จากแม่ถึงลูก จากนักแสดงรุ่นเก๋า ‘แอน สิเรียม’ ถึง ‘นนนี่’ ผู้ก้าวเข้าสู่วงการละคร

 

จากการที่เคยแต่เห็นแม่ คือ แอน สิเรียม ภักดีดำรงค์ฤทธิ์ เล่นหนังเล่นละคร ถึงตอนนี้ นนนี่ นนลนีย์ ได้ตัดสินใจขอตามรอย ด้วยการประเดิมแสดงละครเรื่อง ‘ชายแพศยา’ ของผู้จัด ปิ่น ณัฏฐนันท์ ฉวีวงษ์ ที่มีแอน สิเรียม ร่วมเป็นนักแสดงในเรื่อง

“เห็นคุณแม่เล่นละครมาตั้งแต่เด็ก เลยอยากจะลองบ้างว่าเป็นยังไง” นนนี่ให้เหตุผลพลางยิ้ม

จากนั้นเผยว่าหลังจากได้เล่นก็พบว่านี่เป็นประสบการณ์ที่ไม่เคยพบ และมือใหม่อย่างเธอนอกจากจะไปหารือ และถามเทคนิคการแสดงจากแม่ ก็ยังไปเรียนการแสดงเพิ่มเติม

เรื่องการแสดงของลูก แอนบอกว่าเท่าที่ดูจากบท ก็พบว่า “ยากอยู่”

“เป็นบทที่ท้าทาย”

อย่างไรก็ดี ไม่ได้ให้คำแนะนำอะไรมาก เพราะตั้งใจให้ไปเรียนรู้กับครูผู้สอนการแสดง

“ตอนยุคแอน ก็จะเป็นนักแสดงอีกรุ่นหนึ่ง การแสดงเดี๋ยวนี้มันมีเทคนิค มีพัฒนาการ แล้วมีการอธิบายที่ซับซ้อนกว่าตอนในยุคของเรา แอนเป็นคนที่สอนไม่เป็นด้วย เราเข้าใจ แต่บางทีการเรียบเรียงและถ่ายทอดออกไปมันยาก ให้เป็นครูทางด้านการแสดงดีกว่า แล้วเขาก็มีผู้กำกับฯ คอยดูให้อยู่”

ขณะเดียวกันโดยส่วนตัวก็ยังต้องรับผิดชอบบทของตัวเองด้วยเหมือนกัน ยิ่งเป็นการแสดงที่ต้องประชันกับ ป๋อ ณัฐวุฒิ สกิดใจ ก็ต้องใช้พลังและการทุ่มเท

“พี่ป๋อเขาก็เซียนไง เขาไม่มีการปล่อยใดๆทั้งสิ้น เราต้องสู้นิดนึง” แอนบอกพลางหัวเราะ

ถามนนนี่เรื่องความคิด ความรู้สึกโดยเทียบจากที่เคยเห็น กับการก้าวมาทำเองอย่างเต็มตัว แต่แอนขอก่อนตอบแบบยิ้มๆว่า “ซึ้งค่ะ ซึ้งเลย เพราะว่ากองนัด 6 โมงเช้า แต่เวลาคุณผู้ชมดูทางจอมันจะไว”

“ขั้นตอนจะค่อนข้างเยอะกว่าที่เราเห็น” นนนี่เสริม

ทั้งนี้แอนยอมรับด้วยว่า แม้จะปล่อยให้ลูกรับผิดชอบตัวเองอย่างเต็มที่ แต่เธอก็ได้ไปสอบถามทีมงานกองถ่ายอยู่เหมือนกัน

“ถามว่าลูกไปสายไหม เราเคยเป็นอดีตผู้จัดไงคะ ก็จะเข้าใจว่าการเป็นนักแสดงมันไม่ใช่ว่าเราจะรับผิดชอบหน้าที่การแสดงอย่างเดียว ต้องมีวินัยด้วย ต้องมาให้ทันเวลา มีความรับผิดชอบหลายสิ่งอย่างที่เป็นองค์ประกอบโดยรวม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ”

ทั้งยังบอกปนอาการหัวเราะๆว่า “ตอนเราสาวๆ เราก็อิทธิฤทธิ์เยอะเนาะ บาปกรรมก็ตามสนองเราอยู่”

เรื่องที่แม่มาแอบเช็ค นนนี่บอกว่าไม่กดดัน เพราะมาตรงเวลาตลอดๆ

“แต่จะมีกดดันเรื่องการแสดงนิดหน่อยค่ะ เพราะว่าเป็นเรื่องแรก ก็จะตื่นเต้น กดดันว่าทำออกมาได้ดีหรือเปล่า จะถ่วงคนอื่นไหม”

ส่วนเรื่องชื่อเสียงของแม่ “กดดันนิดนึงค่ะ” เธอยอมรับ

“แต่ก็ทำเต็มที่ที่สุดแล้วค่ะ”

สำหรับเรื่องนี้ แอนฟังแล้วบอกว่าอันที่จริงเรื่องชื่อเสียงของเธอ ไม่น่าจะถูกนำมาคิด

“ไม่เกี่ยวเลย”

“เราไม่เปรียบเทียบกัน เพราะว่าแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน ด้วยยุคสมัย กาลเวลา ไม่เหมือนกัน”

อย่างไรก็ตามนนนี่บอกว่าเรื่องการเปรียบเทียบนั้น น่าจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยเหตุนี้จึงตั้งใจว่าจะนำคำติชมต่างๆ มาใช้เพื่อพัฒนาตัวเองจะดีกว่า

สำหรับแอน เธอบอกอีกว่า ถ้าย้อนนึกไปในสมัยก่อน เธอก็ไม่ได้เก่ง

“จริงๆ แอนมาเข้าใจศาสตร์การแสดงลึกๆ ตอนแอนกลับมานี่เอง ที่ได้เล่นบทตัวร้าย ซึ่งมันหลากหลาย สมัยก่อนเล่นเป็นนางเอกมาตลอด บทก็จะน่ารักคิกขุอาโนเนะมาเรื่อยๆ”

“เพิ่งเข้าใจแบบลึกซึ้ง เข้าถึงจริงๆ ตอนยุคที่กลับมาเล่นบทเป็นแม่นี่เองนะคะ”

“สมัยก่อนจะเข้าใจแค่ด้านเดียว แต่เดี๋ยวนี้ละครไทย ภาพยนตร์ไทยมีการพัฒนาเยอะขึ้น โลกมันแคบลง เราดูหนังฝรั่ง หนังหลากหลายชาติ นักแสดงเองก็ต้องพัฒนาตัวเองขึ้นมาด้วย”

ซึ่งทุกอย่างเหล่านั้นนนนี่จะต้องค่อยๆเรียนรู้ด้วยตัวเอง

“อาหารเราป้อน เราเคี้ยวแทนไม่ได้” คือคำเปรียบเทียบแบบเห็นภาพ

จากแม่ผู้มีประสบการณ์ถึงลูกผู้ก้าวเท้าเข้าสู่วงการบันเทิง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon