ด่วน! อัยการสั่งฟ้อง ‘ครูเทียม’ กรรมการรายการเพลงดัง 3 ข้อหา ลวงเด็ก 16 ทำอนาจาร
เมื่อวันที่ 3 มกราคม ที่ สภ.จักราช จ.นครราชสีมา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เข้าประชุมรับฟัง ติดตามความคืบหน้าในการรวบรวมพยานหลักฐาน กรณีเมื่อวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา ผู้ปกครองพาบุตรชาย อายุ 16 ปี เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.จักราช ว่าถูก นายชุติเดช ทองอยู่ หรือครูเทียม อายุ 60 ปี ประกอบอาชีพคอมเมนเตเตอร์ 3 รายการโทรทัศน์ชื่อดัง และออกแบบท่าเต้นให้กับนักร้องและแดนเซอร์ พาไปกระทำอนาจารในห้องพักพื้นที่ ต.ยายแย้มวัฒนา อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ จึงสั่งการให้ พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบช.ภ.3 พล.ต.ต.อิทธิพล นาคคำ ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา และ พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ พรหมหมื่นไวย ผกก.สภ.จักราช สืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเนื่องจากเป็นคดีที่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคลมีชื่อเสียงกระทำทางเพศต่อเด็ก

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า จากการสืบสวนทราบว่าเหยื่อผู้เสียหาย เป็นนักเรียน และอยู่ในวงดนตรีของโรงเรียนแห่งหนึ่ง รู้จักและติดต่อกับนายชุติเดชเนื่องจากเห็นว่าเป็นบุคคลมีชื่อเสียงและมีความน่าเชื่อถือ ต่อมา เมื่อวันที่ 16 ก.ย. นัดหมายเหยื่อมาที่บ้านในพื้นที่ อ.จักราช เพื่อพาไปศึกษางานและหางานให้ทำ โดยนายชุติเดชขับรถมารับแล้วพาไปที่ห้องพักในพื้นที่ ต.ยายแย้มวัฒนา จากนั้นกระทำอนาจาร กอดจูบ ใช้มือจับของสงวนผู้เสียหายและพยายามซุกใบหน้าเข้าไปที่หว่างขาแต่เหยื่อขัดขืน ไม่สามารถทำอะไรได้ และพาเหยื่อมาส่งที่บ้าน ก่อนเหยื่อแจ้งให้ผู้ปกครองทราบและขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวอีกว่า จึงสั่งการให้ชุดปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (TICAC) เข้าสนับสนุนการปฏิบัติดังกล่าว ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นบ้านพักนายชุติเดช พร้อมนำตัวมาพบพนักงานสอบสวน และแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีในความผิดฐาน “พรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล โดยปราศจากเหตุสมควรเพื่อการอนาจาร, พาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจาร โดยใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรม หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยวิธีอื่นใด, กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือทำให้บุคคลนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น”

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวภายหลังเข้าประชุมรับฟังติดตามความคืบหน้า ว่าพนักงานสอบสวนสรุปสำนวนมีความเห็น สั่งฟ้องเสนอพนักงานอัยการ และพนักงานอัยการมีความเห็นส่งฟ้องต่อศาลจังหวัดนครราชสีมาเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.65 ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาอยู่ระหว่างการปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นศาล และจะนัดทั้งสองฝ่ายมาสืบพยานในชั้นศาล เดือนกุมภาพันธ์ 2566
คดีดังกล่าวเป็นคดีที่ประชาชนสนใจเนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับบุคคลมีชื่อเสียง จึงกำชับให้พนักงานสอบสวนทำสำนวนให้ละเอียดรอบคอบครบถ้วน เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดให้ได้รับการลงโทษ
ทั้งนี้ ขอฝากเป็นข้อคิดกรณีได้รับการชักชวน หรือติดต่องานกับคนแปลกหน้าแม้ว่าจะเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง ขอให้ระมัดระวัง ศึกษาข้อมูลโดยละเอียดและแจ้งผู้ปกครองเพื่อให้คำปรึกษาและดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อมิให้ตกเป็นเหยื่อของการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศ
หลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าว ผู้เป็นแม่ของผู้เสียหายได้นำกระเช้าดอกไม้มาแสดงความขอบคุณ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ รอง ผบ.ตร. ที่ให้ความเป็นธรรมกับครอบครัว


