‘เบิ้ล ปทุมราช‘ รับเจอผลกระทบหลังเอ่ยผิดพลาดถึงอัยการสูงสุด ได้ขอโทษเป็นการส่วนตัวแล้ว
งานเข้า นักร้องหนุ่ม เบิ้ล ปทุมราช ชุดใหญ่จากกรณีที่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวได้ให้สัมภาษณ์ถึงการถูกโยงเอี่ยวคดี Forex 3D ว่าได้ปรึกษาผู้ใหญ่ที่เป็นนอัยการสูงสุด จนอัยการสูงสุดออกมาชี้แจงไปแล้วนั้น ล่าสุดในงานคอนเสิร์ตบารมีคเนศ เบิ้ล ก็ได้เปิดใจถึงเรื่องนี้ว่า
“จริงๆ ก็อยากออกมาขยายความเรื่องที่เอ่ยชื่อบุคคลที่สาม ก็คือผู้ใหญ่เอ่ยถึงผิด มีโอกาสได้ทักไปหาก็ได้รับความเมตตากลับมาโดยการไม่เป็นไรครับ ถ้ามีโอกาสก็จะเข้าไปหาและเข้าไปขอโทษด้วยครับ ส่วนเรื่องของการที่ผมได้เอ่ยไว้ที่ผ่านมาคือที่ได้บอกว่า มีการปรึกษาผู้ใหญ่ จริงๆ ไม่ใช่การปรึกษาที่จะต้องดูแลเรื่องสำนวนคดีหรืออะไรเพราะผมไม่ได้เกี่ยวข้องจริงๆ ครับ แต่เป็นการปรึกษาเรื่องของการที่มีคนเอารูปไปโพสต์หรือว่าสำนักเพจต่างๆ ที่ใช้รูปผมหรือพาดพิงหัวข่าวให้ผมเสียหายในระหว่างที่ผมทำงานต้องทำยังไง”
“เพราะว่าในเมื่อผมไม่ได้เกี่ยวข้องจริงๆ แล้ว ผมไม่ได้อยากมีรูปภาพอะไรออกไปที่ให้รู้สึกเฟลกับการทำงาน ผมรู้ว่าการเขียนข่าวทุกวันนี้มันมีทั้งดีและไม่ดีสำหรับผมมาก ถ้าเกิดเขียนข่าวเป็นสิ่งดีผมเข้าไปอ่านก็รู้สึกดีใจที่มาคนคอมเมนต์และชื่นชม ถ้าเป็นข่าวไหนผมรู้สึกเสียหายผมมันก็ทำให้เราเฟลไปด้วย”
ยอมรับตกใจเมื่อเห็นข่าวที่ทางอัยการสูงสุดออกมาชี้แจง “เราเองก็ผิดจริง”
“ก็ได้ทักไปหาทางผู้ใหญ่แล้วท่านก็ติดต่อมา ท่านก็ไม่ได้ว่าอะไรครับ”
ซึ่งความรู้สึกตอนนี้ ยังมีความเครียดกับสิ่งที่เกิดขึ้น “ก็เครียดครับเพราะว่าผมเป็นบ้านๆ และเป็นคนที่ไม่ได้ร้อยเรียงเตรียมคำพูดอะไรมากในการสัมภาษณ์ข่าว อันนี้ผมต้องยอมรับตัวเองด้วย ผมยังมีวุฒิภาวะในการสัมภาษณ์ข่าวน้อยมาก”
รับมีผลกระทบกลับมาถึงตนเอง “มีแน่นอนครับ ถึงเราจะไม่เกี่ยวจริงๆ แต่ในข่าวมีการพาดพิงและมีข้อความที่เกี่ยวข้อง มีการถามมาจากผู้ใหญ่ที่ทำงานด้านเรื่องต่างๆ หรือละครครับ”
