สิ้น ‘จิตติมา ผลเสวก’ ศิลปินผู้เคียงข้างประชาชน เจ้าของรางวัล มนัส เศียรสิงห์
เมื่อวันที่ 11 มีนาคม รายงานข่าวแจ้งว่า นางสาวจิตตมา ผลเสวก ศิลปินร่วมสมัย เสียชีวิตแล้วอย่างสงบหลังเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลระยะหนึ่ง จากโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ โดยมีบุคคลในวงการร่วมโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเพื่อไว้อาลัยเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ น.ส.จิตติมา เป็นศิลปินที่มีความโดดเด่นด้านการแสดงสด และร่วมแสดงออกทางสังคม-การเมืองโดยอยู่เคียงข้างภาคประชาชน อาทิ กรณีกะเหรี่ยงบางกลอย

ข้อมูลจาก เวปไซต์ bkkartbienale.com ระบุว่า น.ส.จิตติมา เกิดเมื่อ พ.ศ.2502 จังหวัดสงขลา จบการศึกษาจาก วิทยาลัยช่างศิลป์ กรุงเทพฯ เริ่มต้นเส้นทางการทำงานจากการเป็นนักเขียนสารคดี เรื่องสั้น บทกวี และเริ่มสร้างงานศิลปะหลากรูปแบบทั้งภาพถ่าย สื่อผสม และ ศิลปะสื่อการแสดงสดอย่างจริงจังมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2534 จิตติมาเป็นหนึ่งในผู้ริเริ่ม นิทรรศการศิลปะ ผู้หญิงประเวณี- ประเพณี (TradiSextion) ที่ศูนย์ศิลปะบ้านตึก (Concrete House) กรุงเทพฯ ก่อนจะพัฒนามาเป็นเทศกาลศิลปะผู้หญิงนานาชาติ วูแมนนิเฟสโต้ และมีสมาชิกศิลปินหญิงสำคัญหลายคนเข้าร่วมในเวลาต่อมา
ผลงานศิลปะและงานเขียนของจิตติมา มักจะมีเนื้อหาที่สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน คือสะท้อนความไม่เท่าเทียมของมนุษยชาติ การเอารัดเอาเปรียบ การครอบงำทางวัฒนธรรม และการล่าอาณานิคมทางทรัพยากรธรรมชาติ เธอได้เข้าร่วมเทศกาลศิลปะแสดงสดนานาชาติ Asiatopia ที่กรุงเทพฯ มาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2541

ในปี พ.ศ.2547 ได้ร่วมก่อตั้งโครงการศิลปะชุมชน (Community Art Project : CAP) ร่วมกับไพศาล เปลี่ยนบางช้าง และเพื่อนศิลปินอีกหลายคน และดำเนินงานต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน CAP เน้นการทำงานศิลปะในพื้นที่ชุมชนต่างๆ เพื่อนำเสนอเรื่องราวด้านสังคม สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมชุมชน โดยเฉพาะในพื้นที่อ่อนไหวและเสียงต่อผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการเปลี่ยนแปลง อันเป็นผลจากโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ต่างๆ เช่น พื้นที่แม่น้ำสาละวิน แม่น้ำโขง, หมู่บ้านทวาย ชายแดนพม่า, หมู่บ้านชาวอูรักลาโว้ย เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ หรือเทพา จังหวัดสงขลา โดยจิตติมาและกลุ่มศิลปินโครงการศิลปะชุมชน ได้ร่วมกันทำงานศิลปะแสดงสดในพื้นที่ต่างๆ เหล่านั้น จากการพบปะและทำงานกับชาวบ้าน และชุมชนในท้องถิ่นต่างๆ พร้อมๆ กับนำภาพถ่าย วิดีโอ บันทึกความเคลื่อนไหวเหล่านั้น มาถ่ายทอดเป็นนิทรรศการ หรือร่วมแสดงในเทศกาลศิลปะแสดงสดต่างๆ ให้กับคนในเมืองหลวงได้รับรู้เป็นระยะ
ปี พ.ศ.2560 ได้รับรางวัลมนัส เศียรสิงห์ จากสถาบันปรีดี พนมยงค์ ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบ ให้คนทำงานศิลปะที่สะท้อนสังคมต่อเนื่องเกินสิบปี เธอเพิ่งจัดแสดงงานเดี่ยวไปเมื่อต้นปี 2561ในชื่อ ปล่อยให้ฉันร่ายรำ (Let Me Dance) ที่ พีเพิ่ลส์ แกลเลอรี่ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยมีคำโปรยนิทรรศการว่า “ฉันจะร่ายรำได้อย่างไร ในนครแปลกหน้า เราต่างอยากฆ่ากัน” พูดถึงการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต และวัฒนธรรม โดยผ่านสัญลักษณ์การร่ายรำมโนราห์ของทางใต้


