ได้ยินมาว่าหนังเรื่อง ‘ถึงคน..ไม่คิดถึง’ หรือ ‘From Bangkok to Mandalay’ กำลังจะถูกถอดออกจากโปรแกรมในไม่กี่วันนี้ เพราะต้องขยายพื้นที่รอบการฉายให้หนังเรื่องอื่นๆ แล้วก็ใจหายมาก
ถึงคน..ไม่คิดถึง เป็นหนังร่วมทุนสร้างระหว่างไทยและพม่า ผลงานของชาติชาย เกษนัส หนังเรื่องนี้ได้รับการตอบรับอย่างดีมาก ระดับสร้างประวัติศาสตร์ให้วงการหนังพม่ามาแล้ว ก่อนที่จะมาฉายในไทยเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา
หนังเล่าถึงการเดินทางของ ปิ่น (น้ำหวาน – พิไลพร สุปินชุมภู) หญิงสาวชาวไทยที่ได้รับจดหมายสิบฉบับจากพินัยกรรมของย่า ทำให้เธอตัดสินใจออกเดินทางไปยังประเทศพม่าเพื่อนำจดหมายเหล่านี้ไปเปิดอ่าน ณ สถานที่มันถูกเขียนขึ้น ระหว่างการเดินทางปิ่นได้ขอร้อง โมนาย (ไซ ไซ คำ แลง) หนุ่มพม่าที่ย่าเคยให้ทุนเรียนดนตรีเป็นผู้นำทางเธอไปยังสถานที่บนจดหมายนั้น จดหมายแต่ละฉบับจาก นันดะ (เน โท) คนรักเก่าของย่า เปิดเผยให้เธอได้รู้ชีวิตอีกส่วนหนึ่งของย่าที่เธอไม่เคยรู้มาก่อนในชื่อของ ธูซา (วุด มน ชว ยี) ชีวิตที่เปี่ยมไปด้วยสีสันของความรัก ความคิดถึง ความลับ และการตัดสินใจบนพื้นฐานของ ‘ความรักที่แท้จริง’ การเดินทางของคนสองรุ่น ขับเคลื่อนขนานไปพร้อมกับการค้นหาคำตอบของความรักที่ไร้นิยามใดที่จะมาอธิบายได้อย่างชัดเจน คงมีเพียงคนสองคนเท่านั้น ที่จะต้องร่วมหาคำตอบนั้นไปด้วยกัน

ถึงคน..ไม่คิดถึง อาจไม่ใช่หนังที่สมบูรณ์แบบ เพราะบทไม่แข็งแรงมากนัก แต่เราเชื่อว่านี่จะเป็นหนังที่คนรักได้เรื่องหนึ่ง เพราะความเมโลดราม่าของเรื่องเล่านี้สามารถที่จะก้าวข้ามคำว่าน้ำเน่าไปได้ และสร้างความรู้สึก ‘กระทบใจ’ ให้เกิดขึ้นกับคนดู ด้วยความรักเชิง ‘อุดมคติ’ จริงอยู่ที่ความรักแบบนั้น คือความรักบริสุทธิ์ที่คงมีน้อยคนนักที่จะได้พบในชีวิตจริง แต่ถามจริงๆเถอะ มีใครบ้างที่ไม่อยากเจอความรักแท้เช่นนั้น ความรักที่ยอมเสียสละความสุขในชีวิตตัวเองเพื่อคนอื่น และไม่กาลเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน อดีตก็ยังคงจรดลึกอยู่ในความทรงจำของคนทั้งคู่ และไม่เคยมีสิ่งใดที่พรากความรักไปจากพวกเขาได้เลย ไม่ว่าจะจากเป็นหรือจากตาย การเดินทางของความรักที่ไม่ว่าปลายทางจะเป็นเช่นไร แต่ทุกความทรงจำยังทำให้ชีวิตงดงามเสมอ จึงกระทบใจหลายคนมาก
และความสามารถของซูเปอร์สตาร์พม่าทั้งสองคนคือ เน โท และ วุด มน ชว ยี ที่รับบทนันดะและธูซานั้นทำให้เราเชื่อได้จริงๆ ว่าพวกเขาค่อยทักถอความรักและความปรารถนาดีต่อกันได้อย่างมั่นคงขนาดไหน ไม่น่าแปลกใจเลยที่ระหว่างเรื่องราวในหนังกำลังเดินไป ใครหลายคนจึงนั่งซับน้ำตา

นอกจากความซึ้งแล้ว ถึงคน..ไม่คิดถึง ยังมีองค์ประกอบสำคัญอื่นๆ ที่ทำให้หนังเรื่องนี้โดดเด่นขึ้นมาอย่างน่าสนใจ อย่างแรกคือการเดินทางตามแบบฉบับหนังแนว Road Movie ที่การเดินทางในสถานที่ต่างๆ ทำให้เราได้เห็นพม่าในหลายมุมที่ไม่เคยเห็น ตั้งแต่ย่างกุ้ง พุกาม อมรปุระ เมย์เมียว สีป้อมีความงามที่ตรึงใจและชวนให้อยากเดินทางตามรอยมาก ขณะเดียวกันเพลงประกอบซึ่งเป็นผลงานของ Bruno Brugano มีทั้งกลิ่นอายตะวันตกผสมกับเมียนมาร์นั้นยังเพราะมากและมีพลังที่ช่วยสร้างความรู้สึกของคนดูให้คล้อยตามไปกับอารมณ์ของหนัง และด้วยความที่มีช่วงย้อนยุคไปราว 50 ปี ก็ทำให้เราเข้าใจถึงสภาพสังคมและวัฒนธรรมของพม่าก่อนช่วงปฏิวัติมากขึ้นว่ารุ่งเรืองขนาดไหน
คุยกับบางคน มีบ่นเสียดายว่าการเลือกเล่าเรื่องในยุคนั้นทำให้ไม่เห็นเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์มากนักนอกจากความรุ่งเรือง แต่สำหรับเราอุดมการณ์ใน ถึงคน..ไม่คิดถึง ไม่ได้ต้องการเน้นในเรื่องของชาติใดชาติหนึ่ง แต่เป็นอุดมการณ์ศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับชนชั้นของมนุษยชาติ เป็นการเมืองของปีศาจของกาลเวลาที่แฝงอยู่อย่างน่าสนใจ และเพิ่มน้ำหนักของความรักให้กับหนังเรื่องนี้ เป็นความรักในศักดิ์แห่งตน จะน่าเสียดายมากจริงๆ ถ้าการเดินทางของความรักที่งดงามครั้งนี้ จะต้องจบลงเร็วกว่าเวลาที่ควรเป็น ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม

