ไปร่วมงานเปิดตัวแคมเปญ Shopee 9.9 วันช้อปแห่งปี ที่ W Bangkok Hotel จากนั้น เกรท วรินทร ได้ให้สัมภาษณ์กรณีที่ผ่านมามีดราม่าปมเหยียดเพศ หลังเจ้าตัวไปแสดงความเห็นใต้โพสต์ของนักแสดงรุ่นน้อง คือ แก๊ป จักริน ภูริพัฒน์ ที่ลงภาพโปรโมตละครเรื่องหนึ่ง คู่กับ แคร์ วงศ์วชิรา นักแสดงชายอีกราย
-อ่าน วิจารณ์เดือด เกรท วรินทร ปมเหยียดเพศ หลังโผล่คอมเมนต์รูป แก๊ป-แคร์
-อ่าน เกรท วรินทร โพสต์ขอโทษ หลังทัวร์ลงปมคอมเมนต์แซว ยันไม่มีเจตนาเหยียดเพศ
โดยเกรทบอกว่า จริงๆ ไม่อยากให้ประเด็นนี้ถูกฟื้นขึ้นมาอีก อย่างไรก็ตาม “ต้องบอกว่าเป็นความเจ็บปวด รู้สึกไม่ดีกับสิ่งที่ออกไป เพราะว่าตอนที่โดนก็มานั่งนึกย้อนว่าเรารู้สึกไม่ดีกับคำพูดนั้น ทั้งๆ ที่น้องที่เราไปคอมเมนต์เป็นน้องผู้ชายที่สนิทและแมนๆ ทั้งคู่ แต่เข้าใจในแง่มุมที่มันเกิดขึ้น ก็เสียใจครับ เป็นบททดสอบหนึ่งในชีวิตอยู่เหมือนกัน ที่ต้องพาจิตใจผ่านไป”
ซึ่งหลังจากนี้ก็จะระมัดระวังให้มากขึ้น
“เรียกว่าเป็นบทเรียนของตัวเลย ว่าเรื่องของการคอมเมนต์หรืออะไร เป็นสิ่งที่ไม่ควรที่จะไปกระทบจิตใจคนที่อ่าน แล้วรู้สึก นั่งคิดอยู่ตลอดว่าเราไม่น่าเป็นแบบนั้น แต่ก็มีหลายอย่างที่รู้สึก คนจะบอกว่าตัวเราเองเป็นคนแบบนั้น แบบนี้ อันนี้ก็อยากจะพูดในส่วนตัวนิดหนึ่ง เพราะว่าไม่เคยรู้สึกที่จะเหยียดใคร หรือว่ารู้สึกไม่ดีกับใครเลย สิ่งที่เจ็บปวดอีกอย่างหนึ่ง คือคนที่อาจจะไม่ได้รู้จักเรา แต่ว่าด่าว่าเราหนัก อันนี้เป็นเรื่องที่เสียใจ เพราะไม่อยากให้คนที่กำลังเห็นเรา เข้าใจเราผิด”
“อันนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ดีใจที่ได้พูดครับ เพราะเราไม่ใช่คนแบบนั้น”
เล่าด้วยว่าตอนนั้น “น้องแก๊ป (จักริน ภูริพัฒน์) เป็นคนบอกว่าที่ไปคอมเมนต์จะดราม่ามั้ย ผมก็คิดว่างานเข้าแน่ เลยลบดีกว่า คือต้องพูดจริงๆ ว่าเจตนาเราไม่คิดเหยียดใครอยู่แล้ว แต่เป็นเรื่องของการแซวกันกับน้องแบบผู้ชายๆ แต่ก็เข้าใจได้ ก็เป็นเรื่องเซนซิทีฟ เข้าใจแล้วว่าอันนี้ไม่เหมาะสม คิดว่าไม่ควรเกิดขึ้น”
สำหรับน้องๆ ที่เขาไปแซว เกรทบอกว่าทั้งคู่ไม่ได้ติดใจ ส่วนหลังเกิดเหตุ ยอมรับว่าได้หยุดอ่านคอมเมนต์ต่างๆ ที่มีมาถึง รวมถึงเลิกเล่นโซเชียลเน็ตเวิร์กอยู่พักหนึ่ง
“ไม่อ่านเลย ไม่อ่าน เจ็บปวด ผมว่ามันเป็นวิธีการที่เราต้องผ่านไป เราต้องยอมรับกับตัวเองก่อน ว่าเราเสียใจนะ พอเสียใจ เราก็ต้องขอโทษ และต้องรู้ด้วยว่าสิ่งที่เราทำ ไม่เหมาะสมตรงไหน ก็เลยขอโทษผ่านสื่อ และหลังจากนั้นก็เป็นเวลาที่ดูใจตัวเองแล้ว ก็เห็นคอมเมนต์บ้าง แต่ก็พักก่อนดีกว่า เลยไม่ได้เล่นโซเชียลช่วงนั้นอยู่สักพักนึง ถือว่าเป็นอุปสรรคอย่างนึงที่จะทำให้เราผ่านมันไป แล้วก็จะเข้มแข็งขึ้น”
