ปราปต์ปฎล แฉที่ปรึกษาเลขาฯรมต. ‘ฮ’ เรียกเงินหลัก 10 ล้าน ช่วยคดี Forex-3D ซ้ำทำร้ายจิตใจ

7.03.23 | 13:12 น.

ปราปต์ปฎล ดับเครื่องชน แฉที่ปรึกษาเลขาฯรมต. ‘ฮ’ เรียกเงินหลัก 10 ล้าน ช่วยคดี Forex-3D แถมยังพูดจาทำร้ายจิตใจ ‘ไม่ว่าถูกหรือผิดมีราคาความยุติธรรม’ พ้อตอนนี้ชีวิตพัง งานไม่มี

จากกรณี นายปราปต์ปฎล สุวรรณบาง หรือ ปราปต์ นักแสดง เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ที่กองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ตามหมายเรียกเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในคดีฟอกเงิน เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2565 สืบเนื่องจาก แฟนสาวของนายปราปต์ปฎล เป็นผู้ต้องหาในคดีแชร์ลูกโซ่ Forex-3D ซึ่งอยู่ในกลุ่มที่สอง และเป็นผู้ครอบครองรถหรูของ นายอภิรักษ์ โกฎธิ ผู้ต้องหาคนสำคัญของคดีนี้ โดยดีเอสไอได้เข้าตรวจยึดรถหรูที่บ้านพักของนายปราปต์ปฎลใน จ.ราชบุรี เมื่อกลางปี 2563 ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 มีนาคม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ นายปราปต์ปฎล สุวรรณบาง นักแสดง เดินทางมายังดีเอสไอเพื่อถามความคืบหน้าของคดีเนื่องจากส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงาน

นายปราปต์ปฎลกล่าวว่า วันนี้เดินทางมายื่นหนังสือเพื่อสอบถามความคืบหน้าในคดี หลังจากได้รับทราบแจ้งข้อกล่าวหาเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2565 เป็นเวลา 5 เดือนกว่าแล้วยังไม่มีความคืบหน้า ที่ผ่านมาได้รับผลกระทบกับชีวิตหนัก หน้าที่การงานพังหมด ซึ่งทางดีเอสไอให้ทำหนังสือชี้แจงข้อกล่าวหา นำส่งภายใน 15 วัน ซึ่งทำตามไปเรียบร้อยแล้ว

Advertisement

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายปราปต์ปฎล ยังกล่าวว่า ที่ผ่านมา นายธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขา รมว.ยุติธรรมและอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ก็ให้สัมภาษณ์กับสื่อเสมอว่า ดารา ป.ไม่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงในคดี Forex-3D ซึ่งตนก็สงสัยว่าในเมื่อไม่เกี่ยวข้องกับคดีฉ้อโกง ทำไมจึงถูกแจ้งข้อหาฟอกเงิน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แจ้งสาเหตุโดนแจ้งข้อกล่าวหาคดีฟอกเงินว่าที่แจ้งข้อกล่าวหาเพราะมีการเคลื่อนย้ายรถหรูของแฟนสาว เชื่อได้ว่านั่นคือการนำทรัพย์ไปปกปิดซ่อนเร้น ซึ่งขณะนั้นยังไม่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา เป็นทรัพย์สินส่วนตัวที่ยังใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน และตนก็เคยชี้แจงเรื่องนี้ไปแล้ว ยินดีให้ขุด ให้ค้นประวัติ รวมถึงเส้นทางการเงินทุกอย่าง เพราะชีวิตทำงานสุจริต ต่อมา แฟนสาวของตนถูกจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหาฉ้อโกง ในวันที่ 18 สิงหาคม 2565 วันที่ 21 สิงหาคม เพื่อนผู้หญิง ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของแฟนสาว ได้ติดต่อมาหาตนว่ารู้จักกับ “ที่ปรึกษาของเลขาฯรัฐมนตรี” สามารถช่วยเหลือได้ จึงนัดให้มีการพูดคุยเจรจากันที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านเลียบด่วนรามอินทราในช่วงบ่ายวันเดียวกัน

