Keep Breathing
จนกว่าจะหมดลม
มินิซีรีส์จบใน 6 ตอน แนวเอาชีวิตรอดล่าสุดเปิดตัวในเน็ตฟลิกซ์ “Keep Breathing” ว่าด้วยเรื่องของ “ลิฟ” หญิงสาวที่รอดชีวิตมาได้จากเครื่องบินเช่าเหมาลำตกกลางป่าลึกในแคนาดา และต้องพยายามหาทางรอดชีวิตในแต่ละวันกลางป่าพร้อมกับบททดสอบทั้งร่างกายและจิตใจจากแผลเป็นในอดีตที่คอยหลอกหลอนเธอเมื่อต้องวนเวียนจมอยู่กับความคิดตัวเองเพียงลำพัง
ช่วงต้นของมินิซีรีส์แนวนี้ทำได้น่าสนใจ ตั้งแต่ความพยายามจะเดินทางไกลของ “ลิฟ” แบบที่คนดูไม่รู้เหตุผลว่าทำไมเธอจึงจำเป็นเร่งด่วนที่จะไปพบบุคคลปริศนา ท่ามกลางสภาพอากาศไม่อำนวย จนเธอแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการขอขึ้นเครื่องบินเช่าเหมาลำติดไปกับชายแปลกหน้าสองคนที่เข้าใจว่าพวกเขาคือทีมงานช่างภาพของเนชั่นแนลจีโอกราฟิก ก่อนจะได้รู้ความจริงว่า เธอตัดสินใจผิดพลาดครั้งใหญ่ และเป็นผู้โดยสารคนเดียวที่รอดชีวิตกลางป่าลึกได้ กระทั่งเมื่อเธอต้องคิดหาวิธีเอาชีวิตรอดตามธรรมเนียมของเรื่องราวแนวนี้ก็จะต้องให้ตัวละครผจญเหตุ ผจญภัย เรียนรู้และรู้จักปรับตัวตั้งแต่การเริ่มมองหาอาหารประทังชีวิต การรู้จักหาน้ำสะอาดดื่ม การก่อไฟ รู้จักทำแพ ทำเบ็ดตกปลา แต่ใช่ว่าทุกอย่างจะง่ายดาย
ซีรีส์ใช้วิธีการเล่าแบบสร้างการลุ้นระทึกว่า “ลิฟ” กำลังจะมีความหวังหลายต่อหลายครั้ง คิดหาสารพัดวิธีเอาตัวรอด หรือมีแรงฮึดที่จะต่อสู้เอาชีวิตรอดแบบต่างๆ แต่ก็ดูเหมือนว่าการเริ่มต้นแต่ละครั้งก็จะล้มเหลวไปจนถึงยากมากแม้จะพยายามเท่าไหร่ และสถานการณ์ก็ดูจะเลวร้ายขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มมองไม่เห็นหนทางว่าใครจะมาช่วยเธอหรือเธอจะหาทางหนีออกจากกลางป่านี่ได้อย่างไร
พาร์ตเรื่องการผจญภัยนั้นถือว่าสนุกใช้ได้ แต่พาร์ตที่เล่าเรื่องการต่อสู้ด้านจิตใจที่ซีรีส์จะคอยแฟลชแบ๊กให้เราเห็นความเป็นมาที่เป็นแผลใจของ “ลิฟ” ตั้งแต่ความสัมพันธ์กับแม่ที่มีภาวะทางจิตเภทจนส่งผลต่อสุขภาพจิตลึกๆ ของลิฟ รวมทั้งเธอยังระแวงการสร้างสัมพันธ์แบบจริงๆ จังๆ เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ รวมทั้งช่วงวัยเด็กที่เธอต้องใช้เวลาปรับตัวอยู่กับพ่อกันลำพัง โดยที่ไม่มีแม่ และคิดว่าแม่ทิ้งเธอไป
“ลิฟ” โตขึ้นมาเป็นทนายสาวบ้างาน ปฏิเสธการสร้างสัมพันธ์แบบหนุ่มสาว และอยูในช่วงเสียศูนย์ทั้งพ่อที่เสียชีวิต และตัวเธอที่ตั้งครรภ์จากความไม่ตั้งใจ รวมทั้งเมาสลบจนทำไฟไหม้ห้องแต่ก็รอดชีวิตมาได้
