เปเปอร์ เพลนส์ สกรีนงานหนักมาก ลั่นเงินสำคัญ แต่สังคมก็ต้องดี
2 หนุ่ม เปเปอร์ เพลนส์ เปิดใจให้สัมภาษณ์ระหว่างไปร่วมงานคมชัดลึก อวอร์ด ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ในวันนี้ (28 มีนาคม) โดยพูดถึงกรณีที่ตอนนี้กลายเป็นขวัญใจเด็กๆ ชนิดทำอะไรก็มีเด็กๆพร้อมใจกันทำตาม อย่างล่าสุดก็คือคลิปล้างจมูก จนบรรดาผู้ปกครองขอให้ช่วยทำคลิปอื่นๆ เพิ่ม โดยฮาย ธันวา บอกว่าความจริงไม่ได้ตั้งใจจะให้เป็นกระแส
“มันเป็นเหมือนกับเราเลือกงานที่มันเข้ากับเรา พวกเราล้างจมูกกันอยู่แล้ว หนึ่งคือเป็นงานของลูกค้าด้วย แล้วก็เป็นสิ่งที่เราอยากนำเสนอด้วย พอเห็นน้องๆ เข้ามารู้จักสิ่งนี้กันมากขึ้น ก็รู้สึกดี เพราะช่วงนี้ฝุ่นมันแย่จริงๆ”
ส่วนที่เหล่าผู้ปกครองขอให้กินผักโชว์ เขาก็บอกปนอาการหัวเราะๆ “จริงๆ ผมว่าจะเปิดเนิร์สเซอรี่แล้วครับ”
“มีขอให้ทำคลิปอาบน้ำด้วย ผมก็เกร็งๆ อยู่ ว่าต้องทำยังไง แต่หลักๆ ก็จะให้กินผักนี่แหละมากที่สุด แต่ผมเองยังรู้สึกว่าอยากให้มาจากพวกเราจริงๆ ไม่อยากให้ขอร้องให้เราทำ เพราะผมว่ามันมีข้อดีและยังมีข้อเสียอยู่ เรื่องผักมันกว้างครับ มีเรื่องความสะอาดด้วย อย่างเช่นการล้างจมูกก็มีข้อเสียอยู่นะ ถ้าทำไม่ถูกวิธี ก็เลยขอไปทำการบ้านเรื่องนี้ให้ดีก่อนดีกว่า”
เรื่องการดื่มนม ฮายก็ว่า “อย่างที่บอก เวลาเราทำอะไร มันคือสิ่งที่พวกเราทำกันอยู่แล้ว คือพวกเราไม่ค่อยได้ดื่มเหล้า เราดื่มนมกันอยู่แล้ว วันนั้นไม่ได้ขายแอลกอฮอล์ เลยรู้สึกว่าเราหาอะไรทำกันสนุกๆ ดีกว่า”

ด้านเซน นครินทร์ เสริมว่า ช่วงโชว์ของเปเปอร์ เพลนส์ จะไม่มีแอลกอฮอล์ขาย ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ดี
สำหรับฮายเขาบอกว่า ตอนนี้พวกเขามีแฟนคลับที่เป็นเด็กๆ เยอะ แล้วก็มีหนูๆ เหล่านั้นตามไปดูถึงงานกลางคืนด้วย
“ตอนนี้เราก็พยายามเวิร์กกันอยู่ จริงๆ หลักๆ เป็นเรื่องของผู้ประกอบการ เราว่าทำให้มันถูกต้องดีกว่า ไม่งั้นจะกลายเป็นว่าเรามีทำให้น้องๆ ดีขึ้น แต่ก็ดันพาน้องๆ เข้าไปสู่สิ่งที่ไม่ดีเร็วขึ้น”
เรื่องที่มีผลิตภัณฑ์เด็กติดต่อให้เป็นพรีเซ็นเตอร์ ฮายบอกว่า มีมาเยอะมาก ซึ่งก็กำลังพิจารณา
