หมิง จิรกิติยา ติดโควิดรุนแรง หมอสั่งให้สเตียรอยด์เพิ่ม วูบบ่อย ไข้สูง น้ำตาลพุ่ง แนะอย่าประมาท เป็นแล้วทรมาน
เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม หมิง-จิรกิติยา บุญครองทรัพย์ หรือ หมิง ชาลิสา นักแสดงสาว นางสาวไทย ประจำปี พ.ศ.2546 ได้โพสต์คลิปวิดีโอผ่านอินสตาแกรม เล่าอาการป่วยโควิด-19 ซึ่งมีอาการรุนแรงจนต้องแอดมิตโรงพยาบาล และรับยาสเตียรอยด์ ความว่า
“ไม่ได้หายไปไหนนะคะ เพิ่งฟื้นค่ะ ติดโควิดขั้นรุนแรงเลยค่ะ ไข้ขึ้น 39 ตลอด ตัวเกร็ง วูบไป 2 รอบ กลืนน้ำลายตัวเองยังไม่ได้เลยค่ะ หนักถึงขั้นหมอต้องให้สเตียรอยด์ ฟาวิเอาไม่อยู่ ต้องให้ยาฆ่าเชื้อโควิดทางเส้นเลือด และพอได้สเตียรอยด์ น้ำตาลพุ่งไปเกือบ 300 ตอนนี้ต้องเจาะเลือดเช้าเย็น รักษาค่าน้ำตาลไปด้วย ไม่คิดว่าจะเป็นหนักขนาดนี้เลยค่ะ ขอให้ทุกคนอย่าเป็นเลยนะคะ มันทรมานมากจริงๆ ค่ะ 😭 #covid_19
(ที่อยากอัดคลิปไว้เพราะคิดถึงแม่ รักในความรักของแม่ที่สุด แม่เป็นโรคปอด แต่จะมาขอนอนเฝ้า บอกว่าติดก็ไม่เป็นไรอยากมาดูแลลูก เป็นห่วงลูกกลัวจะไม่ได้เจอหน้าลูกอีก 😭) แม่จ๋าาา เดี๋ยวหนูรีบหายรีบกลับไปหาน้าาาา❤️”
ทั้งนี้ในคลิปที่หมิงโพสต์ได้เล่าไว้ว่า
“จะมาเล่าถึงความรักของแม่ ที่เขาไม่ได้คุยกับเราเลย แล้วพอเขาได้คุยใช่ไหม แม่หมิงมีปัญหาโรคปอด เขาจะไม่ควรเป็นโควิด พอแม่โทรมาเขาก็บอกว่า แม่ขอมาเฝ้าได้ไหม แม่ติดก็ได้ไม่เป็นไร (ร้องไห้) บอกเลยทุกคนอย่าเป็นเลย มันรุนแรง คนที่เป็นแล้วไม่รุนแรงโชคดีมาก แต่คนที่เป็นแล้วรุนแรงแบบหมิง มันแย่มากๆ ไม่อยากให้คนรอบข้างเป็นสักคนเลย อยากจะขอฝากถึงทุกคนว่าถ้ามีอาการ คิดว่าเป็นสัก 20% ให้ไปตรวจเลยค่ะ ตรวจ RT-PCR เลย ให้มั่นใจ พอหมิงเป็นปุ๊บ เมื่อก่อนเรามองเป็นเรื่องไกลตัว เพราะไม่เคยเป็น ตอนนี้ใกล้ตัว เจอกับตัวเอง ทำให้เห็นอะไรหลายอย่าง
หมิงว่าเป็นโรคที่สังคมต้องช่วยกันจริงๆ รับผิดชอบร่วมกัน ยิ่งทุกวันนี้ประเทศเปิดแล้ว ควรป้องกันตัวเองให้มากที่สุด สิ่งสำคัญมากๆ คือการใส่หน้ากาก หลีกเลี่ยงไปที่ชุมชนคนเยอะๆ เราต้องรักตัวเราเองก่อน ในวันที่ทันท่วงทีคุณหมออาจจะยังช่วยได้ แต่หากไม่ทันท่วงทีก็จะไม่มีใครช่วยเราได้เลย