และเรื่องทั้งหมดถูกนำมาถ่ายทอดพร้อมกันในระหว่างที่ตัวละครก็ยังมาติดป่าอยู่คนเดียว นั่นทำให้มินิซีรีส์เรื่องนี้ บางช่วงก็เน้นไปที่บทเรียนของการพยายามเอาชีวิตรอด บางช่วงก็เล่าเรื่องราวดราม่าชีวิต ประสบการณ์วัยเด็กที่เจ็บปวด แม้จะเข้าใจได้ว่า “ลิฟ” นั้นคือคนที่ไม่มีความสุขเอาเสียเลย และยังหาทางออกจากความรู้สึกทุกข์นี้ไม่ได้ แต่การมาติดป่าก็ทำให้เธอได้ตกผลึกนึกย้อนเรื่องราวที่ผ่านมา มีทั้งช่วงไม่ยอมรับตัวเอง และถึงจุดที่ต้องยอมรับตัวเองในที่สุด ทั้งสลัดปมร้าวจากความสัมพันธ์กับแม่ พร้อมกับที่เธอก็ตั้งครรภ์ระยะแรก สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในวิกฤตที่เธอต้องเอาชีวิตรอดไปด้วย
จุดด้อยของมินิซีรีส์เรื่องนี้คือ การวางความสนุกของเรื่องราวเอาตัวรอดในป่าได้ไม่ต่อเนื่อง เพราะจะต้องถูกแบ่งมาเล่าเรื่องซ้อนทับชีวิตก่อนหน้าของ “ลิฟ” รวมทั้งการนำเสนอความคิดคำนึงของตัวละครที่ดูฟุ้งซ่าน จนบดบังเรื่องราวแนวระทึกใจหลายต่อหลายฉาก และยิ่งช่วงท้ายที่เริ่มขยี้ไปที่ความบอบช้ำทางจิตใจในอดีตของ “ลิฟ” มากขึ้นเรื่อยๆ จนเมื่อซีรีส์เฉลยว่า สาเหตุที่เธอต้องรีบขึ้นเครื่องบินข้ามประเทศ เพื่อไปพบคนคนนั้นก็ไม่ได้ตื่นเต้นหรือต้องลุ้นอะไรแล้ว
แต่สิ่งที่คนดูติดตามดูคือ “ลิฟ” ผ่านช่วงลำบากๆ ในป่ามาได้อย่างแสนลำบาก ตั้งแต่การเดินหลงป่าเป็นวงกลม การตกลงไปในถ้ำลึก ร่วงลงมาจากที่สูง เรียกว่าโดนหนักมานักต่อนัก แม้จะสร้างเงื่อนไขยากๆ ที่น่าเชื่อ แต่ก็ดูจะรอดมาได้เกินจริงราวปาฏิหาริย์ แล้วก็ติดตามดูเรื่องราวปูมหลังของตัวละครที่ค่อนข้างน่าเบื่อ แม้จะวางโครงไว้เหมือนจะน่าสนใจว่าตัวละครหลักที่นอกจากพยายามดิ้นรนเอาชีวิตรอดกลางป่าแล้ว ก็ยังต้องเผชิญกับความทรงจำเหตุการณ์ฝังใจในอดีตที่ย้อนกลับมาเล่นงานช่วงจมอยู่กับตัวเองเพียงลำพังกลางป่า แต่เมื่อเรื่องราวไม่ได้มีอะไรมากมายนัก ทำให้การดูมินิซีรีส์เรื่องนี้ คนดูรอเพียงเวลาจบว่า จะถึงจุดช่วงที่เธอรอดออกไปจากป่านี้ตอนไหนก็เท่านั้น
ข้อดีมีอยู่ในแง่ของนักแสดงนำที่รับบท “ลิฟ” (เมลิซซ่า บาร์เรรา) ซึ่งแทบจะเล่นคนเดียวทั้งเรื่อง สามารถถ่ายทอดการแสดงและซีนอารมณ์ที่ประคับประคองเรื่องราวให้ไปต่อได้จนจบ รวมทั้งงานองค์ประกอบด้านภาพที่นำเสนอภาพป่าเขาสวยงามแต่น่าสะพรึงกลัวก็ช่วยเพิ่มอรรถรสได้
เพียงแต่ความสวยงามนี้ “Keep Breathing” มีโครงเรื่องที่คาดเดาได้ง่าย การเล่าเรื่องอดีตและปัจจุบันสลับไปมา แม้จะเป็นการทำให้เราเข้าถึงตัวละครว่าเธอใช้ปมในอดีตมาเป็นตัวช่วยผลักดันให้หาทางเอาชีวิตรอด และถึงขนาดเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อแม่ และต่อชีวิตตัวเองใหม่ในช่วงติดป่า จนดูเหมือนว่าถ้ารอดออกจากป่าได้ก็อยากจะได้โอกาสใหม่ในชีวิต แต่สำหรับคนดูก็รู้สึกไม่ได้ลุ้นอะไรหรือค้นพบอะไรจากการตื่นรู้ของตัวละครหลักนัก เพียงแต่ติดตามดูไปจนสุดทางให้ถึงบทสรุปสุดท้ายที่ทิ้งความหวังเอาไว้ให้
ภาพประกอบ Youtube Video / Netflix