เรื่องคอมเมนต์แซวคนอื่น เกรทบอกว่าตอนนี้ก็ยังแซวอยู่ เพียงแต่ต้องระมัดระวังให้มาก
“เรื่องแบบนี้คงไม่เล่น ผมว่าพอเป็นเรื่องที่พับบลิค ในเรื่องของคนส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเล็กๆ น้อยๆ หรือแม้ว่าเราจะเล่นกับเพื่อนที่สนิทก็ตาม แต่เราเป็นคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ ก็อาจจะมีคนอื่นที่อาจจะไม้ได้รู้จักเราจริงๆ และไม่ได้รู้ว่าความสัมพันธ์เรากับเพื่อนเราเป็นยังไง เขาอาจจะเข้าใจผิดได้ เรื่องนี้เป็นการบ้านที่เราจะต้องเก็บไปคิด”
“ยังคงเป็นตัวเองแบบนี้ แต่ว่าอะไรหลายๆ อย่างก็ต้องระวังตัวมากขึ้น”
เมื่อถามถึงเรื่องเซนซิทีฟดังกล่าว ว่าในความคิดเขามีอะไรที่ควรพูดหรือไม่ควรพูด เกรทบอก “ผมว่ามันเริ่มต้นจากข้างในของเรา ส่วนหนึ่งผมสบายใจตรงที่ว่าเรารู้อยู่แล้วว่าเราไม่ได้เป็นคนเหยียด ไม่ได้เป็นคนที่ชอบตำหนิหรือด่าว่าคนอื่น ดังนั้นเรื่องนี้ก็เลยรู้สึกมั่นใจว่าเราเป็นแบบนั้น แต่ว่าประเด็นคอมเมนต์ในเรื่องของการแซวที่อาจจะเกิดผลกระทบได้ ก็ต้องมีสตินิดนึงในการเล่น”
เหตุการณ์ครั้งนั้นเขาบอกว่า “นอยด์ไปประมาณวันหนึ่งแบบหนักๆ ก็ยอมรับกับตัวเอง คิดถึงโซเชียลเหมือนกันนะ แต่ประเด็นสำคัญที่อยู่ในใจเราตอนนั้น คือเรารู้สึกว่าคนที่ติดตามเรา เห็นเราเป็นแบบอย่าง หรือรักเราเป็นกำลังใจให้เรา สิ่งนี้คือสิ่งที่เสียใจที่สุดที่ทำให้เขาเข้าใจเราผิด ผมกล้าพูดเลย ว่าผมไม่ใช่คนแบบนั้น มันเป็นการคอมเมนต์ที่คึกคะนอง แล้วก็เล่นๆ กับน้องเท่านั้นเอง”
เขายังบอกด้วยว่าหลังจากออกมาขอโทษแฟนคลับก็เข้าใจ
“คือแฟนคลับผมส่วนใหญ่จะรู้ว่าคอมเมนต์นั้นเจตนาเราคืออะไร แต่คนที่ไม่รู้ ก็อยากบอกให้รู้ ว่าเราไม่ได้เป็นแบบนั้นนะ”
ยืนยันว่า ยังเป็นเกรท วรินทร เหมือนเดิม
“เป็นคนดี คนน่ารักเหมือนเดิม”

สำหรับในเรื่องของการงาน เกรทบอกว่ามีแผนจะทำร้านอาหาร ขณะที่เรื่องหัวใจยังไม่มีใครเหมือนเดิม ต่างจากเพื่อนๆ ที่มีกันหมด
“ช่วงนี้เพื่อนๆ มีกันหมด แล้วก็รักกันกับแฟนๆ ของเขา”
อย่างไรก็ดีไม่รู้สึกอิจฉา ทั้งยังบอกด้วยว่าในส่วนของ บอย ปกรณ์ ซึ่งบอกว่าตั้งใจจะอวด เขาก็เข้าใจได้ เพราะ “เขาเป็นคนตรงๆ แบบนั้นอยู่แล้ว เขาก็ยังมาสงสัย นี่เราคลั่งรักตรงไหนวะ” เล่าแล้วก็ยิ้ม
สำหรับตัวเขา เกรทบอกว่าพ่อก็เร่งๆ อยู่ แต่เอาเข้าจริงทั้งพ่อและแม่ต่างรู้จักนิสัยของตนดี
“พ่อก็จะพูดว่าเป็นแบบนี้ไม่มีหรอก”
แต่กระนั้นก็มีบ้างที่แนะนำสาวๆ ให้
“แต่ผมก็ไม่ได้อะไร”
“ชอบหาเองมากกว่า” เผยพลางหัวเราะ

