กว่าจะมีวันนี้ได้นั้นก็ไม่ง่าย ที่ล่าสุด เจ้าสัวสุทธิเกียรติ ได้ออกมาเผยถึงธุรกิจของครอบครัวที่ทำเอาแม้แต่ ป๊อก ภัสสรกรณ์ ถึงกับอึ้ง ในรายการ ป๊อกกี้ on the run ทางช่องยูทูบ Mindset TV มาร์กี้ ราศรี ลูกสะใภ้ก็ได้เอ่ยปากถามถึงโรงแรมที่มัลดีฟส์เกือบไม่ได้ทำแล้ว โดยสุทธิเกียรติเผยว่า
“เลยซื้อเองหลังจากนั้น พอเกาะแรกทำได้ดี ผ่านไป 2-3 ปี แดดดี๊เลยซื้อใหม่เลยทีละ 5 เกาะ”
ทำเอาป๊อกถึงกับอุทาน ห๊า ลั่นรถ พร้อมกับถูกคนเป็นพ่อย้ำอีกว่า “ตอนนี้เรามีอยู่ 5 เกาะ เปิดแล้ว 2 เกาะ เหลืออีก 3 เกาะกำลังออกแบบ เป็นเซนทาราหมด”

จากนั้นถูกถามอีกว่า ช่วงที่ทำธุรกิจโรงแรมอยู่มีช่วงที่ขาดทุนบ้างไหม สุทธิเกียรติบอกว่า จะพูดขาดทุนมันก็ลำบาก พร้อมเล่าว่า
“โรงแรมแรกที่ลาดพร้าว แดดดี๊ยังไม่รู้จักโรงแรม ก็ไปเซ็นสัญญากับเครือ… สัญญา 5 ปี เขาบริหารมา 3 ปีขาดทุนเยอะมาก แดดดี๊เลยยกเลิกสัญญา เสร็จแล้วก็ไปทำสัญญากับโรงแรมที่หัวหิน ครอบครัวก็ไม่อยากให้ทำเอง มันขาดทุน แดดดี๊เลยบินไปเจรจากับโรงแรมเครือ… ว่าเขาหุ้นกับเรา แล้วเขาก็ทำไม่ดี ไม่ตรงตามที่เขาจะทำได้ เลยขอร้องเขาขอคืนนะ ขอทำเองดีกว่า ถ้าขาดทุนก็ยังรู้ว่าขาดทุนอะไรบ้าง”

และเผยอีกว่า หลังโรงแรมที่ลาดพร้าวสร้างมา 5 ปี ที่ทำกับ 2 เครือโรงแรมขาดทุนหมดเลย 5 ปี เลยหันมาทำเองแบบทุ่มสุดตัว จนลูกชายทักว่า “แม่เล่าให้ฟังทุ่มสุดตัวกินยาเป็นกำๆ แดดดี๊ปวดขมับมาก” และตอนนั้นโชคดี เศรษฐกิจบูม ปีที่ 2 มีกำไร เลยขยาย
ส่วนตัวเลขที่ขาดทุนไป สุทธิเกียรติบอกว่า ขาดทุนไปกว่า 700 กว่าล้าน และยังเผยอีกว่า โชคดีพี่ชายคนที่สองสนับสนุน เพราะทุกคนไม่อยากให้ทำโรงแรมแล้ว แต่พี่ชายคนที่บอกโรงแรมทำต่อไปดี กำไรมากกว่าห้างสรรพสินค้าเยอะเลยสู้ต่อ

“แล้วบังเอิญช่วงนั้นไปซื้อโรงแรมวงศ์อมาตย์ 5 ปีทำได้ดี รื้อทำใหม่ คือ เซ็นทรัล แกรนด์ มิราจ บีช รีสอร์ต พัทยา อยากทำโรงแรมแบบแฟมิลี่ พอทำได้ดีก็ขยายทั่วประเทศ ไล่ซื้อที่เลย ที่ 3 เป็นที่เฉวง เกาะสมุย ตอนนี้คือเซนทารา รีเซิร์ฟ สมุย”

เจ้าสัวสุทธิเกียรติยังบอกอีกว่า ได้บทเรียนจากคุณพ่อมา คือ ถ้าจะทำอะไรเอาสถานที่เป็นหลัก ทำเลที่ดีที่สุด ใครก็สู้เราไม่ได้ เคยต่อรองซื้อที่ดินราคาไร่ละ 11 ล้าน คนว่าบ้าซื้อได้ยังไง จนตอนนี้กลายเป็นโรงแรมแรกและโรงแรมเดียวที่ภายใน 3 ปีมีกำไร ปกติ 7-8 ปีจะมีกำไร

