น่าประหลาดที่เมื่อเห็นโบราณวัตถุสถาน ทั้งรูปสถาปัตยกรรม พุทธศิลป จิตรกรรมฝาผนัง ฯลฯ ในประเทศแล้ว บอกได้ว่า แต่อดีตมา ความซาบซึ้งในศิลปของผู้คนมีอุดมแทบจะเรียกว่าอยู่ในสายเลือด กระทั่งท้าวพระยามหากษัตริย์ก็ยังทรงเป็นกวี ทรงมีสายพระเนตรและจินตนาการในศิลปอยู่เอกอุ
ครั้นเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบสากล จะหาผู้นำซึ่งตระหนักถึงความงามในประณีตศิลป หรือวิจิตรศิลปทั้งหลาย แสนยาก
ขณะที่บ้านเมืองอารยะน้อยใหญ่ โดยเฉพาะที่เคยอยู่ในอาณานิคม ล้วนมีหอศิลปมากหลาย ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนงานให้ประชาชนได้ชื่นชม มีห้องสมุดสาธารณะแทบทุกเขตแทบทุกชุมชน แต่บ้านเราวิพากษ์วิจารณ์กันเลือดตากระเด็น หากไม่มีเอกชนริเริ่มมาแต่ไม่กี่ทศวรรษก่อน หอศิลปของรัฐก็คงไม่เซซังเกิดขึ้น
ทิ้งภาระให้เป็นของโรงแรมน้อยใหญ่ที่ศิลปินทั้งหลายต้องไปขอพื้นที่แสดงงาน โดยเฉพาะภาพเขียน
ขณะที่เกาะฮ่องกงเล็กนิดเดียว มีหอศิลปเอนกประสงค์ทุกเขต เอนกประสงค์คือแสดงภาพก็ได้ แสดงดนตรีก็ได้ ละครก็มี ไม่ว่าจะเป็นงานของนักเรียนนักศึกษาหรือมืออาชีพ ก็มีผู้บริหารจัดการสถานที่ให้คนของเขาได้เสพสิ่งสุนทรียเป็นประจำ ในชีวิตประจำวันที่บีบรัดทำมาหากิน
ปัจจุบันเรามีวงดนตรีสากล ไทย ฟิลฮาร์โมนิค ออร์เคสตรา ของ ดุริยางคศิลป มหาวิทยาลัยมหิดล แสดงมานานนับสิบปี แต่มีนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีไทยกี่คนไปฟัง ขณะอดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย มหาธีร์ โมฮัมหมัด เคยเหมาเครื่องบินยกคณะมาฟังถึงศาลายา
พอเห็นที่จังหวัดราชบุรีมีเป้าประสงค์ในทางนี้ ตั้งแต่งาน ปกติศิลป์ ครั้งแรก ก็กระหวัดไปทันทีว่านี่ถ้าจะเป็นจังหวัดนำในการยกระดับจิตใจผู้คนด้วยงานศิลป เช่นเดียวกับนานาอารยะประเทศเพื่อนบ้านอย่างฮ่องกง ญี่ปุ่น เขากระมัง
ผ่านไปกว่า 4 ปี ความคิดที่ว่าทุกบ้านคือแกลเลอรี่ ทุกที่คือหอศิลป งานศิลปเพื่อชุมชนของราชบุรีได้เวลาเดินหน้าอีกก้าวหนึ่งแล้ว

คราวนี้ นอกจากจะมีศิลปินร่วมงานหลากหลาย ยังได้เชิญนักออกแบบ สถาปนิก มาออกแบบหอศิลปในบ้าน บนพื้นที่ส่วนตัวที่ชุมชนเสียสละมอบให้อีก 16 พื้นที่ จากที่มีอยู่แล้ว 3 พื้นที่
เพื่อสร้างให้เป็นที่แสดงงานถาวร สามารถจัดกิจกรรมศิลปได้ยั่งยืนยาวนานตลอดไป ในบริเวณ 19 แห่งดังกล่าว
ใครจะไปรู้ ความงดงามอันเกิดจากจิตใจละเอียดอ่อนเหล่านี้ อาจขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นอีกเป็น 30-40 แห่งในอนาคต จนจังหวัดอาจต้องทำ อาร์ท แมพ ราชบุรีจะมิกลายเป็นเมืองศิลปลือชื่ออีกแห่งในโลกไปหรือ
ไปดูกันได้ถึง 24 ก.ค.ที่หอศิลป เถ้าฮงไถ่ ต้นรากความศรีวิไลที่ขจรขจายมาจากโอ่ง ติดกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

ขอบคุณภาพประกอบจากเฟซบุ๊ค Tao Hong Tai : d Kunst

