อย่างที่บอกไว้ก่อนหน้าว่า นอกจาก “ละครในตำนานของช่อง 7” บ้านเรายังมีละครดีอีกมากมาย หลายเรื่องแม้จะเวลาผ่านไปเป็นสิบปี แต่แฟนๆ ก็ยังบ่นคิดถึง
เริ่มจาก “สี่แผ่นดิน” ละครทรงคุณค่าจากบทประพันธ์ของม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ที่ยากตัดสินใจ จึงให้เป็นตำนานทั้ง 2 เวอร์ชั่น เพราะทั้งของช่อง 3 ในปี 2534 และโมเดิร์นไนน์ทีวี ในปี 2546 ต่างดีเด่นกันไปคนละแบบ
โดยช่อง 3 ที่นำแสดงโดยแหม่ม – จินตหรา สุขพัฒน์ และนก – ฉัตรชัย เปล่งพานิช ไม่เพียงประสบความสำเร็จจากการกวาดเรทติ้งและรางวัลไปมากมาย ผู้ประพันธ์ยังกล่าวถึงแหม่ม – จินตหราว่า “นี่ล่ะแม่พลอยของฉัน”


ขณะเดียวกันหลายคนก็ยกย่องว่า ฉบับนี้มีดีตรงถ่ายทอดตามบทประพันธ์ทุกกระเบียด ดังนั้นจึงได้เห็นเหตุการณ์บ้านเมืองในอดีตผ่านมุมมองของแม่พลอยอย่างแท้จริง เสียก็แต่ด้วยความที่เทคนิคในการถ่ายทำอาจไม่พัฒนาเท่าในช่วงหลัง ฉากต่างๆ ที่่ถ่ายในสตูดิโอเลยดูไม่สมจริง
ส่วนของปี 2546 ที่อุ้ม – สิริยากร พุกกะเวส รับบท “แม่พลอย” ตุ้ย – ธีรภัทร สัจจากุล รับบท “คุณเปรม” ต้องยกให้เรื่องความละเมียดละไม ใส่ใจกับทุกรายละเอียดตามสไตล์หม่อมน้อย – ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล ภาพสวยอลังการ แต่มีการตัดทอนและเพิ่มเนื้อหาบางส่วนเข้าไป เราจึงได้เห็นรายละเอียดชีวิตของตัวละครอื่นๆ มากขึ้น

อย่างไรก็ตามทั้ง 2 เวอร์ชั่นล้วนดีงามในเรื่องของฝีมือของนักแสดง ที่สำคัญตอนนี้ยังสามารถหาชมได้ โดยฉบับปี 2534 ถูกนำมาฉายอีกครั้งทางช่อง 3 เอสดี วันจันทร์ – อาทิตย์ เวลา 12.15 น. และในวันเดียวกันยังฉายทางช่อง 3 แฟมิลี่ แต่เป็นเวลา 19.15 น. ส่วนฉบับ “อุ้ม – ตุ้ย” แพร่ภาพให้ชมทุกจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.00, 16.00 และ 21.30 น.
ดีงามขนาดนี้ก็ดูวนไป
และถ้าช่อง 7 มีกบ – สุวนันท์ ปุณณกันต์ เป็นนางเอกช่วยกระชากเรตติ้ง ช่อง 3 เองก็ไม่น้อยหน้า เพราะละครระดับตำนานของทางช่องนั้นมักมีชื่อจอย – ศิริลักษณ์ ผ่องโชค เป็นนางเอก
โดยเรื่องที่หลายคนชื่นชมและจดจำเธอติดตาก็ต้อง “รักเดียวของเจนจิรา” เมื่อปี 2539 ที่ดัดแปลงจากนวนิยายอมตะเรื่อง “เจน แอร์” (Jane Eyre) ของชาร์ลอตต์ บรอนตี้ (Charlotte Bronte) เรื่องราวชีวิตรันทดของ “เจนจิรา” ผู้เป็นกำพร้าอาศัยอยู่กับลุง พอลุงเสียก็ต้องถูกกดขี่จากป้าสะใภ้ใจร้าย เธอจึงเลือกที่จะไปใช้ชีวิตในโรงเรียนประจำ พร้อมกับรับทุนสนับสนุนจากมหาเศรษฐีผู้ไม่เปิดชื่อ โดยไม่รู้ว่าเขาจะกลายมาเป็นรักแรกและรักเดียวของเธอ
แน่นอนว่าแนวดราม่าฝ่าฟันชีวิตย่อมทำให้คนติดหนึบ แต่พิเศษกว่าก็คือเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับพม่าทำให้ได้เห็นภาพสวยๆ ของประเทศเพื่อนบ้านจนหลายคนตัดสินใจเที่ยวตามรอย ส่วนเหล่าเด็กน้อยก็แอบหยิบผ้ามานุ่งเป็นซิ่น มัดผมเอียงข้าง นำดอกไม้ช่อโตมาติดเลียนแบบ “เจนจิรา”
ขณะที่สาวๆ หลายคนก็เฝ้าฝันถึง “เจ้าชายรังสิมันต์” วิลลี่ แมคอินทอช ในชุดนุ่งโสร่ง ซึ่งหล่อกระชากใจเหลือเกิน

เรื่องเพลงประกอบอันโด่งดังก็ไม่ต้องพูดถึง เพราะจนบัดนี้เสียงจอย ศิริลักษณ์ ที่ร้อง “ในวันนี้ ถามใจตัวเองว่าอยาก อยากจะไปถึงที่แห่งใด โลกใบนี้เหมือนว่ายิ่งดู ยิ่งกว้างใหญ่…” ยังก้องในหัวอยู่เลย
เมื่อว่าถึง “รักเดียวของเจนจิรา” แล้วจะขาด “นางอาย” ปี 2538 ไปได้อย่างไร ค่าที่เป็นเรื่องราวของเด็กโรงเรียนประจำเหมือนๆ กัน เพียงแต่เรื่องนี้ไม่ดราม่าเท่าเรื่องก่อน ถึงอย่างนั้นชีวิตเด็กสาวในรั้วคอนแวนต์ก็น่าตื่นตาตื่นใจ ไหนจะรักต่างวัยที่ทำให้หัวใจชุ่มชื่นอีก
สาวๆ ดูไปก็เฝ้าฝันอยากจะใช้ชีวิตคุณหนูตามประสานักเรียนปีนังแบบในเรื่องบ้าง ส่วนหนุ่มๆ ก็มีสาวงามทั้ง จอย – ศิริลักษณ์, เบนซ์ – พรชิตา ณ สงขลา, แหม่ม – วิชุดา พินดั้ม ให้ดูกันเพลินๆ ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เบนซ์ผู้เป็นนางรองได้แสดงฝีมือจนกลายเป็นนางเอกเต็มตัวถึงปัจจุบัน

ซึ่งความที่ละครทำตามบทประพันธ์ด้วยการพาเราย้อนไปสมัย 2510 ต้นๆ ที่ผู้ดีมีเงินนิยมส่งลูกหลานไปเรียนปีนัง หรือการแต่งงานหลังเรียนจบคอนแวนต์ไม่ใช่เรื่องแปลกก็ทำให้ผู้ชมรู้สึกอินได้ไม่ยาก ต่างจากฉบับปัจจุบันที่ถึงจะปรับให้ร่วมสมัย แต่ค่านิยมหลายอย่างที่เปลี่ยนไปเลยทำให้ดูประดักประเดิด
ส่วนที่ชอบแนวดราม่าเข้มข้นคงต้องยกให้ “ขมิ้นกับปูน” เพราะความขัดแย้งของ 2 ครอบครัวตั้งแต่รุ่นพ่อฝังรากลึกสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน บทประพันธ์ของ จุลลดา ภักดีภูมินทร์ นั้นเฉียบขาด ไม่ว่านำมาทำกี่ครั้งก็สร้างความประทับใจได้เสมอ
ทว่าสำหรับหลายคน จอย – ศิริลักษณ์ คือ “ปัทมา” ในดวงใจ ไม่ว่าจะรับบทตอนเด็กให้กับช่อง 7 ปี 2533 หรือเล่นเป็นตอนโตให้กับช่อง 3 ปี 2544 เพราะถ่ายทอดเรื่องราวของหญิงสาวผู้ยึดมั่นในความรักจนต้องพบกับบทสรุปอันเจ็บปวดได้น่าเศร้านัก

และเหล่านี้คือส่วนหนึ่งของละครที่ไม่ว่ากี่เวลาผ่าน หลายคนก็ยังหามาเปิดชมวนไปด้วยความคิดถึง
แล้วของคุณล่ะ “ละครในตำนาน” คือเรื่องอะไร?

