นกน้อย อุไรพร นักร้องลูกทุ่งหมอลำชื่อดัง “วงหมอลำเสียงอิสาน” ได้มาอัพเดตชีวิต ในงาน “ยักษ์ เฟสติวัล” เทศกาลหมอลำลูกทุ่งอีสาน เพื่อผลักดันเป็นซอฟท์เพาวอร์ จัดโดยท็อปไลน์มิวสิค ที่เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ รังสิต
ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง
“ตอนนี้วงหมอลำเสียงอิสาน หลังจากที่เราได้ล้อหมุนได้แสดงคอนเสิร์ตให้พี่น้องได้สนุกสนาน คำว่าแสงสว่างปลายอุโมงค์ ปรากฏว่าตอนนี้แสงสว่างก็มา ได้สร้างสรรค์ผลงานการแสดงให้แฟนคลับ แฟนเพลงได้ชม คือเป็นมิติใหม่ของเสียงอีสาน เป็นคนเจนใหม่ด้วยมาร่วมสืบสานวัฒนธรรมของคนอีสาน ก็ยืนได้แล้ว”
งานกลับมาเยอะขึ้น มีทุกวันไหม
“ตอนนี้ยังไม่ได้มีทุกวัน ที่แน่ๆ ก็เป็นงานที่เลื่อนมาจากโควิดรอบ 1-3 ก็มีเจ้าภาพ ปี 2566-2568 นี่มีมาแล้ว ก็เป็นความหวังของฝ่ายภาคบันเทิง แม่นกน้อย อุไรพร ก็ยิ้มเต็มแก้มแล้วค่ะตอนนี้”
แม่ยังขึ้นเวทีอยู่?
“คือขึ้นเวทีอยู่ เพราะตอนนี้แม่ยังมีกำลังใจดีมากจากแฟนเพลง และความตั้งใจของแม่นกน้อย เวทีคือสุสานของแม่นกน้อย เพราะคือจิตวิญญาณของนักแสดงของแม่ ถ้าวันไหนไม่มีงานหรือสักช่วงหนึ่ง ช่วงนี้คุณพ่อก็นอนอยู่โรงพยาบาล
หลังจากที่ประกาศว่าจะไม่ทำต่อ แฟนเพลงให้กำลังใจยังไงบ้าง
“ตอนที่แม่ประกาศว่าจะไม่ทำวงต่อ จะยุบวง คือไม่มีทางเดิน ไม่มีทางเดินหมายความว่า อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ มันหยุดนานมากอะ หยุดนานจนแบบท้อว่าไปไม่ถูก คงยืนไม่ได้แล้ว หลังจากที่พอโควิด-19ซา ทุกอย่างก็กลับมาเหมือนเดิม”

วงอื่นมีคนรุ่นใหม่เหมือนกัน มีความกังวลเรื่องคู่แข่งไหม?
“แม่อยากบอกว่าไม่มีความกังวลเลย และในยุคนี้ก็เป็นยุคของโลกออนไลน์ สื่อโซเชียล ใช้ให้เกิดประโยชน์ก็เกิดประโยชน์ และเราดีใจด้วยซ้ำที่มีคนรุ่นใหม่มาสืบสาน เราเองพร้อมที่จะถ่ายทอดให้กับคนรุ่นใหม่ ไม่ใช่ว่าเสียงอีสาน วงอื่นๆก็เช่นเดียวกัน ทำให้แม่หวังว่า ศิลปะ และหมอลำไม่มีวันตายอย่างแน่นอนค่ะ”

แต่นกน้อย อุไรพรก็ยังยืนหนึ่ง
“อันนี้แม่ไม่ได้หมายความว่านกน้อย อุไรพร คือยืนหนึ่ง แต่แม่อยากให้ทุกคณะคือยืนหนึ่งและยืนไปด้วยกันค่ะ จับมือกันไม่ทิ้งกันค่ะ”
ช่วงโควิดที่ไม่มีงาน ตอนนี้มีการปรับตัวยังไง เพราะอาจจะเกิดเรื่องไม่คาดคิด
“แม่ยังไม่คิดดีกว่าเรื่องไม่คาดคิดเนาะ เราผ่านมาแล้วตั้งสองสามรอบ เคิดแค่ว่าตอนนี้เราล้อหมุน เราได้เดิน สร้างผลงาน เราดีใจทุ่มหมดหน้าตัก ไม่มีกั๊กเลยค่ะ”

