‘ไบร์ท วชิรวิชญ์’ รับความโลภบังตาปม Forex ยันเป็นเหยื่อสูญเงินกว่า 7 แสน พร้อมเผยความสัมพันธ์ ‘อภิรักษ์’

30.09.22 | 13:14 น.

‘ไบร์ท วชิรวิชญ์’ รับความโลภบังตาปม Forex ยันเป็นเหยื่อสูญเงินกว่า 7 แสน พร้อมเผยความสัมพันธ์ ‘อภิรักษ์’ 


เปิดใจเป็นครั้งแรก
สำหรับพระเอกหนุ่ม ไบร์ท วชิรวิชญ์ ชีวอารี ผ่านรายการ วันบันเทิง หลังจากที่เพจรวบรวมผู้โดนโกง จาก Forex 3d’ ได้อ้างว่าพระเอกหนุ่มได้มีชื่อเป็นผู้ลงทุนใน Forex 3d  แถมก่อนหน้านี้ก็มีภาพและคลิปร่วมกิจกรรมกับ อภิรักษ์ โกฎธิ ผู้บริหารแชร์ลูกโซ่ดัง Forex 3D ด้วย โดย บอย วันบันเทิง ได้มาบอกเล่าเรื่องราวพร้อมเผยคลิปสัมภาษณ์ไว้ว่า

ตอนนั้นผมอายุประมาณ 15-16 ครับ ช่วงนั้นผมทำรายการสตรอเบอร์รี่ ครับเค้กซึ่งผมก็จะมีรุ่นพี่คนนึงซึ่งผมเป็นพิธีกรด้วยกันชื่อว่านิโก้’ เป็นคนพาผมไปรู้จักกับพี่รักษ์’ ซึ่งในช่วงนั้นเวลาผมทำงานเลิกดึกผมจะกลับบ้านที่นครปฐม แต่บางทีรถตู้หมด 3 ทุ่ม ผมเลิกงานกลับบ้านไม่ทันก็ไปอาศัยนอนบ้านเขา ซึ่งเขาอาศัยอยู่บ้านเดียวกัน ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นทำให้ผมรู้จักกับพี่รักษ์ครับ

ในคลิปตอนนั้นผม .4 เลยครับ แล้วจริงๆ ในคลิปที่เห็นนั้นเป็นวันแรกที่ได้เจอกันเลย ผมไปนอนบ้านพี่นิคครั้งแรกก็ร้องเพลงกัน อัดคลิป มันเท่านั้นเองครับวันนั้น

ในส่วนขอฟอเร็กซ์จุดเริ่มต้น ก็ต้องยอมรับว่ามันก็เริ่มจากตัวผมนี่แหละครับ ด้วยความที่ ตอนนั้นทุกคนที่อยู่รอบตัวผมทุกคนลงทุนตรงนี้หมด ทุกคนเล่นตรงนี้หมด และผมก็เห็นมาสักพัก ตอนแรกผมก็ไม่ได้มั่นใจแต่เราก็เห็นมาสักพักว่าทุกคนได้จริงๆ และได้กันเป็นระยะเวลานานเป็นปีๆ เราก็รู้สึกว่ามันน่าจะโอเคนะ มันน่าเชื่อถือได้ ณ วันนั้นผมยังไม่ได้มีเงิน เงินก่อนแรกที่ผมเอามาลงผมขอแม่มาลงด้วยซ้ำ จำนวน 50,000 บาท พอเราเริ่มลงไปปั๊บมันก็ได้จริงๆ ในวันแรกมันได้จริงๆ มันได้เรื่อยๆ เราก็รู้สึกว่ามันโอเคนะ ผมก็พยายามที่จะเก็บเงิน งานทุกชิ้นที่ผมทำ รายได้ไม่ว่าจะทางไหนก็ตาม ส่วนใหญ่ผมก็จะยัดกลับคืนเข้าไป ผมรู้สึกว่ามันคือการลงทุน เป็นการออมเพื่ออนาคต

Advertisement

ณ วันนั้นที่ลงทุนไปยังไม่มีชื่อเสียงแบบนี้?

ไม่มีเลยครับวันนั้น ตอนนั้นผมก็เอาเงินจากการเล่นโฆษณา แคสต์งาน เงินบางส่วนก็เป็นเงินเก็บของแม่ คือเรารู้สึกว่าน่าจะเป็นการลงทุนที่โอเคที่สุด เงินจากส่วนอื่นๆ ที่ผมมี ผมก็เอามาใส่ตรงนี้หมดเลย ตอนนั้นผมเรียกว่ามันเป็นเงินทั้งชีวิตของครอบครัวผมเลยแล้วกัน นั่นคือเงินก้อนใหญ่ก้อนเดียวที่บ้านผมมี แล้วเราก็เสียไปกับตรงนั้นทั้งหมด จำนวน 775,000 บาท เยอะมากๆ ณ วันนั้นมันคือเงินทั้งครอบครัว

ในวันนั้นมันเป็นเรื่องที่เราเครียดกันมากๆ มันถึงขนาดว่า แล้วเงินสำรองครอบครัว เงินที่เราจะต้องเอาไว้ใช้ในอนาคตมันหายไปหมดแล้ว แล้วเราต้องมานั่งนับหนึ่งใหม่ แล้วจะต้องยังไง แล้วช่วงนั้นเป็นช่วงโควิดด้วย ถ้าอะไรๆ มันไม่ได้เป็นแบบทุกวันนี้ ผมน่าจะแย่มากๆ คงจะไม่รู้จะใช้ชีวิตยังไงเลย

