เปิดให้เข้าชมแล้ว สำหรับ ‘ชั่วฟ้าดินสลาย’ (Haunted) นิทรรศการเดี่ยวครั้งสำคัญของ ตะวัน วัตุยา
เริ่มวันนี้ 12 พฤศจิกายน-30 ธันวาคม 2565 ณ Xspace Gallery กรุงเทพฯ (Main Hall) ปรีดีพนมยงค์ 14 สุขุมวิท 71
“โศกนาฏกรรมแห่งความจริงที่เกิดขึ้น และเป็นคำสาปที่สิงสู่ในฝันร้ายอยู่ตราบชั่วฟ้าดินสลาย…”
กฤษฎา ดุษฎีวนิช ภัณฑารักษ์ของนิทรรศการ บอกเล่าภูมิหลัง ที่มา และเรื่องราวอันเกี่ยวเนื่องกับ ‘ชั่วฟ้าดินสลาย’
ความว่า
บรรยากาศแห่งการเรียกร้องเสรีภาพและความเสมอภาคในสังคมไทยที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ทำให้เราเห็นวรรคตอนของช่องว่างทางประวัติศาสตร์ที่เป็นสายธารไหลเวียนวนมาครบบรรจบ ที่มีทั้งแสงทองส่องสว่างแห่งอุดมการณ์อันเสรี และขุมนรกที่มาเยือนเราซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับความฝันที่ซ่อนฝันอันชั่วร้ายซ้ำวนไปมา เป็นผีร้ายที่หลอกหลอนดั่งขุมนรกที่อยู่ในรอยแผลประวัติศาสตร์การเมืองไทย
อำนาจจะไม่มีประโยชน์เลยหากปราศจากผู้อยู่ใต้อำนาจ และอำนาจจะไม่ทรงพลังเลยหากผู้ที่อยู่บนสุดของอำนาจนั้นจะไม่ได้ครองอำนาจนั้นตลอดไป การยึดครองอำนาจจึงอุบัติขึ้น และเกิดขึ้นมาตลอดในสังคมไทยที่ผ่านมา

สิ่งหนึ่งที่เป็นกลไกสำคัญที่ผู้มีอำนาจต้องการ คือ การทำให้หูตาคนในสังคมมืดบอด ด้วยการคัดสรรสิ่งที่ต้องการให้เชื่อมาให้อย่างสำเร็จรูป ในทศวรรษ 2490 โฆษณาชวนเชื่อทางการเมืองคือเครื่องมือสำคัญในการสร้าง “ความเป็นชาติ” สิ่งต่างๆ ที่ดูเหมือนจะดีงาม เป็นอุดมคติใหม่ถูกสรรค์สร้างเป็นภาพแห่งความดีราวสวรรค์ส่องแสงทองมายังสังคมไทย
หากแต่สิ่งที่ปรากฏคือคำหวาน ที่โปรยปรายมาสู่แผ่นดินที่แห้งเหือด หยดน้ำที่หวานหอมได้ราดรดแผ่นดินให้ชุ่มฉ่ำได้เพียงไม่นานก็แห้งหายไปตามกาลเวลา ขุมนรกอันเกิดจากความขัดแย้งของผู้มีอำนาจกับผู้ที่อยู่ใต้อำนาจได้ปะทุขึ้น ความใฝ่ฝันของนักอุดมการณ์เสรีดูเหมือนจะสวนทางกับรัฐที่กุมอำนาจมากขึ้นในทุกขณะ ความรุนแรงที่โหดร้ายได้ก่อตัวขึ้นเป็นผีร้ายที่หลอกหลอนและวนเวียนอยู่ในเรื่องราวการเมืองไทย

รอยแผลต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับสังคม/การเมืองไทยยากที่จะลบเลือน ยิ่งมีความพยายามลบเท่าใดมันยิ่งปรากฏรอยด่างช้ำชัดเจนเท่านั้น รอยแผลเป็นที่เกิดขึ้นเป็นดั่งภาพประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่ตกร่อง สะดุด ไม่ต่อเนื่อง หากแต่เรื่องราวยังคงวนเวียนอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์สังคม/การเมืองไทย อย่างไม่รู้จบ

นิทรรศการ “ชั่วฟ้าดินสลาย” โดย ตะวัน วัตุยา นำเสนอหุบเหวของช่วงหนึ่งของประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่วนเวียนเกิดขึ้นซ้ำไปมาอย่างไม่รู้จบ ความพยายามสร้างรัฐชาติด้วยการโฆษณาชวนเชื่อเริ่มจากคติชาตินิยมในยุคหนึ่ง จนถึงการสร้างจุดศูนย์กลางใหม่ให้ชาวไทยนั้น สิ่งที่ซ้อนเร้นอยู่กลับสร้างเรื่องราวที่ส่งต่อมาอย่างน่าสะพรึง ในนิทรรศการนี้นำเสนอห้วงขณะของประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ผ่านจิตรกรรมที่นำเสนอเรื่องราวที่มีความต่างกันอย่างสุดขั้ว ด้านหนึ่งนำเสนอแต่สิ่งสว่างสุขสดใส ด้านหนึ่งนำเสนอสิ่งมืดมนดั่งผีชั่วร้ายที่ตามหลอกหลอนสังคมไทย
ประวัติศาสตร์ที่บอบช้ำกระจัดกระจายอยู่ในพื้นที่ที่โอบล้อมเราเป็นดั่งกวีที่ไร้ที่มา ปราศจากจุดเริ่มต้นและจุดจบ พร้อมที่จะวนเวียนชั่วนิรันดร์ ราวกับผีร้ายที่หลอกหลอนสังคมไทย เป็นโศกนาฏกรรมแห่งความจริงที่เกิดขึ้น และเป็นคำสาปที่สิงสู่ในฝันร้ายอยู่ตราบชั่วฟ้าดินสลาย