ในเรื่องงานได้รับผลกระทบอะไรบ้าง? “มีการถามไถ่ถึงความเป็นจริง ไม่ถึงขั้นไม่ได้ทำงานต่อ”
กับสภาพจิตใจตอนนี้ เบิ้ล ก็ว่า “2-3 วันแรกก็เฟลๆ เครียดๆ ถ่ายละครก็ไม่ค่อยมีสมาธิ ก็เข้าใจเวลาไปอ่านคอมเมนต์ของคนที่ไม่เข้าใจเรา บางคนถึงขั้นสาปแช่งต้องโดนแน่ๆ เกี่ยวแน่ๆ”
ส่วนคอมเมนต์ต่างๆ จะมีการดำเนินการตามกฎหมายหรือไม่ นักร้องหนุ่ม กล่าวว่า
“ผมคงตามเก็บไม่หมด แต่ผมก็เป็นคนที่ไม่ชอบไปตามล้างแค้นหรือว่าไปมีเรื่องมีราวกับใครด้วย ไม่อยากเป็นข่าวดราม่าอะไรแบบนั้นอยากให้ทุกคนเสพติดผลงานของการร้องเพลง ละครหรือคอมเมดี้ในรายการต่างๆ มากกว่า”
กรณีของเรื่องคดี Forex นั้น ยืนยันว่าถ้ามีการติดต่อมาจากเจ้าหน้าที่ก็พร้อมให้ตรวจสอบทุกอย่าง ยอมรับเข็ดกับเรื่องการลงทุน ส่วนเงินแทนที่เสียไปก็ถือเป็นบทเรียน

ทั้งนี้เมื่อสอบถามถึงประเด็นที่ตอนนี้กลายเป็น ‘เบิ้ล ห้วยไร่’ ใช้นามสกุลของ พี่ชายคนสนิท ก้อง ห้วยไร่ ไปแล้วนั้น เจ้าตัวก็ว่า
“ภูมิใจครับอย่างน้อยพี่เขาก็ได้ใช้นามสกุลที่มีอยู่ให้น้องได้ทำมาหากิน เหมือนถ้าเป็นตลกก็วงเชิญยิ้ม ก็ใช้นามสกุลเป็นตลกที่มีชื่อเสียง ผมเลยใช้นามสกุลห้วยไร้ ผมรู้สึกว่าห้วยไร่เป็นนามสกุลที่มีชื่อเสียงมาก”
ทั้งยอมรับว่าเคยมีการขึ้นชื่อบนป้ายโปรโมทงานผิดจริงๆ มาแล้วด้วย
“เคยขึ้นป้ายผิดกันจริงๆ ครับ ตอนที่ผมกับพี่ก้องเล่นคนละวันเขาสลับชื่อกับพี่ก้องและรูปภาพ แต่จ้างถูกคนหลายคนจะงงว่า มาวันไหนกันแน่”
“ตอนนี้เริ่มเยอะขึ้น ยิ่งเราเล่นมากเท่าไหร่ เหมือนเขาเริ่มชินกับการเรียกชื่อ เบิ้ล ห้วยไร่ไปแล้ว”
แถมยังมีการแซวกันออกสื่อบ่อยๆ จนกลายเป็นอีกหนึ่งคู่จิ้นของวงการเพลงลูกทุ่งไปแล้ว
“ก็ดีใจนะ จริงๆ การมีเบิ้ลก้อง ไม่ใช่ด้อมที่ใหญ่เหมือนคนอื่นๆ แต่เราอยากจะใช้ชื่อเบิ้ลก้องทำผลงานออกมาให้คนมีรอยยิ้มในช่วงนี้ เพราะเราคนละคาแรกเตอร์เบิ้ลจะชอบหยอก ชอบกวน พี่ก้องทางด่าแฟนคลับ ตลก พอไปคอนเสิร์ตด้วยกันผมจะเป็นฝ่ายพระเอก ที่ก้องจะเป็นฝ่ายด่า ผมก็ปกป้องแฟนคลับก็ได้หัวเราะกัน”
เรียกว่าเป็นเคมีที่ตรงกัน แถมเร็วๆ นี้จะมีเพลงคู่ให้แฟนๆ ได้ติดตามด้วย