“เวิร์กกันหนักมาก กับการสแกนโปรดักต์ต่างๆ เพราะเราไม่อยากนำพาหรือเชิญชวนให้น้องๆ ใช้ของที่ไม่จำเป็นขนาดนั้น แล้วเราก็คิดว่ามันต้องเป็นประโยชน์กับเขาจริงๆ ด้วย เวลาจะรับโปรดักต์ไหน เราก็พยายามให้มันอยู่ในเลนที่กว้างจริงๆ เหมือนเป็นของเด็กก็ได้ วัยรุ่นก็ได้ คนโตก็ได้ แล้วก็ต้องให้ดีกับเด็กๆ บางอย่างที่ไม่จำเป็นกับเขา เราก็เลื่อนไปก่อน เงินก็สำคัญ พยายามบาลานซ์อยู่ว่าทำยังไงให้รวย แล้วสังคมก็ดีอยู่ด้วย (หัวเราะ) ลำบากมากเลย”
“ถ้าเกิดเราไม่ต้องรับผิดชอบสังคม ผมสามารถซื้อเกาะส่วนตัวได้แล้วครับตอนนี้ (หัวเราะ)”
“จริงๆ แล้วมีสินค้าเด็กเป๊ะๆ เลย เราอาจจะเลี่ยงไปก่อน อย่างที่บอกเราจะไม่พยายามเหมือนกับว่า เอะอะอะไรก็เด็กมาซื้อ เราพยายามมากๆ”
เรื่องที่ดูเหมือนว่าพอพวกเขาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้ผลิตภัณฑ์ใด พ่อแม่ก็น่าจะพร้อมจะซื้อให้ลูก
ฮายบอก “นั่นแหละความอันตราย”
“เพราะลูกค้าคงเข้าใจว่าต้องขายของ แต่เราเองก็อยากให้มันจำเป็นกับเด็กด้วย เราเติบโตจากเด็ก เราอยากรับผิดชอบกับสังคมด้วย เราไม่อยากให้ถูกครอบว่าต้องซื้อสิ่งนี้ เพราะเราเป็นพรีเซ็นเตอร์อย่างเดียว มันง่ายไป”

เรื่องว่าจะมีคลิปที่จะทำออกมาอีกไหม และเป็นเรื่องอะไร ฮายขอว่าไม่อยากให้คาดหวัง
“แต่ว่าสิ่งที่เราทำต่อจากนี้ไม่ว่าจะเป็นคลิปวิดีโออะไร อยากให้คิดว่าเป็นความสนุกของเราจริงๆ ไม่ได้เหมือนกับว่าทำมาเพื่อเด็กๆ โดยเฉพาะ เพราะไม่ว่าจะยังไงลูกหลานของทุกคน ทุกคนก็ต้องเลี้ยงเองอยู่ดี (หัวเราะ) แต่เราเหมือนเต็มที่ที่จะช่วย เหมือนดูแลไปด้วยกันแบบนี้ดีกว่า เพราะว่าพลังหลักๆ ก็มาจากครอบครัว แล้วเราเป็นเหมือนพลังเสริม เป็นเหมือนพี่เลี้ยง เหมือนเรามีน้องๆ มากขึ้นแล้วก็พยายามจะทำให้ดี”
เรื่องที่มีคนนำรูปของพวกเขาไปสกรีนลงเสื้อออกขาย ฮายบอกว่าอันที่จริงในส่วนของพวกเขาก็จะมีทำ โดยน่าจะมีออกมาในเดือนหน้า
“จริงๆ สิ่งเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่เราจะขับเคลื่อนด้วยเรื่องของลิขสิทธิ์ทางปัญญา เพราะท้ายที่สุดแล้ว มันจะวนมาที่เด็กๆ เองในวันที่เขาโตขึ้น เขาจะต้องทำงานเกี่ยวกับเรื่องลิขสิทธิ์ สิ่งเหล่านี้ก็จะเป็นรายได้ของน้องๆ ทุกคน แต่ถ้า ณ วันนี้ผมพอเข้าใจได้ บางอย่างมันยังไม่ถูกต้อง 100% บางอย่างยังเป็นสีเทาอยู่ เราค่อยๆ เรียนรู้กันไปได้”