นายปราปต์ปฎลกล่าวว่า วันที่ไปพูดคุยมีตนเอง เพื่อนสนิทของแฟนสาว แฟนของเพื่อนคนนี้ และตัวทนายชื่อ ฮ. ซึ่งอ้างตัวเป็นที่ปรึกษาเลขาฯรัฐมนตรี ใช้เวลาพูดคุยกว่า 1 ชั่วโมง ซึ่งมีใจความสำคัญคือทนายความคนนี้บอกว่า “น้องเขาซวยที่ไปแต่งงานกับคนนั้น ซึ่งก็เชื่อว่าน้องไม่เกี่ยว แต่มันมีราคาของความยุติธรรมอยู่” พร้อมเสนอตัวว่าจะสามารถช่วยทำสำนวนอ่อนลงเพื่อให้พ้นคดีได้ พร้อมกับเรียกเงินหลัก 10 ล้าน อ้างว่าจะไปใช้เจรจากับผู้ใหญ่

นายปราปต์ปฎลกล่าวว่า หลังจากได้ฟังคำนั้นตนเองอึ้ง เพราะตอนแรกคิดว่าที่มาเจรจากัน หากช่วยเหลือเป็นค่าทนาย 5 หมื่นบาท ตนก็พร้อมจ่าย แต่เงินจำนวนดังกล่าวตนทำงานทั้งชีวิตก็หาไม่ได้ อีกทั้งไม่ต้องการจ่ายเงินให้กับการคอร์รัปชั่น ตอนนั้นถึงไม่ได้พูดอะไร ทางฝ่ายทนาย ฮ.จึงบอกให้ตนกลับไปคิด

“เขาบอกว่าน้องซวยที่ไปแต่งงานกับผู้ชายคนนั้น ที่ไปเป็นเมียผู้ชายคนนั้น เขาก็รู้ว่าน้องเขาไม่เกี่ยวหรอก และเขาก็พูดว่า ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องมันมีราคาของความยุติธรรมอยู่ ไม่ว่าจะผิดหรือถูก มันมีราคาของความยุติธรรมอยู่ ซึ่งตอนนั้นผมแทบร้องไห้ ว่าเราอยู่บนโลกใบนี้ความยุติธรรมมันต้องใช้เงินเหรอ ทำไมไม่ใช้ความถูกต้อง ไม่ใช้ข้อเท็จจริง แสดงว่าเป็นคนดีมันอยู่บนโลกใบนี้ไม่ได้เหรอ นั่นคือสิ่งที่ผมมีความรู้สึกว่ามันโหดร้ายเกินไปกับคำนี้” นายปราปต์ปฎลกล่าว

นายปราปต์ปฎลกล่าวต่อว่า หลังจากนั้นทนายคนดังกล่าวก็กลับไป เหลือพวกตน 3 คน นั่งคุยเรื่องดังกล่าวต่อจนถึงช่วงเย็น ก่อนแยกย้ายกลับ หลังจากแยกย้ายไม่นานเพื่อนของแฟนสาวส่งไลน์มาย้ำเรื่องเงินหลัก 10 ล้านอีกครั้ง ซึ่งตนอ่านแล้วไม่ได้ตอบอะไรกลับไป แต่แคปทุกอย่างไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด โดยส่วนตัวก็เชื่อว่าเพื่อนผู้หญิงหวังดี และไม่ได้รู้เห็นกับการตบทรัพย์ แต่เป็นเพราะรู้จักตนและอยากช่วยจริงๆ

นายปราปต์ปฎลบอกอีกว่า การที่ออกมาแฉยังไม่ได้ต้องการที่จะดำเนินคดีในข้อหาความผิดเรื่องการละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือเรียกรับผลประโยชน์ เพราะยังไม่ถึงเวลา และอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเรื่องนี้ก่อน พร้อมยืนยันว่า การออกมาเรียกร้องวันนี้ไม่ใช่การขู่เพื่อให้ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ แต่เป็นเพียงการเรียกร้องความยุติธรรมให้ตนเองและแฟนสาว ต้องการให้แฟนสาวได้รับการประกันตัวออกมาต่อสู้คดี เนื่องจากจะได้รวบรวมพยานหลักฐานต่อสู้คดีได้อย่างเต็มที่ เพราะตอนนี้ศาลยังไม่ตัดสิน ยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ (เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2566)