‘ทนงศักดิ์ ศุภการ’ เล่าวันที่สูญเสีย และโมเมนต์ที่ไม่เคยลืม

3.05.23 | 14:24 น.

 


‘ทนงศักดิ์ ศุภการ’ เล่าวันที่สูญเสีย และโมเมนต์ที่ไม่เคยลืม

เพราะภรรยาเสียชีวิตจากโรคมะเร็งไปตั้งแต่ปี 2548 ซึ่งขณะนั้นลูกๆยังเล็กอยู่ ทนงศักดิ์ ศุภการ จึงต้องกลายเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวของลูก 3 คน ซึ่งล่าสุดเขาพร้อมลูก 2 คนคือ ปัญญ์ ปัญญ์เพชร และ เปี่ยม เปี่ยมรัก ได้มาเปิดใจในรายการ ‘คุยแซ่บ Show’ ว่าเขาเริ่มดูแลลูกจริงจังตั้งแต่ปี พ.ศ.2545 ตอนที่ทราบว่าภรรยาเป็นมะเร็งที่ไขกระดูก ซึ่งตอนที่รู้อาการก็เป็นระยะที่ 3 แล้ว 

“เขาปวดหลังมาเดือนกว่าๆ ก็เลยตรวจเจอ จำโมเมนต์ได้ตอนเขาโทรมาบอกว่าเป็นมะเร็ง เรากำลังจะเข้าฉาก ก็บอกว่าขอไม่เล่นแล้ว เพราะภรรยาตรวจพบมะเร็ง รีบมาจากกอง ไปหาเขา เปิดประตูเข้าไป เห็นเขานอนรอ เห็นสายตาของเขา ยังจำภาพวันนั้นได้เลย สายตาบอกว่าฉันไม่เป็นไร แต่มันคือเป็นแล้วไง เขาพยายามเก็บความรู้สึก เราก็เดินเข้าไปจับมือ โมเมนต์คนที่เป็นคู่เรา เขาต้องการกำลังใจมากที่สุด” 

Advertisement

เล่าด้วยว่าตอนนั้นหมอประเมินว่าน่าจะมีชีวิตอยู่อีกไม่เกิน 6 เดือน แต่ก็สามารถอยู่มาได้อีก 3 ปีกับ 18 วัน

“วันที่เสียไป ก็บอกลูกว่าแม่ไม่กลับมาแล้วนะ แม่ไปอยู่ที่อื่นแล้ว แต่แม่ก็ยังอยู่ในใจของเราตลอดไป”

“ยังเคยบอกลูกเลยว่าถ้าเลือกได้ เราขอไปแทน เพราะอยากให้เขาอยู่ดูแลลูกแทนเรา ไม่ใช่ว่าเรารักเขามาก จนเรายอมตายแทนเขานะ แต่แค่รู้สึกว่าผู้หญิงคนนึงถ้าดูแลลูก น่าจะดูแลลูกได้ดีกว่าเรา ขาดพ่อเหมือนคอหัก แต่ขาดแม่เหมือนแพแตก เราไม่มีทางดูแลลูกได้ดีกว่าผู้หญิงที่เป็นแม่ แต่พอมันเลือกไม่ได้ เราก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด”

ในเรื่องการเลี้ยงลูก ทนงศักดิ์บอกว่าลูกชายทำให้ได้เรียนรู้หลายอย่าง

“หลายเรื่องเลย ในพื้นที่ที่เราคิดว่าเราไม่เคย แต่เราต้องไป เราควรจะอยู่ในห้องกิจกรรมมากกว่าห้องปกครอง ไปทุกอาทิตย์”

ด้านปัญญ์เองก็รับว่า “หนักมากครับ ยอมรับว่าอะไรที่ไม่ดี ผมทำหมดเลยนะ ตั้งแต่หลังแม่เสีย เราก็เริ่มแล้ว เป็นลูกคนกลาง พี่น้องคือได้ 4 ตลอด ส่วนเราคือไม่เคยถึง 1 เอาแค่ 0.8 ให้ได้ก่อน เราไม่เวิร์คทางนี้ ชอบอ่านการ์ตูน เล่นเกมส์ ถ้าเป็นยุคนี้คือมันใช้เป็นอาชีพ แต่ตอนนั้นคือพ่อเลี้ยงลูก 3 คน และหลังจากแม่เสีย มีเหตุการณ์พอแม่เสียเพื่อนมาล้อเรื่องแม่ และต่อยกัน เราชนะ ทุกคนเห็นว่าเราโอเค มันทางของเรานิ มีคนมาเชิดชูเราในทางนี้ จากขาวไม่ได้ ก็ไปดำเลย ถ้าหนักสุดก็ยาเสพติด สุดโต่งเลย เคยมีเหตุการณ์ในสมัยเด็ก เป็นการทะเลาะวิวาทกัน หลุดไปหน่อยมีอาวุธ เรื่องไปถึงตำรวจ ผู้บาดเจ็บเป็นเด็ก แต่ถามว่าเรากลัวตายไหม เราคิดว่าเราโชคดี พอกลับมามองจากสายตาเรา ไม่ได้หลุดไปมากขนาดนั้น เราไม่ได้โหดขนาดนั้น เราตีในแบบโรงเรียนเอกชน เราสุดแบบนี้”

ทนงศักดิ์บอกว่าด้วยว่า “ตอนนั้นถูกอัญเชิญออกจากโรงเรียนสองโรงเรียน แต่ไม่เคยตี เคยสมัยประถมเคยตีบ้าง ถามว่ากลัวลูกตายไหม ก็เคยบอกว่า เขาต้องเป็นคนเลือก สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเขาตายไม่เป็นไร แต่ถ้าคนอื่นตาย ไม่ควร จริงๆ ถ้าคุณตายมันจะไม่เป็นภาระอะไร เพราะคุณเป็นคนเลือกเอง แต่คุณไม่ควรทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อน แต่ถ้าคุณไม่ตาย คุณติดคุก เราก็ยังสามารถไปเยี่ยมเขาได้”

เราเป็นนักแสดง แต่ลูกต้องเข้าห้องปกครองตลอด?

กับคำถามนี้ เขาบอก “ก็ดี ทำให้เราไม่มีตัวตน แต่มันคนละส่วน เราพยายามสอนเขา แต่เขาก็ต้องเรียนรู้เอง ไม่ได้คิดว่าจะมีส่วนกับชื่อเสียงเรา บางส่วนอาจจะมองแบบนั้น แต่ต้องยอมรับความจริง ต้องอยู่กับมัน และบ่อยมากต้องเบรคกองละคร ต้องไปห้องปกครอง สุดท้ายก็ไม่ได้โกรธโรงเรียนที่เขาเชิญออก โรงเรียนเขาไม่ได้ทำคุณ คุณทำตัวเอง เขาก็ทำตามกติกา”

ส่วนปัญญ์นั้นเขาบอกว่า สิ่งที่ทำให้เขาเปลี่ยนไปได้ เป็นเพราะครอบครัว

“จริงๆมีส่วนมาก พ่อพูดมาตลอดตั้งแต่เด็ก เราเริ่มสังเกตว่าทำไมมีคนเข้าหาพ่อตลอด มาปรึกษาเรื่องการใช้ชีวิต การทำงาน เราอยู่ใกล้เขา แต่ทำไมเราไม่เห็นเรื่องพวกนี้เลย พี่น้องเริ่มมีเงินเดือน แต่เรายังไม่มีอะไร ชีวิตนี้เราไม่เวิร์กแล้ว เริ่มหยุดตัวเอง น้องเปี่ยมมาบอกว่ามีอะไรให้ช่วย บอกได้นะ ก็เปลี่ยนมาได้ประมาณ 8 ปีแล้ว” 

กับการประสบความสำเร็จของลูกทั้งสาม ทนงศักดิ์บอกว่า “จริงๆ เพียงแค่ให้รู้ว่าอันไหนดี อันไหนไม่ดี ต้องใช้ศีลธรรมในการไม่สร้างความเดือดร้อนกับใคร ตัวเราเองต้องไม่เดือดร้อนด้วย ล้มเมื่อไหร่ก็ต้องลุกขึ้นมาเอง”

ในส่วนของลูกสาว ทนงศักดิ์ก็ว่า “ไม่ได้หวงอะไร การใช้ชีวิตของผู้หญิง การมีแฟนได้ ไม่ใช่เรื่องผิด อย่างตอนเรียนปีแรกๆ เขากลับตี 3 เราก็รอ เป็นห่วงเขา สุดท้ายเราก็บอกว่า ถ้าเขาท้อง หรือพลาดอะไรขึ้นมา เราแค่เสียดายชีวิตวัยรุ่นของเขา ซึ่งที่เราเข้าใจชีวิตเพราะมันเป็นความจริง ทุกคนก็เคยทำ การที่คนพลาด ไม่ใช่เราต้องซ้ำเติม เราต้องให้โอกาส” 

เรื่องที่เขาแต่งงานอีกครั้ง กับคนที่อ่อนวัยกว่าราว 20 ปี ปัญญ์บอกว่าตอนที่รู้ เขาโอเค ขณะที่พี่ชายก็บอกว่าให้ไปคุยกับน้อง เพราะน้องน่าจะหนักสุด

“ต้องบอกว่าคนนี้ไม่ใช่คนแรกที่เป็นแฟนคุณพ่อ” เปี่ยมบอก

“คนแรกๆ จะไม่โอเค เราหวงพ่อ แต่พอมีหลายๆ คน เราก็โตขึ้นด้วย มันนานด้วย คนที่ทำให้คุณพ่อแฮปปี้ เราก็โอเคแล้ว”

ฝั่งทนงศักดิ์บอก “เวลาชอบใคร เราก็จะบอกว่าชอบ ฉันมีลูกนะ เปิดไปเลย”

“ชีวิตมันควรจะเป็นคู่ ก็จะสอนลูกเสมอว่าถ้าเขาไม่เลือกเรา ไม่ใช่เราไม่ดีนะ แต่เขาไม่ชอบเราเท่านั้นเอง และคำมั่นสัญญากับภรรยาคือเราจะมีใครก็แล้วแต่ แต่เราต้องดูแลลูก จนกว่าเขาจะแยกไปมีชีวิต” 

กับลูกๆ เขาก็บอก “ภูมิใจและดีใจที่มีเขาเป็นลูก ที่เขามีวันนี้ ภูมิใจในทุกๆ วันของเขา สำหรับลูก เรามีความสุข เขาเกิดมาครบ แต่วันนี้ถ้าผิดพลาดอะไร ก็มีโอกาสลุกขึ้น”

“แต่อย่าไปทำให้ใครเดือดร้อน”