ในช่วงแรกๆ เรายังติดต่อเขาได้ ตอนที่คนยังไม่ได้มั่นใจว่ามันคือยังไงกันแน่ ผมยังติดต่อเขาได้ ผมติดต่อถามไถ่เขาตลอด เขาก็จะพูดให้เรามั่นใจตลอดว่ามันอยู่ในกระบวนการนะ มันมีปัญหานะ เราก็เชื่อสนิทใจ เขาคือพี่ที่เรารู้จัก เรารู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก เรายิ่งอยู่ใกล้เรายิ่งไม่เห็นความจริง เรายิ่งเชื่อ ณ วันนั้น ผมน่าจะเป็นคนที่มั่นใจมากๆ ในตัวเขาเลย ผมว่าผมน่าจะเป็นคนที่รู้ช้ามากๆ เหมือนเรามีโอกาสได้อยู่ใกล้เขา คนอื่นมองเข้ามาอาจจะเห็นภาพรวม เห็นความจริงว่ามันคือการหลอกหลวง มันคือการฉ้อโกง แต่สำหรับผมเรารู้สึกว่าเขาแค่มีปัญหา เดี๋ยวเขาก็จัดการได้ กว่าผมจะมารู้จริงๆ ผมรู้สึกว่าคนอื่นน่าจะรู้กันไปหมดแล้ว เราเห็นนะ แต่เราไม่เชื่อ มันคือความโลภครับ เป็นความโลภที่มันบังตา ถ้าเรามองให้ดีๆ จริงๆ เราจะเห็นได้ว่ามันไม่มีการลงทุนอะไรที่มันจะให้ผลตอบแทนอะไรขนาดนั้นได้ ถ้าจะลงทุนอะไรก็อยากจะให้ลงทุนในสิ่งที่มันตรวจสอบได้ ถูกต้องตามกฎหมาย มีกฎหมายรับรองจริงๆ อย่าหลงเชื่อเลยครับไม่ว่าจะอะไรก็ตาม เป็นบทเรียนของตัวผมด้วยไม่ว่าจะดูน่าเชื่อถือขนาดไหน ไม่ว่าเขาจะเป็นใครเป็นคนใกล้ตัว แต่ถ้ามันไม่ถูกกฎหมาย ไม่ถูกตรวจสอบได้ ผมไม่อยากให้ใครต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้อีก

ผมก็คือเหยื่อที่มาลงกับเขาตรงนี้ ถามว่าชักชวนใครไหม มันไม่ได้มีการชักชวนเกิดขึ้นเลยครับ คือคนที่เล่นตามผมคือคนใกล้ตัวคนที่ผมรักทั้งนั้น คือ แม่ เพื่อนสนิท มีแต่คนใกล้ตัวจริงๆ แล้วถ้าเกิดผมรู้ว่ามันคือการฉ้อโกง การหลอกลวง ผมคงไม่มีทางปล่อยให้แม่ให้คนที่ผมรักมาเสียหายตรงนี้ด้วย แล้วผมเองถ้ารู้ว่ามันเป็นการฉ้อโกงคงเอาเงินออกมาหมดแล้ว คงไม่ทิ้งไว้จนเงินทั้งครอบครัวผมมันเสียหายแบบนี้ มันเป็นไปไม่ได้เลยถ้าผมรู้กลไกรู้กระบวนการแล้วผมจะตัดสินใจผมจะมีแอ๊กชั่นกับเรื่องนี้แบบนี้ครับ

มันเป็นการตัดสินใจของเราเอง มันคือบทเรียนครั้งสำคัญเกิดเป็นความพลาดของเรา ผมไม่ได้อยากจะไปกล่าวโทษใครเลย และมันไม่ได้มีใครชักชวน คือเราเห็นเขาทำแล้วมันได้เราก็พุ่งเข้าไปเองจริงๆ แต่ ณ วันนี้ผมพูดเลยถ้าเกิดว่าทางเจ้าหน้าที่ทางดีเอสไอหรืออะไรก็ตามอยากจะได้ข้อมูลอยากจะให้ผมเป็นพยานหรืออะไรก็ตาม ผมพร้อมให้ข้อมูลอย่างเต็มที่เลยครับวันนี้ก็คือติดต่อได้เลยครับผมไม่สบายใจเลยครับ

แบบว่าความเครียดมันไม่ได้ตกอยู่แค่ที่ผม คนรอบตัว แม่ หรืออะไรก็ตาม ทุกๆ คนเครียดมาก คือเรารู้สึกว่า ณ วันนั้นเราเครียดกับผลกระทบที่มันเกิดขึ้น ณ วันนี้มีข่าวขึ้นมาอีกมันก็หนักมากๆ จริงๆ ครับ

ขอบคุณครับ ขอบคุณทุกกำลังใจ ขอบคุณคนที่เชื่อใจ ขอบคุณแฟนๆ ที่เชื่อมั่นในตัวผมครับ ผมอยากจะขอให้เหตุการณ์ครั้งนี้ให้บทเรียนที่มันเกิดขึ้นกับตัวผมครั้งนี้อยากจะให้เป็นบทเรียนสำหรับทุกๆ คนเลย ไม่อยากให้ใครต้องมาถูกหลอก ไม่อยากให้ใครต้องมาเสียหายกับเรื่องแบบนี้อีกครับ ก็อยากจะขอให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับทุกคนครับ