แม้เวลาจะผ่านมาเดือนกว่าแล้วที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สวรรคต แต่ความโศกเศร้าอาลัยยังคงอยู่ในหัวใจของคนไทยไม่เสื่อมคลาย จากวันแรกจนถึงวันนี้คนไทยจากทุกสารทิศทั่วประเทศยังคงหลั่งไหลมาร่วมถวายความอาลัยและกราบพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศอย่างไม่ขาดสาย ความเศร้ายังคงอยู่เสมอ
พระราชกรณียกิจ พระราชประวัติ พระบรมฉายาลักษณ์ พระบรมสาทิสลักษณ์ นอกจากจะถูกจารไว้ในรอยจำอย่างรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นของพระมหากษัตริย์ผู้ตรากตรำพระวรกายเพื่อประชาชนมาตลอดแล้วนั้น ยังถูกบันทึกไว้ในทุกสื่อเพื่อเผยแพร่เกียรติคุณของพระองค์ รวมถึง “หนังสือ”
ในวันที่ 1-5 ธันวาคมนี้ มติชน ได้ร่วมกับ เดอะมอลล์ กรุ๊ป และ NCC IMAGE จัดงาน “เทศกาลหนังสือของพ่อ” ขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อให้คนไทยได้มีโอกาสมาพบกับหนังสือที่เกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างครบถ้วน โดยได้รวบรวมหนังสือทั้งหนังสือใหม่ หนังสือหายาก หนังสือเก่า นิตยสารหายากมาให้เลือกสรรกว่า 100 ชื่อเรื่อง จาก 40 สำนักพิมพ์ อาทิ มติชน อมรินทร์ ซีเอ็ด เคล็ดไทย แสงดาว สารคดี สถาพรบุ๊คส์ นานมีบุ๊คส์ ริเวอร์บุ๊คส์ บ้านวรรณกรรม ฯลฯ โดยทุกสำนักพิมพ์พร้อมใจกันนำหนังสือในหลวงรัชกาลที่ 9 มาจำหน่ายในราคาพิเศษ รวมถึง “สถิตในใจชน” ซึ่งเป็นหนังสือประมวลภาพเหตุการณ์ประวัติศาสตร์นับตั้งแต่วันสวรรคตจนถึงพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 1 เดือน รวมถึงสรุปพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจสำคัญไว้ด้วย และมีการแจกหนังสือพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสจำนวน 10,000 ฉบับ ให้กับผู้ร่วมงาน พร้อมด้วยโปสเตอร์พระบรมสาทิสลักษณ์สีน้ำมัน วาดโดย ระเด่น บาซูกิ อับดุลลาห์ จิตรกรชาวอินโดนีเซีย รวมถึงมีการออกบูธขององค์กร และการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับโครงการในพระราชดำริจากมูลนิธิต่างๆ
“ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย” นักเขียนเจ้าของผลงานชุดประวัติศาสตร์ชื่อดังอย่าง วาทะเล่าประวัติศาสตร์, สี่แผ่นดินกับเรื่องจริงในราชสำนักสยาม, ลูกท่านหลานเธอ, ลูกแก้วเมียขวัญ, เจ้าฟ้าเจ้าชาย ซึ่งทั้ง 5 ปกนี้จะมาพบกับนักอ่านอย่างครบถ้วนในงานครั้งนี้ เล่าว่าในมุมของเธอที่เป็นนักเขียนนั้น ท่ามกลางสื่อต่างๆ ที่ร่วมกันบันทึกและถ่ายทอดเรื่องราวของในหลวงรัชกาลที่ 9 อันเป็นที่รักและเคารพยิ่งยังคงอยู่ในความทรงจำของพสกนิกรชาวไทยนั้น ไม่มีสื่อไหนให้ที่ให้ความรู้สึกพิเศษเท่ากับหนังสืออีกแล้ว เพราะความงดงามที่นักเขียนตั้งใจถ่ายทอดจะสามารถสื่อไปยังนักอ่านได้อย่างซาบซึ้งด้วยความรู้สึกร่วมกัน
“เรามีความตั้งใจที่เขียนหนังสือศิลปวัฒนธรรมฉบับพิเศษ ชุดเจ้านายในพระบรมราชจักรีวงศ์ เขียนด้วยความรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของบูรพกษัตริย์ ที่บ้านเมืองอยู่ได้ด้วยทุกวันนี้ก็มาจากพระราชกรณียกิจที่ทรงทำไว้ก็เพื่อบ้านเมือง เราพยายามถ่ายทอดในจุดนี้ ทุกพระองค์ทรงรู้สึกว่าประเทศไทยคือบ้านเรือนที่ต้องปกป้องดูแลรักษา ดูแลสารทุกข์สุกดิบของประชาชน การเป็นบ้านเป็นเมืองถึงทุกวันนี้ ก็เกิดจากพระมหากรุณาธิคุณของบูรพกษัตริย์ ซึ่งในหลวงรัชกาลที่ 9 ก็ทรงสืบต่อพระราชกรณียกิจมาได้อย่างงดงาม และทำให้เราทุกคนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่ง ในงานเทศกาลหนังสือของพ่อ เราก็จะเห็นความวิเศษสุดของพระองค์ท่านจากหนังสือทุกเล่มแน่นอน”

ด้าน “ธงชัย ลิขิตพรสวรรค์” นักเขียน เจ้าของ สนพ.ต้นฉบับ และนายกสมาคมจดหมายเหตุไทย ผู้เขียนหนังสือปรีดิฉายาลักษณ์ เล่าว่า ในมุมของนักเขียนนั้น ตนต้องการถ่ายทอดที่จะพระราชกรณียกิจที่พระองค์ทรงพระมหากรุณาธิคุณกับคนไทยในทุกด้านตลอดเวลา 70 ปีที่พระองค์ครองราชย์ และหนังสือก็เป็นสื่อที่เหมาะสมสำหรับการถ่ายทอดที่สุด
“หนังสือเป็นวัตถุที่คงทนถาวร หยิบจับง่ายถือง่าย เอาไปดูที่ไหนก็ได้ ทำให้หนังสือยังเป็นสื่อหลัก ถึงแม้ปัจจุบันนี้จะมีคลิปสั้นๆ หรือ หนังที่เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านแต่ว่า เราเอามาเปิดดูในในทุกๆ ที่ไม่ได้ โดยเฉพาะที่ไม่มีสัญญาณเครือข่าย หนังสือจึงเป็นสื่อนำสาร ผ่านยุคผ่านสมัย โดยเฉพาะจากหนังสือที่ผมร่วมทำกับคุณเอนก นาวิกมูล เรื่องปรีดิฉายาลักษณ์ ถ่ายทอดพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ผ่านปกนิตยสารตั้งแต่พระองค์ทรงขึ้นครองราชย์ เมื่อ พ.ศ.2493 จนมาถึง พ.ศ.2510 โดยจะคัดสรรภาพแล้วอธิบายเนื้อหา ซึ่งสามารถอธิบายถึงพระราชกรณียกิจในขณะนั้น ทำให้เราเห็นประวัติศาสตร์ผ่านพระบรมฉายาลักษณ์
สนพ.ต้นฉบับดำเนินรอยตามเบื้องพระยุคลบาทในหลวงรัชกาลที่ 9 เพราะกิจการและผลงานของต้นฉบับก็ล้วนแต่เจริญรอยเบื้องพระยุคลบาททั้งสิ้น คือการนำหนังสือหายากมาพิมพ์ซ้ำเพื่อต่ออายุ เป็นการทำงานตามแนวพระราชดำริของพระองค์และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมก่อตั้ง สนพ.ต้นฉบับขึ้นเมื่อ พ.ศ.2540 และดำเนินรอยตามที่พระองค์ทรงวางไว้ คือ การหาหนังสือหายากมาพิมพ์ต่ออายุ
อยากชวนให้มาร่วมงานเทศกาลหนังสือของพ่อ ถือเป็นกิจกรรมที่น่าสนใจมากและไม่ควรพลาด”

ด้าน “รศ.ดร.ปรีดี พิศภูมิวิถี” ผู้เขียนหนังสือเล่มดัง “เก็จแก้วกัลยา” ซึ่งจะมีเสวนาหัวข้อ “ความรัก ความผูกพัน ในราชสกุลมหิดล” ในวันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม เวลา 13.00-14.00 น. เอ่ยว่าขณะนี้มีหนังสือที่เกี่ยวข้องกับในหลวงรัชกาลที่ 9 เผยแพร่มากมาย เช่น พระบรมราโชวาท พระราชดำรัส ซึ่งเมื่ออ่านแล้วเราควรต้องสรุปและคิดต่อให้ได้ว่าพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่พระองค์ทรงทำนั้นมีวัตถุประสงค์คืออะไรและทรงใช้วิธีการอย่างไรให้งานสำเร็จ
“เวลาที่อ่านหนังสือเราจะจินตนาการให้เห็นภาพกว้างไกลกว่าสื่ออื่นๆ สิ่งที่ควรเกิดขึ้นมาจากการอ่านหนังสือที่ว่าด้วยพระราชดำรัสของพระองค์ท่าน คือ พระองค์ทรงมีวิธีการทำงานแบบไหนบ้าง จะเห็นว่าพระองค์ลงพื้นที่สำรวจด้วยพระองค์เอง ทรงหาข้อมูลจากชาวบ้าน แล้วยังไม่ทรงตัดสินพระทัย แต่ทรงหาความเป็นไปได้ จากพระราชดำรัสแล้วกลายเป็นสิ่งที่เป็นรูปธรรม เป็นสิ่งที่เราควรมาศึกษา
ในหนังสือเรื่องเก็จแก้วกัลยา จะเกี่ยวกับความสัมพันธ์และความอบอุ่นในครอบครัวราชสกุลมหิดล ตั้งแต่ สมเด็จพระบรมราชชนก สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และความรักความสามัคคีในครอบครัวของราชสกุลมหิดล ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้พระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่ 9 ประสบความสำเร็จ เช่น สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงปลูกฝังการอ่านการอดออมแก่พระราชโอรสและพระราชธิดา สิ่งที่ปลูกฝังนั้นในหลวง รัชกาลที่ 9 ก็นำมาถ่ายทอดต่อประชาชน
หนังสือเก็จแก้วกัลยาจะเป็นมุมมองจากคนนอกที่เป็นราษฎรที่มองเข้าไป ที่นอกเหนือไปจากพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เรื่องเจ้านายเล็กๆ ยุวกษัตริย์ ซึ่งหนังสือเก็จแก้วกัลยาจะสะท้อนให้เห็นว่า ทั้ง ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาทรงผูกพันกันมาก มีความคิดไปในทางเดียวกัน คือ ต้องช่วยเหลือคนจน ให้มีการศึกษา ประชาชนมีความสุขสบายดีขึ้น ซึ่งโครงการแต่ละโครงการที่ทรงทำนั้น ก็ล้วนแต่พัฒนาในคุณภาพของชีวิตผู้คน
งานเทศกาลหนังสือของพ่อจึงเป็นโอกาสพิเศษที่คนไทยทั้งหมดจะได้เห็น พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ พระมหากรุณาธิคุณอย่างเป็นรูปธรรมผ่านตัวอักษร และจะมีหนังสือที่เกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่ 9 รวมกันมากที่สุด
“น่าจะเป็นโอกาสที่ดีที่จะมาร่วมเก็บไว้เป็นความทรงจำผ่านตัวหนังสือว่า เราเกิดในแผ่นดินรัชกาลที่ 9”