การกลับมาครั้งนี้จะยิ่งใหญ่ไหม
“ยิ่งใหญ่กว่าเดิมค่ะ เป็นเรื่องราวที่ต่อยอดสำหรับคนรุ่นเก่า ตัวแม่เนาะ ใช้คำว่าตัวแม่ได้ไหมเนี่ย และก็ลูกๆคนรุ่นใหม่ ทุกคนที่กระตือรือร้นมากๆเลยที่อยากให้เกิดสิ่งนี้ขึ้นมาในวงการ”
คิวงานจ้างไปถึงไหนแล้ว
“คิวงานจ้างก็ปี 67 – 68 อันนี้มันมีทั้งเลื่อนมาจากโควิดด้วย และงานก็จะทับค่ะ จริงๆแล้วกับการสร้างผลงานของเรา ได้ล้อหมุน ได้มีความหวัง ที่ทำมาหากิน ใช้คำว่าทำมาหากิน เพราะว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้องอยู่แล้วค่ะ เจ้าภาพผู้ที่มาจ้างก็เข้ามาแล้ว ”
กี่ปีแล้วกับนกน้อย อุไรพร
“นกน้อย อุไรพร หมอลำเสียงอีสาน 48 ปีค่ะ”
เรื่องหนี้สินตอนนี้เป็นยังไงบ้าง
“พอได้หายใจค่ะ ก็ถ้าพูดถึงหนี้สิน หนี้มีเหมือนเดิม ได้ทำงาน ก็ผ่อน และก็คุยกับเจ้าหนี้และปรับโครงสร้างหนี้ ทุกคนเข้าใจในบริบทชีวิตที่เป็นค่ะ”
อัพเดตอาการพ่อหลอด(สามี)
“ตอนนี้ก็ยังอยู่ในโรงพยาบาล สิ่งที่ท่านเป็นก็คือเบาหวาน ความดัน มะเร็ง และก็เป็นแผล แผลกดทับ ตัดนิ้ว ตอนนี้ตัดนิ้ว ได้เข้าโรงพยาบาลค่ะ รักษายา”

“คุณพ่อป่วยมาน่าจะ 5-6 ปีแล้วถ้าแม่จำไม่ผิด แต่มีปาฏิหาริย์มาแล้วสามรอบในชีวิตของแม่ของพ่อ ก็คือน่าจะไม่รอดมาแล้วหลายรอบแต่รอบนี้ถ้าเกิดปาฏิหาริย์อีก เราเองในครอบครัวเสียงอีสานก็ยินดีก็สาธุ ขอกำลังใจจากแฟนเพลง จากเอฟซี ขอส่งกำลังใจให้พ่อหลอดผู้สร้างตำนานหมอลำเสียงอีสาน และก็ขอกำลังใจให้แม่นกน้อยบ้างค่ะ”
มีการไปบน หรือขอพรไหม
“ไปขอหลายที่ค่ะ บนไว้หลายอย่าง สุดๆก็คือตอนนี้ก็ไม่รู้คิดอะไรไม่ออกก็บนที่ ถ้าเกิดปาฏิหาริย์พ่อได้กลับบ้านและแข็งแรงแม่ก็จะบวช บนบวชค่ะเป็นความตั้งใจของคุณแม่ค่ะ เพราะว่าพ่อตอนที่ได้สติ ท่านก็ขอเราว่า แม่ถ้า แม่สื่อได้ขอได้จากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอให้พ่อด้วยว่า พ่ออยากให้พ่อกลับมาเดินได้ กลับมาแข็งแรงอย่างนี้ค่ะ แต่นั่นก็หมายความว่าก็ต้องรักษาควบคู่กันไปกับแพทย์กับหมอค่ะ”
กำลังหลักที่ดูแลวงตอนนี้
“กำลังหลักก็เป็นคุณแม่นี่แหละค่ะ และลูกๆทุกคนในบ้านเสียงอีสานทุกคนมีส่วนสำคัญหมดคนละอย่าง อาจคิดต่างบ้าง แต่ก็มีเป้าหมายเดียวกันนั่นก็คือเราต้องไปให้ถึงฝั่งฝันให้ได้”
สมาชิกวงตอนนี้มีกี่ชีวิต
“ตอนนี้ไม่เยอะนะ ตอนนี้ 300 กว่าค่ะ ก่อนโควิดมาเ500-600 ชีวิตอะ แม่ก็ขอลูกๆว่าหลังจากโควิดเข้ามา อันนี้ไม่ได้เท ไม่นอน อย่านอยด์ไม่ทัวร์กัน คือขอให้ลูกๆที่แข็งแรง หรือมีทางจะให้ไปก่อน ไปทำมาหากินก่อน ถ้าเรายืนได้แล้วค่อยกลับมารวมตัวกัน


