โป๊ป ธนวรรธน์ เล่าถึง ‘นางในฝัน‘ และบทพิสูจน์ความรัก
เกือบ 2 ปีที่ โป๊ป ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ ไม่มีผลงานแสดงออกมาให้แฟนๆ ได้ติดตาม ดังนั้นเมื่อหนัง “บุพเพสันนิวาส ๒” กำลังจะเข้าโรงภาพยนตร์ให้ได้ชมกันในวันที่ 28 กรกฎาคม เจ้าตัวจึงบอกว่าค่อนข้างจะตื่นเต้นและดีใจ
“คิดถึงบรรยากาศที่เคยออกงาน หรือเจอแฟนๆ ที่เขาชื่นชอบเรา” เล่าความรู้สึก แล้วพระเอกหนุ่มก็ยิ้ม
การได้กลับมาออกงานอีกครั้ง โป๊ปบอกว่าไม่ได้คาดหวังว่าจะมีปรากฏการณ์ “ห้างแตก” เหมือนเมื่อก่อน ด้วยรู้ดีว่าสถานการณ์ต่างๆ เปลี่ยนไป
สำหรับผลงาน “บุพเพสันนิวาส ๒” ที่กลายร่างจากละครมาสู่ภาพยนตร์ โป๊ปก็ว่า ในส่วนของการทำงานนั้นเรียกได้ว่า “สนุกมาก“
“หนังจะมีมุขที่แตกต่างจากละคร มีความใหม่ทั้งหมด ทั้งตลก ซึ้ง“
ขณะเดียวกัน “ความจิ้นก็ยังมีอยู่“
เทียบละครที่มีความยาวเป็นสิบๆ ตอน กับหนังที่กินระยะเวลาเพียง 2 ชั่วโมงกว่า ในความเห็นของเขานี่จะเป็นการเล่าเรื่องที่กระชับและสนุกที่สุด
จาก “พี่หมื่น” ในละคร มาเวอร์ชั่นนี้บท ภพ ที่เขาได้มีความต่าง จากคนนิ่งๆ คนที่เก็บความรู้สึก เปลี่ยนเป็นคนคลั่งรัก ซึ่ง “ไม่เหมือนตัวจริง” ทั้งยัง “ต้องเรียนการแสดงเยอะมาก“

จบจาก 2 ประโยคที่เรียกรอยยิ้มของคนฟัง โป๊ปก็อธิบายต่อว่า ที่ผ่านมาเขายังไม่เคยได้รับบทแนวนี้ ที่เคยๆ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นชายหนุ่มผู้อบอุ่น พูดน้อย ครานี้จึงเป็นการพลิกคาแร็กเตอร์อย่างที่สุด
“เรื่องนี้คือไม่เขิน ตามจีบนางเอกทุกรูปแบบ ก็จะมีความตลก ความน่ารัก เป็นการแสดงที่ผมจะไม่ค่อยได้แสดงเท่าไหร่ เท่าที่ทำงานมา“
แม้ความคลั่งรักจะเป็นข้อแตกต่างระหว่างตัวละครกับตัวจริง แต่กระนั้นโป๊ปก็ว่าเขากับภพมีบางสิ่งบางอย่างที่เหมือนกัน นั่นก็คือ “ความกวน” และ “ความรู้สึกยังไง ก็พูดอย่างนั้น” ซึ่งจุดนี้ “ผมว่าภพใกล้เคียงกับผม มากกว่าพี่หมื่น”
การกลับมาเจอกับ เบลล่า ราณี แคมเปน อีกครั้ง โป๊ปบอกว่าทำให้ทำงานด้วยกันง่าย เพราะรู้ทางของกันและกันดี
“รู้ทางกันว่าตัวละครเบลเล่นแบบนี้ จะมีการอิมโพรไวซ์อีกนิดนึงได้ เพราะเราเข้าใจกันในการแสดง ใช้ความรู้สึกในการทำงาน“
“มันจะมีรายละเอียดเล็กๆ ที่ไม่มีในบท เราก็ใส่เข้าไปในการแสดง ให้เป็นคาแร็กเตอร์ตัวนั้นได้อย่างลงตัว“
ดังนั้น ปิ๊ง อดิสรณ์ ผู้กำกับ “บุพเพสันนิวาส ๒” จึงแฮปปี้ ถึงขึ้นเอ่ยปากว่าถ้าคู่นี้เข้าฉากด้วยกัน ก็ไม่มีอะไรให้ต้องห่วงเลย

กับ “ฉากโล้สำเภา” ในตำนาน มาเวอร์ชั่นนี้โป๊ปไม่พูดอะไรมาก แค่เอ่ยยิ้มๆ ด้วยดวงตาเป็นประกายวิบวับ ว่ามีฉากเลิฟซีน ฉากจิ้น แต่จะเป็นยังไง “ต้องไปดูกันเอง“
ถามโป๊ปไปว่าอะไรคือความยาก ความหนักหนาในงานเรื่องนี้ คำตอบที่เขาให้ทันทีคือ ส่วนใหญ่จะเรื่องของฉากบู๊
“เวลาผมเล่นบู๊คนก็จะตกใจ ว่าเล่นได้ด้วยเหรอ แต่จริงๆ เรามีพื้นฐานคิวบู๊กับท่านมุ้ยมาก่อน”
ดังนั้นจึง “ไม่ได้รู้สึกว่ายากอะไร”
“แต่แค่เหนื่อย ตอนที่ฟิตๆ ก็ 20 ต้นๆ จนตอนนี้ 20 ปลายๆ แล้ว ก็เลยเหนื่อยนิดนึง” เขาเล่าให้ฟังพร้อมเสียงหัวเราะ
การได้เข้าไปเกี่ยวพันกับเรื่องราวของบุพเพสันนิวาส ผ่านผลงานทั้งหนัง ทั้งละคร แล้วในชีวิตจริงเชื่อเรื่องพวกนี้บ้างไหม?
ฟังคำถามแล้ว เจ้าตัวยิ้มหวานให้ บอก “เรื่องแบบนี้ไม่มีใครรู้เนอะ แต่มันก็มีแบบทำมาด้วยกันแหละ ไม่ว่าชาติไหนก็ตาม ที่ได้เจอใครสักคน แล้วได้ใช้ชีวิตร่วมกัน“

ส่วนสำหรับตัวเขา จะผูกพัน มีบุพเพฯกับใครไหม ก็บอกไม่ได้เหมือนกัน ที่รู้ๆ ก็เพียง ก่อนหน้านั้นมี “นางในฝัน” อยู่คนหนึ่ง
เป็นคนที่เขาฝันถึงตั้งแต่ตอนเรียนชั้นประถม 5 ประถม 6 ในฝันนั้นเขารู้สึกว่าชอบเธอ และต่อมาก็เกิดเป็นความรู้สึกชอบจริงๆ ชอบจนถึง ม.3 ก่อนความรู้สึกจะจางหาย
ส่วนกับเบลล่าที่แฟนๆ เชียร์เหลือเกิน เขาก็ว่าเท่าที่เห็นส่วนใหญ่จะเป็นในแง่ของการอยากให้ทำงานร่วมกันมากกว่าจะให้จีบ คบเป็นแฟน ไม่มี เพราะคงรู้กันดี ว่าระหว่างเขากับเธอ คือพี่–น้อง
เหตุที่ไม่น่าจะพัฒนา อาจเพราะทำงานด้วยกันยาวนานถึง 6 ปี ลากยาวจากละคร “บุพเพสันนิวาส” มาภาพยนตร์ “บุพเพสันนิวาส ๒” ต่อด้วยละคร “พรหมลิขิต” จนสนิท ได้เห็นกันในหลายๆ ด้าน หลายๆ มุม และในระหว่างนั้นไม่เคยคุยนอกเรื่องเลย จะมีแต่ความเป็นห่วงกันมากกว่า
ขณะที่สาวๆ คนอื่น ก็ไม่มีเช่นกัน ตอนนี้เขาเลยใช้เวลาอยู่กับเพื่อน ไปเตะบอล ไปฟิตเนส ไปตีกอล์ฟ ทั้งนี้ การใช้ชีวิตแบบไม่มีหวานใจ แม้จะรู้สึกเหงาบ้างในบางครั้ง แต่ก็มั่นใจว่าหากจะต้องใช้ชีวิตอยู่คนเดียวจริงๆ ก็สามารถ
“มันชิน” เขาบอก

“คือเราก็โตแล้ว ผ่านประสบการณ์มาเยอะ มีก็มีได้ ถ้าเจอคนนั้นก็พร้อมที่จะอยู่กับเขา แต่ถ้าไม่มี ก็ไม่เป็นไร“
อย่างไรก็ดี เขาพูดตรงๆ ว่า ณ วันนี้ ถ้าเจอ ก็ไม่คิดอยากแต่งงาน อยากอยู่กันเป็นเพื่อนไปเรื่อยๆ มากกว่า ส่วนจะมีการเปลี่ยนใจเป็นแต่งดีไหม หรือตกลงใจ สรุปว่าไม่มี เพราะอยู่คนเดียวไปก็สุขใจดี ก็เป็นเรื่องของอนาคต
หากที่แน่ๆ คือ ถ้าเกิดมีแฟนขึ้นมาจริงๆ เขาคงเลือกจะมีแบบเงียบๆ ตามแบบที่ชอบ พร้อมกันนั้นยังมองด้วยว่าในอีกทางหนึ่งการคบกันเงียบๆ ก็เป็นการพิสูจน์ใจอีกฝ่าย ให้ได้รู้
“รู้ว่าเขารักเพราะอยากมีอะไร อยากจะเปิด หรืออยู่กันเงียบๆ แล้วก็รักกันได้“
“มองว่าถ้าคนที่เข้าใจ ก็ต้องเป็นคนที่จิตใจดี“
“ที่รักเราในแบบนี้“


