเป็นอย่างไร โดยความคาดหวังจากงานเขียนชิ้นนี้คือการใช้วิชาชีพของการเป็นนักเขียนเพื่อประโยชน์ของประเทศ
คณิตยา ผู้เขียนเรื่องฟ้าล้อมทราย กล่าวว่า การได้ร่วมนวนิยายชุดนี้ช่วยเปิดมุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับบทบาททางการทูต ภาระหน้าที่ลึกซึ้งกว่าภาพลักษณ์ที่สวยงามภายนอก แต่ต้องอาศัยชั้นเชิงเพื่อให้ภารกิจชาติลุล่วง รู้สึกภาคภูมิใจและเป็นเกียรติที่ได้เขียนเรื่องฟ้าล้อมทราย
กรรัมภา ผู้เขียนเรื่องพรายแสนดาว กล่าวว่า ภูมิใจที่มีส่วนร่วมในนวนิยายที่นำเสนอเกี่ยวกับปัญหายาเสพติด และนำเสนอเศรษฐกิจพอเพียงที่ไม่ใช่แค่การปลูกผัก แต่เป็นการประมาณตน และล้อมรั้วครอบครัวให้แข็งแรงและห่างไกลจากยาเสพติด
ลัลล์ลลิล ผู้เขียนเรื่องพราวเวหา กล่าวว่า มีความใฝ่ฝันอยากเป็นอัยการและจบการศึกษาด้านกฎหมาย จึงเลือกเขียนเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมและทำด้วยความภาคภูมิใจ ส่วนที่ยากสุดของการเขียนคือแปลภาษากฎหมายให้เป็นสิ่งที่คนทั่วไปอ่านแล้วเข้าใจง่าย
ด้าน เจติยา โลกิตสถาพร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสถาพรบุ๊คส์กล่าวว่า สถาพรบุ๊คส์ทำนิยายออกมาในแต่ละครั้ง นอกจากคนอ่านจะได้รับความบันเทิงแน่ๆ อยู่แล้ว ซีรีส์รักห่มฟ้าจะทำให้เห็นมุมอีกมุมหนึ่งของสังคมและเข้าใจมันมากขึ้น
“รักห่มฟ้า” ช่วยสร้างกำลังใจให้แก่กันและกันซึ่งเป็นพลังยิ่งใหญ่ที่ช่วยโอบอุ้มแผ่นดินนี้ให้น่าอยู่
ซึ่งผู้สนใจ สามารถหาซื้อได้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป หรือที่เว็บไซต์สถาพรบุ๊คส์ www.satapornbooks.co.th


บุคคลต้นแบบนวนิยาย

กว่าจะมาเป็น “รักห่มฟ้า”

เปิดตัวรักห่มฟ้า

เปิดตัวรักห่มฟ้า

เปิดตัวรักห่มฟ้า

เปิดตัวรักห่มฟ้า

เปิดตัวรักห่มฟ้า




