‘ไมค์ ภิรมย์พร’ ขอลดงานคอนเสิร์ตเตรียมเกษียณ ดีใจลูกสาวจะได้วีซ่าแคนาดาถาวร
ไปร่วมงานบวงสรวงละครเรื่อง ดอกหญ้าป่าคอนกรีต ทางช่องวัน 31 ที่ Acts Studio จากนั้น ไมค์ ภิรมย์พร ให้สัมภาษณ์ว่า ตอนนี้เริ่มมีแพลนที่จะเกษียณจากงานร้องเพลงแล้ว
“งานคอนเสิร์ตอาจจะไม่ค่อยได้รับแล้ว ถ้าจะไป อาจจะมีบ้างเล็กน้อย อยู่ที่บริษัท ถ้าผู้ใหญ่จัดมีคอนเสิร์ต ก็อยากจะแพลนว่ามีคอนเสิร์ตให้น้อย เพราะเหนื่อยจากการเดินทาง เราอายุมากแล้ว ส่วนหนึ่งเราก็มาดูแลธุรกิจของเราด้วย” ไมค์บอก
เขายังบอกด้วยว่า หากเลิกร้องเพลงจริงๆ ก็คิดที่จะเดินทางไปอยู่กับลูกๆ ที่แคนาดาให้มากขึ้น เพราะตอนนี้ 2 คนก็ทำงานที่นั่น ขณะที่อีกคนยังเรียนอยู่ โดยล่าสุดก็เพิ่งไปเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา
“หลังจากลูกสาวคนโตแต่งงาน เราก็อยากไปดูความเป็นอยู่เขา พอมีครอบครัว ลูกก็ต้องทำงานรับผิดชอบหนักขึ้น เพราะว่าแฟนเขามีร้านอาหาร ดูทั้งร้านอาหารและเรื่องงานของตัวเอง เขาทำงานบริษัทด้วย ถามว่าเป็นไงลูก เหนื่อยมั้ย เขาบอกไม่เป็นไรพ่อ สบายๆ เขาใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นชินแล้ว”

เรื่องหลาน ไมค์บอกว่า แล้วแต่ความพร้อมของลูก แต่ถ้ามีจริงๆ เขาก็พร้อมจะช่วยเลี้ยง
“แม่ย่าเขาอยากได้หลานเร็วๆ บอกว่าถ้าได้ผู้หญิง เขาจะเลี้ยงเอง แต่ถ้าเป็นผู้ชาย ไม่เอา ไม่อยากเลี้ยง เขาจะส่งมาให้พ่อไมค์เลี้ยง (หัวเราะ) ผมก็แล้วแต่เขาครับ”
หลังจากนี้ไมค์บอกว่า เขาคงเดินทางไปๆ มาๆ ระหว่าง 2 ประเทศ เพราะตั้งใจอยากให้ลูกทำธุรกิจ
“ให้เขาเป็นคนอิมพอร์ตผลิตภัณฑ์ของพ่อที่อยู่เมืองไทยไปต่อยอดที่แคนาดา”
ไมค์ยังบอกด้วยว่า ในส่วนลูกคนเล็กที่เรียนอยู่ คิดจะให้ไปฝึกทำงานกับพี่ เพราะอยากให้เรียนรู้ชีวิตการทำงาน และหัดรับผิดชอบตัวเอง
“ให้ทำงานเอง เก็บเงินเอง เรียนรู้เอง จะต้องเอารอดยังไง เพราะในยุคที่พี่สาวเขาบุกเบิกมา ก็ลำบาก คนเล็กไม่ใช่ว่าโตมาในยุคที่สบาย ไม่ทำอะไรเลยไม่ได้ ต้องให้เขาได้ฝึก ได้ทำ”
“ห่วงลูกคนเล็ก เพราะดูจากพฤติกรรมของเขา เขาโลกส่วนตัวสูง และค่อนข้างจะไม่ค่อยมั่นใจในบางอย่าง เลยพยายามให้เขาได้ทำอะไรที่เขามั่นใจในตัวเองและเรียนรู้ ถึงบอกให้ฝึกทักษะในเรื่องของการดำรงชีวิตของเขาเอง ต้องทำงาน ต้องรับผิดชอบหน้าที่และเวลา ไม่งั้นเขาจะไม่โต ก็กังวลอยู่”

การที่ลูกสาวทั้งสามใช้ชีวิตในต่างแดน ไมค์บอกจริงๆ เขาไม่ค่อยห่วง เพราะไปกันตั้งแต่ตอนเรียนหนังสือ
“ตั้งแต่คนโต คนที่สอง เขาต่อสู้เอง ประสบการณ์เขาผ่านมา คือต้องยอมรับว่าไม่คิดว่าลูกจะเก่งขนาดนี้ ภูมิใจที่ตัดสินใจส่งลูกไปเรียนขณะนั้น แล้วเขามาถึงจุดนี้ได้ โอ้โห ยังงงกับเรื่องของการดำรงชีวิตของเขาเลย เขาทำได้ยังไง แล้วเราทำได้ยังไงด้วย ก็ถือว่าภูมิใจ (ยิ้ม) และไม่เคยเรียกร้องอยากได้อะไรตอบแทนจากลูกเลย เห็นเขาประสบความสำเร็จในการศึกษา ประสบความสำเร็จกับหน้าที่การงานก็ถือว่าดีใจแล้ว ภูมิใจมาก”
“จบมาก็มีงานทำทั้งสองเลย คนโตทำงานอยู่กับบริษัท โชคดีที่บอสเขาเชื่อใจ ให้ตำแหน่งงานใหม่มา ถือว่าเป็นผู้บริหารระดับหนึ่ง แล้วค่าตอบแทนก็ถือว่าสูงขึ้น ดูแลเรื่องของบัญชี ซึ่งตรงกับที่เขาเรียนมา”
“คนที่สองจบบริหารธุรกิจ ตอนแรกทำงานเกี่ยวกับบริษัทปลูกบ้าน หลังจากนั้นเขาก็สมัครบริษัทไฟแนนเชียล ก็ได้ ล่าสุดบริษัทแนะนำให้ไปสอบเป็นโบรกเกอร์ ก็ได้แล้ว ก็ถือว่าเป็นข่าวดีที่ลูกตั้งใจอยากทำ”
เขายังบอกด้วยว่า ตอนนี้ลูกทั้ง 2 คน ได้วีซ่าถาวรของแคนาดาแล้ว
“เหมือนกับว่าได้บัตรประชาชนของคนแคนาดา ซึ่งเขาก็จะมีบันทึกไว้ พอเขาอยู่ครบ 3 ปี หลังทำ PR (Permanent Resident of Canada หรือวีซ่าถาวรแคนาดา) มา อีก 2 ปีเขาก็จะไปสอบไลเซนส์เป็นซิตี้เซน ก็อีก 2 ปีน่าจะได้แล้ว”


