ฮาย อาภาพร เล่าสุขภาพพังจนเฉียดตายเพราะการกิน ทุเรียน–กาแฟ ทำทรุด
นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ฮาย อาภาพร นครสวรรค์ มาแชร์ปัญหาสุขภาพให้ฟังที่ช่วงหลังมานี้เป็นสายเฮลธ์ตี้ โดยเจ้าตัวได้เล่าที่มาที่ไปของการหันมาใส่ใจตัวเองมากขึ้นในรายการ Rise & Shine ชีวิตดีเริ่มที่ตัวเรา ทางพีพีทีวี กับ นิหน่า สุฐิตา พิธีกร เนื่องจากเคยผ่านช่วงเวลาที่ร่างกายมีปัญหาหนักมาแล้ว
โดย “ฮาย อาภาพร” เล่าย้อนไปถึงเรื่องราวดังกล่าวให้ฟังว่า “3 ปีที่ผ่านมาเคยทุเรียนกินวันละ 3 ลูก คนอื่นกินเขาเป็นร้อนใน ไม่เห็นรู้สึกอะไรเลย แค่ร้อน ระบบขับถ่ายก็พรั่งพรู 3 ปีที่แล้ว เคยนับปีละ 500 ลูก เพราะบ้าออกกำลังกาย แต่พออายุ 50 ไม่ไหวละ เพราะไขมัน มันก็เริ่มมา ใส่กล่องเอาแช่ช่องฟรีซเลย เขียนไว้เลยห้ามกิน หวงมาก ถ้าหายจะถามเลยว่าทุเรียนฉันหาย ใครกิน มีอยู่ครั้งนึง ร่างกายเราอาจจะรวน นอนน้อย พักผ่อนไม่เพียงพอ กินแล้วไม่ถ่าย อยู่ประมาณ 3 คืน กินแล้วมันแน่น มันครั่นเนื้อครั่นตัว มันเวียนหัว โลกหมุน มันลืมตาไม่ได้ มันเหมือนมันจะร่วงลงมาหาเรา หมอเอกซเรย์ทุกสิ่งทุกอย่าง อู้หู! อุจจาระไปถึงคอหอยนี่เลย มันแน่นไปหมด ที่ลำไส้เรามีแต่อุจจาระทั้งนั้นเลย เรารู้สึกว่าไม่สบายตัว เราเลยไม่ได้ถ่าย แค่ 3 วันเองนะ”

นอกจากนั้น เจ้าตัวยังบอกด้วยว่า “ตอนนี้ไปตรวจสุขภาพทุกปี ยิ่งอายุมากยิ่งตรวจ ครึ่งปีตรวจครั้ง เมื่อก่อนอายุ 30 ปลายๆ คอนเสิร์ตเยอะ กลับมาก็กินข้าว มีดื่มบ้าง ทุกวัน ปีกว่าๆ และยังมีรับรายการทีวี อัดรายการนัดเช้า ต้องกาแฟหวานมัน จนเด็กที่ดูแลบอก หัวหน้า วันนี้ 21 แก้วแล้ว แต่ไม่ได้กินหมดแก้ว แค่จิบๆ ปีกว่า เวลานอนเหมือนจะจมน้ำตาย เหมือนเราหยุดหายใจ หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ ตอนนั้นสเต็มเซลล์มาแรง จะช่วยเรื่องฝ้าและไทรอยด์ของเราไหม ก็เลยขอเช็กเลือดทั้งหมดในร่างกาย แต่ดึงเลือดไม่ออกเพราะเลือดข้นมาก ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการกินหมดเลย ตรวจมาคือเฉียดหมด หัวใจมาแล้ว น้ำตาล และไขมันพอกตับ ซึ่งอันตรายมาก”

ในขณะที่เรื่องชีวิตส่วนตัว นักร้องคนดังอัพเดตให้ฟังว่า “เราเป็นคนชอบทำงาน ตอนนี้ทุ่มเทให้กับแม่คนเดียวเลย เราไม่มีใคร เรามีเขาอยู่คนเดียว ก็เรียนจบปริญญามาให้เขา เราก็บอกเขาว่ารู้ว่าเด็กๆ แม่ไม่มีเงินส่งลูกเรียน เราเรียนจบก็เซอร์ไพรส์เขาด้วย ก็เลยมีแพลนเรียนต่ออีกด้านบริหาร เราก็เอามาใช้กับตัวเองได้ ไม่มีใครแก่เกินเรียน และอยากให้ลูกหลานเราเห็นว่าการเรียนสำคัญนะ
ถามเรื่องความรัก จริงๆ ก็อยากมีเหมือนคนอื่นเขานะ ถ้ามีแฟนเราก็อาจมีความสุขอีกแบบหนึ่ง ก็ยอมรับว่ามีคนขอเข้ามาดูแลหัวใจ แต่เราว่ามันไม่สนุกที่เราต้องเทกแคร์เขา แล้วก็ไม่รู้ว่าจะอยู่กันลำบากหรือเปล่า เราสงสารหัวใจเรา ไม่อยากให้ใครมาล้อเล่นกับความรู้สึก อันนี้สำคัญมาก เพราะเราเองก็เคยลองถลำที่จะลองคบ มันเหนื่อย ไม่สนุก คือเราอาจจะรักแบบนี้ไม่เป็น ถ้ารักเป็น เรารักเขามากหรือเขารักเรามาก ถ้าเจอคู่ที่ใช่ยังไงก็ต้องอยู่ด้วยกันได้
มองความสุขกับการเป็นโสด เราสนุกกับมันมาก มีความรู้สึกว่าเป็นอิสระ จะทำอะไรก็ได้ ไม่ต้องแชร์ความรู้สึก ไม่ต้องบอกใคร บอกแค่แม่คนเดียว มันละเอียดอ่อนมากนะความรัก ก็อยู่แบบนี้ โสดแบบเฉิดฉาย (หัวเราะ)”


