เปิดมุมมองความรัก ‘คริส หอวัง’ ล้มแล้วต้องเรียนรู้ หาคนร่วมผจญภัยในชีวิตด้วยกัน

22.05.23 | 17:31 น.

 

เปิดมุมมองความรัก ‘คริส หอวัง’ ล้มแล้วต้องเรียนรู้ หาคนร่วมผจญภัยในชีวิตด้วยกัน

ผ่านเรื่องราวมามากมาย จนล่าสุด คริส หอวัง ก็ออกมาแชร์มุมมองความรักผ่านรายการ วันบันเทิง Talk ทางช่องยูทูบวันบันเทิง ที่เจ้าตัวเชื่อในเรื่องของพรหมลิขิตว่ามีจริง พร้อมเผยถึงมุมมองความรักตอนนี้อยากหาคนมาผจญภัยด้วย

คริสพูดถึงเรื่องพรหมลิขิตว่า ทุกคนมีช่วงเวลาและจังหวะของตัวเอง สมมุติว่าต้องเจอคนนี้ ต้องเจอสิ่งนี้ ต้องผูกพันกับสิ่งๆ นั้นในช่วงระยะเวลานี้ ชีวิตก็จะเป็นแบบนี้ๆ ก็จะได้เรียนรู้ประสบการณ์แบบนี้

“คริสว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิต มันถูกกำหนดมาแล้วในระดับหนึ่ง แต่ถามว่าเราเลือกเองได้ไหม แต่บางอย่างก็ทำไมเรายังเลือกคนผิดอยู่ ก็เห็นอยู่แต่มันช่วยไม่ได้ ฉันรักเขา เพื่อนเตือนหรือตัวเองก็รู้นะ แต่มันห้ามใจไม่ได้”

Advertisement

เธอบอกอีกว่า “คริสว่าบางอย่างมันกำหนดมาว่าเราอาจจะต้องเจอ เพื่อที่จะเรียนรู้ เพื่อที่จะโตขึ้น เพื่อที่จะมีความสุขได้ง่ายขึ้น เวลาเสียใจมันเสียใจจากสิ่งที่เราสร้างขึ้นมาเอง พอมันไม่เป็นอย่างที่เราหวัง มันก็ผิดหวังจากความคิดของเราเอง”

กับบางคนที่ยกเธอเป็นไอดอลเรื่องความโสด เธอยอมรับว่า จริงๆ แล้วก็ไม่ได้อยากจะโสด ที่เห็นบนเวที เห็นเซ็กซี่ ทำหน้าฟาด อันนั้นก็คือบทบาทในการทำงาน ซึ่งตัวตนจริงๆ ของเธอไม่ได้เป็นคนมั่นใจในตัวเอง เป็นผู้หญิงเก่ง

“คริสพยายามให้เป็นแบบนั้น เพราะสุดท้ายแล้ว เราต้องอยู่ให้ได้ด้วยตัวของเราเอง ไม่ว่าเราจะมีเขาคนนั้นอยู่เคียงข้างหรือไม่เคียงข้าง แต่ถามว่าคริสอยากมีคนอยู่เคียงข้างไหม แน่นอน คริสอยากมี คริสไม่ได้คิดว่าตัวเองต้องเป็นสาวโสด ไม่ง้อผู้ชายนะ ไม่ใช่นะ ง้อค่ะ ง้อผู้ชายค่ะ อยากมีแฟนค่ะ ความรักก็อยากมีตลอด ความรักมันทำให้คริสมีพลังในการทำงาน”

ส่วนคนที่จะเข้ามาคนนั้น คริสบอกว่า ต้องคุยกันก่อน ถ้าเขาจะเข้ามาแล้วต่างคนต่างบวก เพราะวัยนี้ทำงานก็เหนื่อยมากแล้ว

