ดีเจมะตูม เคลียร์ปมใช้เงินวันละ 7 หลัก ยันไม่เคยมี 500 ล้าน หยิบอดีตมาเป็นบทเรียนชีวิต

29.09.22 | 00:28 น.

 

ก่อนหน้านี้ ดีเจมะตูม เตชินท์ พลอยเพชร ไปออกรายการหนึ่งและได้เล่าว่าตอนที่ชีวิตของเขาอยู่ในช่วงขาขึ้นเคยใช้เงินวันละ 3 ล้าน และเคยเห็นยอดเงินในบัญชี 500 ล้านซึ่งเขาก็บอกว่าเป็นของบริษัท แต่แล้วไม่วายเจอดราม่าจนได้ มีชาวเน็ตบางกลุ่มคอมเมนต์ว่าใช้เงินฟุ่มเฟือย ล่าสุดในงานฉลองครบรอบ 2 ปี TOPONE 2nd Anniversary ก็ได้ออกมาชี้แจงถึงเรื่อราวนี้

ก่อนหน้าบอกว่าตัวเองใช้เงินวันละ 3 ล้าน?

“มะตูมไม่ได้มีเงินเก็บ 500 ล้าน เหมือนที่ข่าวออกมานะครับ อันนี้ไม่เป็นความจริงครับ ไม่ได้ใช้เงินวันละล้าน เคยใช้เงินถึงวันละล้าน โดยการซื้อนาฬิกาอะไรแบบนี้ แต่ใครจะใช้เงินวันละล้าน เดือนนึงมี 30 วัน โห 30 ล้าน ปีหนึ่งเท่าไหร่อะ เป็นไปไม่ได้ ตูมไม่ได้มีเงินเยอะขนาดนั้น”

แล้วจริงๆ ก่อนหน้านี้เราใช้เงินมากที่สุดวันละเท่าไหร่?

“ก็เป็นล้านครับต้องยอมรับ แต่เป็นการช้อปปิ้ง ไม่ใช่ทุกวันนะครับ ตอนนั้นถ้านับเป็นวันไม่ค่อยได้นับแต่นับเป็นเดือน ก็หลายแสน หลักแสนถึงหลักล้านแต่ไม่เคยเกิน 3 ล้าน”

Advertisement

หลายคนก็ไม่เชื่อชีวิตนี้มะตูมจะไม่มีเงินถึง 500 ล้าน?

“ไม่ถึงแน่นอนครับคือ มันมาจากรายการมีเงิน 500 ล้านจริงไหม บอกก่อนว่าตูมเคยเห็นยอดนี้ แตามันเป็นเงินบริษัท เป็นเงินลงทุน เมื่อก่อนตูมทำธุรกิจประมาณ 8 ตัวนะ แล้วไม่ใช่ทุกตัวที่ประสบความสำเร็จมันก็มีบางตัวที่ขาดทุน บางตัวขาดทุนเยอะพอสมควรเพราะฉะนั้นเงินเก็บของตูมจริงๆ ไม่ได้เยอะขนาดนั้น เงินหมุนเวียนในบริษัท หมุนชำระวน เป็นหนี้ที่ก่อเกิดรายได้ไปเรื่อยๆ มากกว่า มันไม่ใช่เงินส่วนตัว แต่หัวข้อข่าวออกไป ขอแก้ตรงนี้นะครับ ว่ามะตูมเคยมี 500 ล้านแล้วหมด บอกเลยว่าไม่ใช่นะครับ ถ้ามีคงไม่ต้องมาทำงานแล้ว (หัวเราะ)”

แล้วโดนเข้าใจผิดเยอะขนาดไหน?

“เยอะครับ แต่ตูมอยากให้ทุกคนที่ดู ไม่ต้องไปโฟกัสว่าตูมใช้เงินมาเท่าไหร่ หรือว่ามะตูมเสียอะไรไปบ้าง แต่อยากให้เอาทัศนคติของตูม ณ วันนี้ไปปรับใช้กับตัวเอง ว่าคุณต้องวางแผนชีวิตทางการเงินดีๆ ถ้าคุณใช้ชีวิตแบบตูม ใช้ชีวิตแบบสามล้อถูกหวยอะ มีเงินแล้วไม่เคยเก็บอะ มันหมดได้จริงๆ นะ ต่อให้วันนี้ถูกหวย 30 ล้าน ปีหน้าก็หมดได้นะ ถ้าคุณไม่ตั้งใจเก็บเงิน ตูมแค่อยากจะออกมาแชร์ เอาประสบการณ์ของตัวเองมาแชร์ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อคนดูต่อไป”

วันที่ไม่มีเงินเท่าเดิม เราให้กำลังใจตัวเองยังไง?

