‘เอมี่‘ แฉแหลกเคยเกือบล้มงานแต่ง ‘ซี‘ เพราะน้อง ต. จนเพื่อนเจ้าบ่าวต้องมาคุกเข่าขอขมา
แฉพฤติกรรมเรียกเสียงฮากันมาหลายต่อหลายเรื่องแล้ว สำหรับคู่สามีภรรยา ซี ศิวัฒน์ และ เอมี่ กลิ่นประทุม ล่าสุดในรายการ เจ๊คิ้มกินรอบวง ทั้งคู่ก็ได้ควงกันมาเผยเรื่องราวความรักในอีกมุม ที่ทำให้เกือบไม่มีงานแต่งงานมาแล้ว
โดย ซี ชิงเปิดฉากขอสารภาพเองก่อนว่า ผมมีโทรศัพท์สองเครื่อง เครื่องนึงไว้ใช้ อีกเครื่องนึงไว้เล่นเกม แล้วก็มีกรุ๊ปเพื่อนผู้ชายเด็กหาดใหญ่ด้วยกันคุยเรื่องอะไรบ้าๆ บอๆ มีส่งรูปส่งคลิปอะไรมาร้อยวันพันปีเราก็แค่เข้าไปอำๆ ขำๆ แต่วันนั้นไม่รู้เกิดอะไรขึ้นเพื่อนก็ส่งรูปมา ผมก็เลยบอกเพื่อนว่า เฮ้ย ทำเป็นชวนว่ามีงานแล้วเดี๋ยวพวกเราไปเปิดห้องเรียกเด็กมา แล้วไลน์มันคงดังกำลังคุย สักพักเรากำลังขำกันอยู่ก็มีตัวละครลับโผล่มา เป็นหน้าตัวเอง

“ผมจำได้ว่าเขาอ่ะ พูดคำว่า ที่รัก แต่เขาไม่เคยเรียกผมที่รักนะ แต่ผมจำประโยคนี้ได้เพราะมันหลอนมากในตอนนั้นทุกคนก็เฮ้ยๆๆ ใครวะ ผมก็ตอบเลยเมียกู เท่านั้นแหละกลุ่มแตกเลย เอมี่ก็มาเลย รวยยยย เลวมาก ชั่วมาก มึงไม่ต้องแต่งงานกับกูแล้วนะ“
พอถึงที เอมี่ ก็เล่าต่อว่า เราเห็นไลน์ดังเลยหยิบมาดู เห็นเป็นกรุ๊ปนี้เลยเปิดดูซักหน่อย แล้วคุยกันว่า เดี๋ยวบอกเมียเหมือนเดิม มีคำว่าเหมือนเดิม เดี๋ยวบอกเมียเหมือนเดิมนะว่ามึงจ้างกูไปที่นี่ๆๆ แล้วช่วงนั้นนางมีโรดโชว์โชว์ตัวทั่วประเทศเยอะมาก แล้วไปหาดใหญ่บ่อยมากหนูก็เลยย้อนขึ้นไปอ่านแรกๆ เลย

นี่ไงน้อง.. มีชื่อแต่เราไม่พูดน้องคนนี้ไงเขาคิดถึงมึงแล้วนะ มาได้แล้ว ครั้งที่แล้วมึงกลับเร็วนู่นนี่คือมันมีเรื่องราวมีสตอรี่ แล้วนี่เป็นเหตุการณ์ก่อนจะแต่งงาน 1 อาทิตย์
“แล้ววันแต่งงานนะเพื่อนเจ้าบ่าว 16 คนคุกเข่าขอขมาหนู เพราะหนูบอกว่าจะไม่แต่งแล้ว น้อง ต. เต่า“
และสรุปสุดท้ายหลังจากนั้นซีก็ไม่ได้ไปโชว์ตัวที่หาดใหญ่อีก ซึ่งเอมี่ ก็บอกด้วยว่าครั้งนี้ไม่ใช่การจับได้แบบคาหนังคาเขาแต่ที่ได้แบบคาหนังคาเขาก็มี หลังจากนั้นก็ไม่ได้มั่นใจอะไรแต่ว่าจ่ายเงินค่าแต่งงานไปหมดแล้ว

ด้าน ซี ก็ว่าหลังจากวันนั้นก็บอกสัญญาว่าจะไม่ทำให้เขาร้องไห้ คือเรื่องเล็กน้อยที่ทำให้เค้าเสียใจมันต้องมีบ้าง แต่ให้คำมั่นสัญญาว่าเราจะไม่มีอีกหนึ่งหัวใจแน่นอน
“แล้วทุกวันนี้เป็นยังไงแทบจะจุดธูปให้ผัวออกจากบ้าน ผมไม่ออกจากบ้านเลยทำงานเสร็จกลับบ้านถ้าจะดื่มก็ดื่มที่บ้านเพราะผมไม่อยากออกไปเห็นอะไรข้างนอก ผมมีสิ่งสวยงามที่ดีที่สุดอยู่ที่บ้านแล้ว“


