คุยเรื่องบวกๆ กับ ‘จีน่า ญีนา’ เพราะว่า ‘พลังลบ’ ไม่ส่งผลดี

3.08.22 | 06:00 น.

 

จะว่าไป จีน่า ญีนา ซาลาส ก็เจองานโหดๆมาหลายครั้ง อย่างตอนแสดงละครเรื่อง ‘บาปอยุติธรรม‘ นั้นเธอก็สวมบทเป็นทนาย ที่ส่งให้พระเอกต้องเข้าไปติดคุก พอมา ‘พิศวาสฆาตเกมส์‘ ที่กำลังออกอากาศหลังข่าวภาคค่ำ วันจันทร์และอังคาร ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 แม้จะไม่ได้เป็นทนายเหมือนเรื่องก่อน แต่ก็ยังเป็นผู้มีบทบาทที่ทำให้พระเอกต้องเข้าไปติดคุกเช่นกัน

เป็นนางเอกผู้พิฆาตพระเอกแท้ๆ

กับงานชิ้นนี้ จีน่าบอกว่าตอนถ่ายทำ เธอรู้สึกเครียดมากจากบทที่มีความยาก ขณะเดียวกัน

“มันกดดัน ด้วยความที่ทุกคนคาดหวัง อยากจะทำให้ตัวละครนี้ออกมาดีที่สุด”

Advertisement


เธอเองก็รู้สึกไม่ต่าง

ดังนั้น ระหว่างทางของการทำงาน หลายครั้งจึงมีอารมณ์ติดค้างกลับไปถึงบ้าน

“เป็นอารมณ์ว่าซีนนี้ทำไมเราติด ทำไมไม่ผ่านสักที เสียใจที่ทำไมทำซีนนี้ได้ไม่ดี”

“มีนะที่ขึ้นรถแล้วร้องไห้จนถึงบ้านเลย คือเสียใจมาก เครียดมาก”

หากก็ผ่านมาได้ด้วยความพยายาม คำแนะนำจากผู้กำกับ เพื่อนนักแสดง ทีมงาน รวมถึงกำลังใจจากคนรอบข้าง

“ทุกคนจะเข้ามาคุย พูดว่าทำได้นะ ยูแค่ต้องเข้าใจตัวละคร ต้องทำการบ้านกับตัวละครมาเยอะๆ เพราะตัวละครตัวนี้อารมณ์สวิง มีทั้งดราม่า สดใส หลายๆอารมณ์ที่ต้องเจอ”

เรื่องเครียดนั้น จีน่าในวัย 22 บอกว่ามีอาการอยู่เป็นระยะๆ และหลายครั้งก็ส่งผลให้เกิดอาการนอนไม่หลับ

“อาจจะด้วยเราเริ่มทำงานตั้งแต่เด็กด้วยมั้งคะ ต้องออกไปเผชิญโลกคนเดียว ตอนนั้นยังไม่มีผู้จัดการ ไม่มีคนดูแล ต้องไปทำงานในอายุ 13-14 ก็มีความเครียด ความกดดัน”

แต่ยังพอจะมีความโชคดีอยู่

“โชคดีตรงที่ว่าที่บ้านไม่ใช่ครอบครัวที่เครียด หรือมีปัญหาเยอะ เลยทำให้เราไม่ได้เป็นเด็กที่เครียดขนาดนั้น เวลาอยู่กับเพื่อน อยู่กับที่บ้าน ก็จะทำตัวสนุกสนาน ปกติ ตามวัย แต่โหมดเครียดส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องการทำงานมากกว่า ที่ชอบกดดันตัวเอง”


ทางออกที่เธอเลือกใช้ ทางแก้ไขที่ทำมาตั้งแต่แรกเข้าวงการคือ ไปพบแพทย์

“หาหมอเป็นเรื่องปกติ”

“เพราะการทำงานในวงการก็เจอคนหลากหลายรูปแบบ สภาพแวดล้อมที่เจอก็ส่งผลต่อจิตใจ ก็ต้องไปพบหมอเพื่อให้เขาได้เคลียร์ความรู้สึกเรา”

“คุยกับหมอก็เป็นทางหนึ่งที่ทำให้ดีขึ้น”

ขณะเดียวกันยังได้รับยามาทาน ซึ่งจะทานมาก ทานน้อย หรือไม่ทานเลย ก็แล้วแต่ช่วงวัน เวลา สภาพการณ์ที่ตัวเองเป็น และความสามารถในการจัดการกับความรู้สึก

กับอาการที่เป็นอยู่ จีน่าบอกว่าครอบครัวก็เป็นห่วง “เพราะคนเป็นโรคนี้มันก็บอกยากเนอะ บางคนฆ่าตัวตาย บางคนก็ตัดพ้อชีวิตแบบสุดๆ แต่จีน่าโชคดีที่มีคนรอบข้างคอยซัพพอร์ต เลยไม่ได้ดาวน์ขนาดนั้น”


ช่วงเวลาที่ดาวน์ จีน่าบอกเธอเลือกที่จะคุยกับคนที่บ้าน กับคนรอบข้างเยอะๆ โดย “ต้องคุยกับคนที่สร้างสรรค์”

“ถ้าคุยกับคนที่มีพลังลบ เราก็จะยิ่งลบไปด้วย ต้องคุยกับคนที่มีพลังบวกที่ดี”

เรื่องโซเชียล จีน่าบอกว่าจะเสพเป็นช่วงๆ ถ้าช่วงไหนที่เสพเยอะ แล้วรู้สึกว่ามีผลกระทบต่อจิตใจ ก็จะพักไปทำอย่างอื่น เช่น ดูหนัง ฟังเพลง ออกกำลังกาย รวมถึงเล่นกับแมวเพื่อผ่อนคลาย

“เมื่อไหร่ที่ไม่โอเค ก็จะปิดทุกการสื่อสาร จะไม่ให้โทรศัพท์เด้งเตือน ว่ามีคนทักมา หรือมีคนคอมเมนต์ถึงเรา”

สำหรับเรื่องที่มีคนคอมเมนต์ถึง จีน่าบอกว่าเอาเข้าจริงคงตัดขาด ไม่รับรู้แบบ 100% คงไม่ได้ ดังนั้นจึงใช้วิธี

“อ่านในสิ่งที่ควรจะอ่าน” จากนั้นอันไหนที่เป็นความจริงและควรนำมาปรับแก้ เธอก็แก้

“แต่อันไหนที่ไม่ใช่เรื่องจริง เราก็รู้อยู่แก่ใจ คือเขาพูดถึงเราได้ แต่สุดท้ายมันก็ไม่ได้มีผลกระทบต่อตัวเรา

ขนาดนั้น คือเราต้องมีสติมากๆเวลาเจออะไรแบบนี้ ต้องยืนให้แข็งเข้าไว้ เพราะตัวเองสำคัญสุด ไม่ว่าจะมีคน

รอบข้างที่แข็งแกร่งแค่ไหน แต่ถ้าเราเจอกับตัวเองเราก็ต้องช่วยตัวเองนะ ในเรื่องจิตใจ”

ถามเธอไปว่าต่างๆนานาที่เล่ามานั้น เอาเข้าจริงมีผลกระทบต่องานบ้างไหม?

“ไม่นะคะ” นักแสดงสาวบอก

“ไม่ได้มีผลกระทบกับงานขนาดนั้น ถ้าเรารู้ตัวเองและดึงตัวเองกลับมาได้”

“แต่ถ้าเมื่อไหร่เราจัดการกับตัวเองไม่ได้ ทุกคนก็จะเห็นเลยว่าวันนี้เรามีอะไรในใจแน่ๆ แต่ไม่ใช่ว่าออกทางสีหน้าขนาดนั้นนะคะ” จีน่าเล่าพลางหัวเราะ

“ยังคงทำงานได้ ยังคงคุยกับทุกคนสนุกสนานได้ แต่แววตามันฟ้อง”

ซึ่งจะว่าไป มันก็เข้าทางพอดีกับตัวละครเครียดๆ เจอเรื่องหนักๆ แบบที่เธอมักจะได้

“แต่เรื่องต่อไปวอนผู้จัดได้ไหมคะ ขอเป็นเด็กสดใส ตลก น่ารักบ้าง”

“เล่นได้ค่ะ”

“จะออกมาเป็นอีกลุคที่คนไม่เคยเห็น ซึ่งคิดว่าก็น่ารักไปอีกแบบนะ”

นึกเอง คิดเอง วิเคราะห์เอง แล้วจีน่าก็หัวเราะร่วนส่งท้าย