“ถ้าเราสามารถเป็นกำลังใจให้กันและกัน เป็นสิ่งดีๆ ให้กัน มันก็ดี แต่คริสก็เข้าใจอีกว่า มันอาจจะดีช่วงแรกรึเปล่า ช่วงหลังมันต้องมีทะเลาะกันบ้าง ใช่มันก็ต้องเรียนรู้กันไป แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่มันเริ่ม Toxic เริ่มไม่ใช่ปรับความเข้าใจแล้ว”

เมื่อพูดถึงสิ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์เริ่มถึงจุดวิกฤต คริสก็ได้เผยมุมมองว่า

“ทุกความสัมพันธ์มันไม่เหมือนกันอยู่แล้ว คริสจะไปพูดแทนคนอื่นก็ไม่ได้ สมมุติเราเรียนหนังสืออยู่ ทำงานอยู่ หรือเราอยู่กับเพื่อน แล้วเราแจ้งให้เขาทราบเพราะกลัวเขาเป็นห่วง แต่ยังโทรมา 20 ครั้ง รับแล้วบอกว่าอยู่ตรงนี้นะ โผล่หน้ามาอีกทีมาเช็กว่าอยู่ตรงนี้จริงหรือเปล่า อันนี้ Toxic แล้ว เธอไม่มีความไว้ใจกับฉันเลยเหรอ อันนี้เรื่องความไว้ใจ แต่คริสว่าคนโตๆ เขาไม่ทำกันนะ”

หากถามว่าชีวิตจริงเคยเจอไหม เธอบอกว่า ถ้ามีคนมาเช็กโทรศัพท์ ก็เชิญไปได้เลย แบบนี้มันไม่ได้

“หนึ่งคือไม่ให้เกียรติ สองคือไม่มีความไว้ใจเลย สามคือ ต่อให้คริสไม่ได้มีอะไร คุณก็ไม่มีสิทธิดูโทรศัพท์คริส คือมันไม่ได้มีแค่แชตข้อความในไลน์ที่คุณจะไปนั่งหาว่าแอบคุยกับใครรึเปล่า แต่มันมีเรื่องรูป สมมุติรูปเราไม่สวยที่ไม่ได้อยากให้ใครเห็น มันไม่ใช่ว่าคุณจะมีสิทธิดู”

พร้อมบอกอีกว่า “ผู้หญิงก็อย่าเช็กโทรศัพท์ผู้ชายค่ะ ไม่เอาค่ะ อย่าไปแอบดู ถ้าเขาจะมีชู้ ก็ปล่อยเขาไปเลยค่ะ เพราะว่าเราสวยกว่านั้น ถ้าเขาสามารถไปมีคนอื่นได้แปลว่าเขาเลือกแล้ว”

มุมมองความรักตอนนี้ของคริส เธอเผยว่า ต้องการคนที่จะผจญภัยในโลกนี้ไปด้วยกันแค่นั้นเอง

“เพราะทุกคนเชื่อว่าไม่ว่าจะแต่งงาน มีลูก หรืออะไรก็แล้วแต่ ทุกคนต้องการเพื่อนที่จะอยู่เคียงข้าง เพื่อนจะมีความสุขในชีวิตที่เรามีอยู่ แต่เพื่อนคนนั้นจะรักแบบไหน มันต้องการคนที่จะผจญภัยในโลกนี้ไปด้วยกันแค่นั้นเอง การดำเนินชีวิตร่วมกัน เราคุยกันเรื่องความรักเยอะมาก ไม่ใช่ว่าคริสเป็นคนสตรองนะ คริสก็เคยร้องไห้ เคยเจ็บ เสียใจทุกวันนี้คริสก็รู้สึกเท่าเดิม แต่คริสเอาอันนั้นมาดำเนินชีวิตต่อไปให้แข็งแรงขึ้น ไม่ใช่ว่าเคยล้มแล้วก็ล้มที่เดิมอีกไม่เอาล้มแล้วก็ต้องเรียนรู้ ถ้าโดนขัดขาอีกก็แค่สะดุดค่ะ”