อยู่ในวงการมานานถึง 16 ปี ทว่าล่าสุด อ้น – สราวุธ มาตรทอง ถึงกับต้องออกมาสารภาพว่า ‘เงาเสน่หา’ ละครทางช่อง 8 ที่เดินหน้าถ่ายทำวันนี้ (9 ธันวาคม) เป็นวันสุดท้ายนั้น แม้จะรักมาก แต่ก็ทำให้เครียดมากจนต้องกินยาระงับประสาทเลยทีเดียว
โดยเขาว่า “เป็นงานที่ผมรักมาก เพราะว่าเท่าที่อยู่ในวงการบันเทิงมาก็ไม่เคยเล่นบทแบบนี้เลย ผมเล่นร้ายเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก แล้วก็เรื่องนี้ตัวร้ายคือตัวดำเนินเรื่อง ฉะนั้นตัวละครตัวนี้เลยเด่นมาก”
เด่นเพราะมีปมในใจเยอะจึงมีความซับซ้อนของบทบาทและอารมณ์ การแสดงออกต่างๆ เลยต้องใช้สมาธิเป็นอย่างมาก แต่ละฉากที่ถ่ายทำจึงต้องทำการบ้านหนัก
“ครั้งแรกเลยเนี่ย ทางพี่โด่ง (องอาจ สิงห์ลำพอง) ที่เป็นผู้บริหารช่อง8 ติดต่อมา เขาเล่าโครงสร้างให้ผมฟังว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่พล็อตขึ้นมาใหม่ ไม่ได้เอามาจากบทประพันธ์ ผมก็ตื่นเต้นมากๆ เราภูมิใจที่เล่น และตกปากรับคำ จากนั้นไปเปิดกล้องที่เกาหลี แล้วพอเราเริ่มถ่าย ถ่ายไปถ่ายมาจนสุดท้ายจะปิดกล้องแล้วผมรู้สึกว่าการตัดสินใจครั้งนี้ผมภูมิใจมาก” อ้นว่า
“เรื่องนี้มันแตกต่างจากเรื่องที่ผ่านมาๆ แล้วมันก็ยากที่สุดตั้งแต่เคยเล่นละครมาเลย”
โดย “ตัวละครที่ผมเล่นชื่อ ‘พงศธร’ เขามีชีวิตวัยเด็กที่ค่อนข้างโหดร้าย บ้านเขายากจนมาก แม่เขาทิ้งครอบครัวไปตั้งแต่เขาเด็กๆ เพราะความจน และเขาก็ต้องโตมากับพ่อ และต่อมาพ่อเขาก็ยิงตัวตายต่อหน้าเขา เขาถูกทิ้ง จนมาอยู่ที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า แล้วถูกรังแกตั้งแต่เด็ก หัวใจเขาแตกสลาย เขาเลยฝังใจว่าวัยเด็กของเขาไม่มีสุข”
ทว่าในจุดเริ่มต้นที่ผู้ชมเห็น พงศธรจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน เพราะเป็นคนฉลาด เก่ง บุคลิกภาพดี จากนั้นจึงค่อยเรียนรู้เบื้องหลังของเขาไปทีละน้อย
“เรื่องนี้เป็นดราม่า ทิลเลอร์ที่ตื่นเต้นดี เพราะคนดูจะลุ้นว่า ใครที่จะมาเจอกับเขาจะต้องเจอกับอะไร แล้วใครที่เคยบีบ เคยแกล้งเขาจะได้รับผลทั้งนั้นเลย”

และแม้จะสนุกแต่ก็เครียดมากจนคนเล่นถึงกับต้องกินยาระงับประสาทเลยทีเดียว
“ใช่ (หัวเราะ) คือ เรื่องนี้อารมณ์เยอะมาก” อ้นสารภาพ
“มันคงต่อเนื่องมาหลายๆ อย่าง ยิ่งผมโตขึ้นก็ยิ่งได้รับบทที่เข้มข้นมากขึ้น เรื่อยๆ แล้ว แล้วบางทีเราก็ต้องตัดนะ ตัดที่หน้ากอง ตัดอารมณ์ เราก็ไม่อยากเอากลับบ้านหรอก แต่ว่าก็เปรียบเทียบให้ฟังว่ามันเหมือนเครื่องจักรนะ เวลาที่หยุดทำงานเครื่องจักรมันไม่ได้หยุดกึก คือว่ามันค่อยๆ ผ่อนไป มันยังมีช่วงหมุนของมันอยู่ อารมณ์ทางการแสดงมันก็เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน”
“บางทีกลับมาบ้านเลิกดึก 4-5 ทุ่ม ตี 2 กว่าจะได้นอน เพราะเหมือนอารมณ์มันกลับมาปกติ ต้องใช้เวลานาน แล้วอย่างถ้าวันรุ่งขึ้นนัดกอง 6 โมงเช้า ผมก็ต้องรีบนอนให้มากที่สุด เท่าที่จะมากได้ ต้องรีบนอนให้เร็วที่สุดก็เลยต้องเพิ่งยากล่อมประสาท ยาคลายประสาท เพื่อให้หลับ”
“ผมก็ใช้วิธีนั้นในวาระฉุกเฉินเหล่านั้น ถ้านอนดึกแล้วถ่ายเช้าต่อ พอช่วงหลังๆ ผมไม่อยากใช้ ที่บ้านเป็นห่วง ก็เลยค้นหาวิธีอื่น”
นั่นคือการซื้อ ‘เสาวรส’ ที่มีสรรพคุณในการช่วยคลายเครียด ทำให้นอนหลับง่ายติดบ้านไว้
“ถึงบ้านก็กิน 3 ลูกก่อนนอน ช่วยได้จริงๆ และก่อนนอนกินเสาวรสเสร็จขึ้นห้อง เปิดธรรมมะ ใส่หูฟัง หลับไป ใช้วิธี นี้ทำให้ไม่กินยาเท่าเมื่อก่อน”
“กินยาเยอะมาก กินตลอด แต่ว่าวันไหนที่มีถ่ายบ่ายก็ไม่กินให้ระบบมันทำงานปกติ แต่ถ้าไม่กินกว่าจะหลับได้ตี1-2 เราก็ไม่รู้นะว่าคนอื่นเป็นยังไง แต่ว่าขณะที่นอนช่วงที่กินยาคลายประสาท ต้องกินนะ เพราะว่าบางทีเราแว่บคิดไปถึงฉากที่เราเล่นไปแล้ว แล้วมันเหมือนเราโดดเข้าไปในฉากนั้นเอง เราก็ไปรู้สึกถึงอารมณ์ตรงนั้นใหม่ เหมือนเราเล่นอีกรอบแล้วน้ำตาไหลก็เลยต้องพึ่งยาจริงๆ”
“สมัยก่อนไม่ได้เป็นแบบนี้เพราะว่าอาจจะไม่ได้เจอบทหนักๆ ตอนนี้ยิ่งโตก็ยิ่งหนักขึ้น ท้าทายนะ”
ถึงอย่างนั้น “ผมรักมัน ผมรักทุกงาน ผมรักงานนี้เพราะว่าได้ฝึกฝน แต่ว่าก็ทำให้เสียสุขภาพไปเหมือนกัน”
ทว่าสำหรับคอนนี้หายห่วงได้ เพราะอ้นทิ้งท้ายว่า “สุขภาพดีแล้วครับ”
ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม dongongart aonsarawut_sky