อาการในครั้งนี้ที่บอกว่ารุนแรงคือ ได้รับฟาวิฯ ตั้งแต่วันแรก และติดตามอาการตลอด แล้วอาการไม่ดีขึ้น จึงรีบหาโรงพยาบาล อยู่ไป 2 วัน อาการไม่ดีขึ้น ยิ่งแย่ลง มีวันหนึ่งเป็นหนักมากถึงขั้นมือจิก เกร็งไปทั้งตัว คออักเสบมาก ถ้าไม่ได้สเตียรอยด์ จะไม่สามารถมาพูดได้แบบนี้ เสียงไม่มี เสียงหายไปเลย แล้วก็กลืนน้ำลายตัวเองเข้าไปไม่ได้ บ้วนทิ้งตลอด คอแดง และรู้สึกว่ากินน้ำเข้าไปต้องบ้วนเป็นเสมหะออกมาตลอด ทำอะไรไม่ได้เลย เหมือนตัวเองจะตาย ไข้ขึ้น 39 ตลอด
ก็เลยตัดสินใจย้าย รพ. หมิงเป็นเหตุจำเป็นที่ต้องแอดมิต ไม่ใช่ผู้ป่วยสีเขียว คุณหมอบอกว่าคอน่ากลัวมาก แดงก่ำ เหมือนเนื้อมันห้อยออกมา มันบวม เจ็บไปหมด รู้สึกพูดละเหนื่อยด้วย
หมิงมีโรคประจำตัวที่ต้องให้คุณหมอดูแลใกล้ชิด ทั้งตับ และไทรอยด์ แล้วก็พอหลังจากที่ได้รับสเตียรอยด์ ทำให้มีเสียงและคอดีขึ้น จริงๆ เป็นขั้นสุดท้ายที่หมอเลือกที่จะทำให้ เพราะมันไม่ดีต่อหลายๆ อย่าง ไปกดภูมิเรา แต่หมิงจำเป็นต้องใช้เพราะอาการหนักมาก แต่ผลที่ตามมาคือ น้ำตาลพุ่งสูงมาก ตอนนี้น้ำตาลไปถึง 200 กว่าแล้ว ทำให้คุณหมอต้องมาฉีดอินซูลินที่พุงให้น้ำตาลลด
ตอนนี้ต้องเฝ้าระวังหลายอย่าง โดยเฉพาะน้ำตาลที่สูงขึ้น ตอนนี้ทานอะไรไม่ค่อยได้ แต่คุณหมออยากให้ทานมาก เพราะโพแทสเซียมต่ำ แต่พอกินเข้าไปเจ็บคอไปทั้งหมดเลย แล้วก็พบว่ามีเม็ดแผลในคอ ซึ่งน่าจะเป็นเอฟเฟ็กต์ของคนที่เป็นโควิดไปแล้ว แต่หมิงดันเป็นตอนนี้
ที่อยากจะมาพูด แค่อยากมาบอกทุกคนว่าโควิดไม่ใช่เรื่องไกลตัว หมิงดีใจแทนทุกคนที่ยังไม่ติด แต่อย่าประมาทเด็ดขาด อันตรายมาก ขณะเดียวกันเรารักตัวเองด้วย ก็ต้องห่วงคนอื่นด้วย อย่าคิดว่าตัวเองเป็นน้อย แต่อย่าคิดว่าแพร่เชื้อคนอื่นไม่ได้ หมิงไม่รู้ว่าอาการหมิงจะเป็นหนักต่อไปแค่ไหน เพราะสเตียรอยด์อยู่ 24 ชั่วโมง”
ล่าสุด หมิงอัพเดตอาการเพิ่มเติม ในอินสตาแกรมสตอรี่ว่า ตอนนี้คุณหมอสั่งงดใช้เสียง อาการแผลเปิดที่กล่องเสียง ยังคงต้องให้ ramdesivir ทางเส้นเลือดฆ่าเชื้อโควิด พร้อมกับเพิ่มสเตียรอยด์ เช้า-เย็น เพราะแผลที่คออักเสบมากๆ ตอนนี้เชื้อยังไม่ลงปอด แต่ลงที่หลอดลม ไอตลอดเวลา ต้องพ่นยาทางออกซิเจน เหนื่อย เพลีย ไม่มีแรง วูบบ่อย
ขณะที่เพื่อนๆ พี่น้องในวงการบันเทิงต่างเข้าไปคอมเมนต์ให้กำลังใจสาวหมิงจำนวนมาก




View this post on Instagram