“ตูมเริ่มจากลบเลยนะ อยู่เยอรมันบินกลับมาไทย มีเงินในบักบอกไม่ถึงแสนอะ จนวันหนึ่งทำธุรกิจ แล้วก็หลงระเริงกับมัน พอมาอยู่จุดที่กลางๆ มันไม่ได้ขึ้นสุดลงสุด ตูมเชื่อว่าเวลาที่คนบอกว่า ตอนนี้ตูมไม่ได้มีเงินเหมือนเมื่อก่อนแล้วอะ ตกต่ำหรือเปล่า คำว่าตกต่ำใช้กับตูมไม่ได้ ตูมยังออกมาทำงานหาเงิน ตูมยังรับผิดชอบชีวิตลูกน้องอีกเยอะมาก ยังมีหลายคนในประเทศนี้ลำบากกว่าตูมอีก ยังไม่เคยได้จับเงินล้านด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นตูมจะเอาไม่ชีวิตตัวเองมารัดทนและดราม่า ตูมไม่ได้ถึงจุดที่ตกต่ำ เพียงแค่เอาพฤติกรรมและนิสัยการใช้เงินของตูม ในสมัยก่อนที่มันไม่ดี มาแชร์เป็นประสบการณ์ให้คนระมัดระวังการใช้เงินของตัวเองเท่านั้นเลยครับ”

เมื่อก่อนเราใช้เงินแบบไม่คิดหน้าคิดหลังเลย?

“ไม่คิดเลยครับ ก็มันมี มันหลง จัดงานวันเกิดเอย เลี้ยงเพื่อน ตูมเป็นคนที่เวลาเพื่อนไปกินข้าวกับตูม ไม่เคยต้องจ่าย”

มีคนเตือนไหมตอนนั้น

“ต้นหอม ศกุนตลา เทียนไพโรจน์, มดคำ คชาภา, ดาด้า ครับ เยอะครับ จริงๆ ผู้ใหญ่และพี่ๆ เขา จะบอกว่าตูม มีเงินอะอย่าเพิ่งเหลิง อย่าเพิ่งซื้อแบรนด์เนม อย่าเพิ่งบินไปเที่ยวโน่นนี่ เก็บก่อน แต่ว่า ณ ตอนนั้น คนไม่เคยมี มันเป็นเรื่องปกติที่อยากจะใช้ชีวิตที่ตัวเองไม่เคยได้ใช้ แต่พอวันนี้ได้ใช้แล้ว ก็คงไม่กลับไปใช้แบบวันนั้นแล้ว”

ทุกวันนี้ยังซื้อแบรนด์เนมไหม? 

“ไม่ซื้อเลยครับ ตูมไม่ได้ช็อปปิ้งแบรนด์เนมมา 3 ปีแล้วครับ แบรนด์เนมล่าสุดคือซื้อของขวัญให้ดีเจมดดำเลยครับ”

แล้วชีวิตสมถะของเราคืออะไร?

“ชีวิตสมถะของตูมคือชีวิตที่ไม่ต้องเบียดเบียนใครครับ คือถ้าเกิดคุณมีเงินแล้วคุณใช้ของคุณเองโดยที่ไม่ต้องไปหยิบยืมใครไม่ต้องเป็นภาระใคร คุณจะใช้เงินวันละล้านสิบล้านแต่มันเป็นเงินคุณ สะดวกเลยครับ อันนี้คือสมถะในรูปแบบของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน แต่สำหรับตูม ณปัจจุบันนี้แค่ตูมปลดหนี้ให้พ่อให้แม่ตูมได้อยู่กินสบาย ให้ลูกน้องตูมได้มีเงินเดือนได้มีงาน ตูมโอเคครับ”

ทุกวันนี้ยังมีหนี้อยู่ไหม?

