ความในใจของตุ๊ คู่ชีวิตสมบัติ เมทะนี “อยากคิดว่าเขายังอยู่”
“ใจหาย ไม่อยากคิดว่าเขาไปแล้ว ยังอยากคิดว่าเขายังอยู่”
ตุ๊ กาญจนา คู่ชีวิตของสมบัติ เมทะนี เปิดใจด้วยน้ำเสียงเศร้า พูดถึงสามีที่เพิ่งจากลาไป
เธอยังบอกด้วยว่า เธอกับเขาแต่งงานกันมานาน โดยเพิ่งครบรอบวันแต่งงานปีที่ 63 ไปเมื่อวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมานี่เอง
“คนเราพอแต่งงานกันไป บางคู่ต้องมองหาจุดดีของคู่ครองตัวเอง แต่สำหรับเรา พยายามจะหาจุดด้อย จุดไม่ดีของเขา แต่หาไม่เจอเลย”

“เมื่อวันที่พี่แอ๊ด (สมบัติ เมทะนี) จากไป เราก็เข้าไปกราบขอโทษเขาที่เท้า บอกเขาว่าหนูพยายามหาจุดไม่ดีของพ่อแล้ว แต่หาไม่เจอ กลับกลายเป็นว่าหนูเจอแต่จุดไม่ดีของหนู หนูทำอะไรให้พ่อไม่พอใจหรืออะไรก็ตาม หนูกราบขอโทษด้วยอย่างสุดๆ เลย ถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะไม่ทำ เพราะพ่อดีกับหนูมากๆ”
บอกด้วยว่าตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน เธอกับเขาจะพูดคุยเรื่องต่างๆ กันตลอด
“เรื่องพูด เขาพูดตลอด ก่อนจะเสียชีวิตวันนึง อยู่ๆ เขาก็มองหน้าเรา แล้วบอกว่าพี่รักหนูนะ แล้วก็รักแค่คนเดียว ตอนนั้นแทนที่เราจะตอบกลับเขา เราก็ขำ เพราะเขาขี้เล่น ก็พูดติดตลกไปว่าพ่อจะย้อนเหรอ พ่อกับหนูแต่งงานกันได้ 63 วันเหรอ ไม่ใช่ 63 ปี เขาก็ขำ นี่คือประโยคสุดท้ายที่เราล้อเล่นกัน”
“เราไม่เสียดายอะไรกับชีวิตที่ผ่านมาเลย”
เมื่อถามว่าสมบัติยังมีเรื่องอะไรที่ยังห่วงบ้างไหม?
เธอก็ว่า “เราเลี้ยงลูก เรารู้สึกว่าลูกเราโต แต่เขาเลี้ยงลูกด้วยความที่รู้สึกว่าลูกยังเล็ก ตามใจทุกอย่าง สารพัด พ่อเยี่ยมตลอด แม่ดุ เขาจะหวงตามประสาพ่อ-ลูก แต่ลูกๆ ไม่ได้น่าเป็นห่วง”
การใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันมา 63 ปี ตุ๊ กาญจนาบอกว่า เป็นการใช้ชีวิตแบบไม่มี 3 ซ.โซ่
“คือซอกแซก ซักไซ้ เซ้าซี้ 3 ตัวนี้อย่าได้มีในชีวิตสมรสเลย”

“ไม่ใช่แต่งงานกันแล้ว โทรศัพท์มาจะมาขอดู ว่าใครโทรมา เขาไม่ให้ดู เวลาเขาไปเข้าห้องน้ำก็ไปแอบดู นี่คือซอกแซก เซ้าซี้ ซึ่งตลอด 63 ปีที่ผ่านมา เราสองคนไม่มีเรื่องนี้เลย เราไม่เคยไปไขลิ้นชักเขาเลย เรามองว่าทุกคนควรมีพื้นที่ส่วนตัว”
“แต่งงานแล้วไม่ใช่ว่าเราจะหมดอิสรภาพของตัวเองนะ เราต้องให้เกียรติและสำนึกที่ดีต่อกัน”
“เคยถามเขาว่าพ่อเคยอยากจะไปยุ่งกับคนอื่นไหม เขาก็บอกว่าพูดตรงๆ เลย พี่ก็เหมือนผู้ชายทั่วไป มีกิเลส แต่พี่มานึกว่าถ้าพี่สนุกแค่นิดเดียว แต่คนเจ็บช้ำคือหนู พี่ไม่ทำดีกว่า”
ในวันนี้ที่ไม่มีเขา เธอก็บอกตามตรงว่าไม่รู้จะเป็นอย่างไร
“ยังคิดไม่ถูก ร้องไห้อย่างเดียว ร้องไห้และเสียใจว่าตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่ เราน่าจะดูแลเขาให้มากกว่านี้”
เธอยังบอกด้วยว่า ที่ผ่านมาสมบัติเป็นคนที่น่ารักตลอด พร้อมกันนั้นก็ยกตัวอย่างมาเล่าว่า เวลาไปต่างประเทศ เวลาจะซื้อของ เขาจะไม่ซื้ออะไรจนกว่าลูกและภรรยจะได้ของทั้งหมดที่ต้องการแล้ว
“เงินเหลือก็ค่อยซื้อให้ตัวเอง เขาจะเป็นคนแบบนี้”
“ตอนนี้ก็ปลอบใจตัวเองว่าที่มันเกิดขึ้นตอนนี้คือเราฝัน พ่อยังอยู่กับเรา พ่อยังไม่ไปไหน เขายังอยู่ในหัวใจแหละ”
“ถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะดูแลเขาให้มากกว่านี้เพื่อตอบแทนความดีของเขา”
“นี่คือความรู้สึกของเราในหัวใจที่มีอยู่ตอนนี้”

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงาน คนในแวดวงบันเทิงต่างทยอยเดินทางมาร่วมอาลัยอย่างไม่ขาดสาย อาทิ เพชรา เชาวราษฎร์, ชรินทร์ นันทนาคร, สุประวัติ ปัทมสูต, นันทวัน เมฆใหญ่, สรวงสุดา ชลลัมพี, ทาริกา ธิดาทิตย์, ปริศนา กล่ำพินิจ, กัณพล ปรีดามาโนช, ดามพ์ ดัสกร, ยุวดี ไทยหิรัญ, ยิ่งยง ยอดบัวงาม, วสุ แสงสิงแก้ว, จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์ ฯลฯ




