ฟัง ‘แจ๊ส’ เปิดใจ หลังเกิดกรณี ‘ลูบเป้า’
วันนี้ (4เมษายน) แจ๊ส สปุ๊กนิค ปาปิยอง กุ๊กกุ๊ก ได้ไปร่วมงานฉายภาพยนตร์เรื่อง ‘เสือเผ่น ๑’ ในฐานะนักแสดงนำ จากนั้นเขาได้ให้สัมภาษณ์ว่า ชอบที่จะร่วมงานกับพชร์ อานนท์ เพราะพชร์จะรู้ว่าเขาทำอะไรได้ ทำอะไรไม่ได้ ขณะเดียวกันยังรับฟังเวลาเขาเสนอไอเดียต่างๆ ดังนั้นเวลาพชร์ติดต่อมา แม้จะยุ่งขนาดไหน ก็มักจะพยายามเคลียร์คิวให้
“สมัยก่อนเราไม่เคยได้เล่นเป็นตัวแสดงนำ น่าจะเป็นเรื่องแรกคือหลวงพี่แจ๊ส ของพี่พชร์ เอาเข้าจริงเขาก็เหมือนคนที่เห็นค่าเราในวันแรก จนวันนี้เขาก็ยังเห็นเราอยู่ เราก็อยากอยู่ในที่ที่ไม่ต้องยิ่งใหญ่ก็ได้ แต่อยู่ในที่ที่คนเข้าใจเราก็พอแล้ว”
ครั้นถามถึงเรื่องที่โดนแฟนเพลงหญิงรายหนึ่งลูบเป้า ขณะไปร้องเพลง แจ๊สก็ว่า “ช่วงนี้เข้าใจนะว่ามันบอบบางมากๆ”
-อ่าน ดราม่าหนัก จวกสาวมือไม่สุข ขอจับเป้า ‘แจ๊ส’ ติงไม่ให้เกียรติ เตือนแล้วยังทำ!
อย่างไรก็ตามสำหรับตัวเอง “ไม่ได้มายด์นะที่มาจับ เป็นคนไม่ได้ซีเรียสอะไรขนาดนั้นแล้ว แต่เรามีครอบครัว มีลูก ในผับมีโทรศัพท์ เมียเราเขาเป็นห่วง เพราะเราอยู่ในที่สว่าง ไม่ได้อยู่ที่มืด ก็เข้าใจ”

แจ๊สยังบอกด้วยว่าวันนั้นที่พูดไป รู้สึกโมโหจริงๆ
“วันนั้นเขาเมาด้วย ก็บอกไปว่า ถ้าผัวน้องดู เมียพี่ดู เห็นอย่างนี้ มันโอเคเหรอ พูดๆๆๆๆไป ไอ้เราก็นิสัยคนขี้ประชด เอ้า อยากจับ จับไปเลย แต่สุดท้ายแล้วคือเขาเมา”
แจ๊สยังบอกด้วยว่าเรื่องที่เกิดขึ้น แจงเองก็โกรธทั้งตัวเขา และโกรธวงที่ไม่ดูแลกัน
“เขาก็ระวังภาพพจน์ของเรา เพราะเราต้องทำมาหากินตรงนี้ ไอ้ตัวเราก็เป็นของเราแบบนี้ ทุกคนมีเหตุผลของตัวเองหมดแหละ”
เขายังบอกอีกว่า งานของตนจะอยู่ท่ามกลางคนหลากหลาย ทั้งคนที่ชอบ คนที่รัก ขณะเดียวกันก็มีคนที่ไม่ชอบ ซึ่งต่อไปก็จะระมัดระวังให้มากขึ้น
แจ๊สยังบอกด้วยว่า อาชีพอย่างเขาบางทีก็วางตัวยาก
“อันนี้พูดตามหลักความจริงนะ ผมมีหน้าที่ไปเพื่อร้องเพลงให้ทุกคนมีความสุข ให้ทุกคนเต้น บางทีเราแบ่งแยกไม่ได้นะ ว่าใน 1 ร้าน เวลาไปเล่นคอนเสิร์ต พูดมากก็จะมีคนพูดว่า เฮ้ย ร้องเพลงเถอะ พอร้องเพลงมากๆ ก็ไม่เห็นพูดอะไรเลย มันไม่มีอะไรพอดีหรอก เราก็พยายามทำตามเสียงข้างมาก”
เรื่องที่คนนำเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์มาให้ แจ๊สบอกถ้าไม่รับก็จะถูกมองว่าหยิ่ง แต่ถ้าดื่มก็จะส่งผลกระทบถึงงานในวันถัดไป
“มันพูดยาก พูดยากมาก”
“ถ้าทำอะไรไม่ถูก ก็ขอโทษด้วย”

เมื่อถามว่ามีอะไรจะฝากไปถึงแฟนๆไหม
แจ๊สบอก “บางทีคนที่อยู่ในแสงไฟมันยากนะ ยากที่จะโต้ตอบแรงกระแทก แต่จริงๆแล้วเราคนทำงานเขามีหัวจิตหัวใจนะ เขาไม่ต่างจากคุณนะ คุณไม่ต้องมาพูดว่าเป็นคนของประชาชน ทุกวันนี้ไม่มีใครเป็นคนของประชาชน เป็นคนทำมาหากิน หาเงินเลี้ยงดูครอบครัวกันทั้งนั้น ไม่มีใครเป็นตัวอย่างที่ดีของใคร คุณหาตัวอย่างที่ดีของตัวคุณเอง อย่ามาพึ่งพวกผมเลย คนเราจะดีได้ ดีด้วยตัวเอง ไม่ได้ดีด้วยใครหรอก เราต่างคนต่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน ถ้าคุณไม่ให้เกียรติเขา แล้วคุณจะให้เขามาให้เกียรติ ไม่มี คุณต้องให้เกียรติเขาก่อน เขาถึงให้เกียรติคุณ แค่นั้นเอง”