“มีครับ แน่นอนตูมเป็นคนทำธุระกิจครับ มันก็ยังมีหนี้ที่เราต้องเคลียต้องสะสาง บ้านที่เพิ่งซื้อให้คุณแม่ก็ไม่ใช่ว่าตูมซื้อเงินสดทั้งหมดนะครับ เงินสดบางส่วนแต่ก็มีต้องผ่อนชำระเหมือนกัน”

ใช้บทเรียนเก่าๆ ในชีวิตมาดำเนินต่อ?

“ใช่ครับ จริงๆสุดท้ายแล้วบทเรียนทุกอย่างมันฟังจากใครไม่ได้ มันต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง ตูมเดินมาเองตูมล้มเองตูมลุกเองตูมพลาดเองเท่านั้นเลยครับ”

ถ้ามีดราม่าเกิดขึ้นคนมองว่า เราใช้เงินฟุ่มเฟือย เรื่องการใช้เงินของผู้คนวงการบันเทิง?

“เป็นเรื่องปกติครับ ช่วงนี้มันจะมีกระแสเรื่องคนในวงการใช้เงินมือเติบกันอยู่แล้วใช่ไหมครับ แต่ส่วนตัวตูมมองว่า ณ ตอนนั้นตูมก็ไม่ได้ไปจี้ปล้นใครนะครับ ตูมก็ใช้เงินของตูมแต่เพียงแค่ตูมไม่ระวังในการใช้เงิน ณ วันนี้เราได้ตกผลึกเราไม่มีเหมือนเมื่อก่อนแล้วเลยทำให้เราอยากมาบอกทุกคนว่า การเก็บเงินหรือการอดออมเงินไม่เอาสิ่งยั่วยุอะไรมาบังตา แล้วเราเก็บเงินไว้มันเป็นประโยชน์นะ เพราะเงินสดเป็นสิ่งที่มีมูลค่ามากในตอนนี้”

ได้ชี้แจงไหมหลังมีคอมเมนต์ว่าเราใช้เงินฟุ่มเฟือย?

“มีครับ มีเยอะมากครับ ทุกวันนี้ก็ยังเจอคอมเมนต์ด่าอยู่ครับ ตั้งแต่ตูมโดนรอบโควิดตอนนี้คอมเมนต์ด่ามันไม่ค่อยเจ็บปวดเหมือนเมื่อก่อน หรือเพราะว่ามันเยอะจนเรามีภูมิต้านทานหมู่ มันกลายเป็นวัคซีน คือเราต้องดูก่อนว่าคนที่เข้ามาด่าเราเขาด่าเพราะอะไรด่าเพราะอคติ คนที่ด่าเพราะอคติเราแก้อะไรไม่ได้ เราไม่สามารถไปบอกว่า ได้โปรดเข้าใจฉันและรักฉัน เราทำไม่ได้ แต่ถ้าเกิดเขาด่าเพื่อติอยากให้เราโตขึ้นอันนี้ตูมฟัง เราจะไม่ทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้วอยู่แล้ว ตูมน้อมรับทุกคอมเมนต์ครับแต่อันไหนที่มันเกินไปตูมก็ลบทิ้ง”

พอมีข่าวนี้ออกมาหลายๆคนก็เข้าใจผิด คิดว่าเราเล่นเกี่ยวกับแชร์

“ตอนนี้มีคนโยงว่าตูมน่าจะเกี่ยวข้องกับคดีแชร์ดังกล่าว ซึ่งก็ตรวจสอบได้นะครับของทุกอย่างมันตรวจสอบได้เอาชื่อตูมไปตรวจสอบได้เลย จริงๆ ตอนนี้ใครก็ตามที่มีรายชื่ออยู่ตรงนั้นมันก็สามารถออกมาสู่สาธารณะได้หมดแล้ว ตูมยืนยันว่าตูมไม่เคยลงทุนหรืออะไรพวกนี้เลยเพราะตูมเล่นไม่เป็น”

ไม่มีใครชักชวนเลยใช่มั้ย?

“เล่นไม่เป็นครับ”