วันนี้ พรุ่งนี้ และวันข้างหน้า และอาการเก็บทรงไม่อยู่ของ ‘โดนัท ภัทรพลฒ์’

26.05.23 | 05:53 น.

วันนี้ พรุ่งนี้ และวันข้างหน้า และอาการเก็บทรงไม่อยู่ของ ‘โดนัท ภัทรพลฒ์’

“ทำวันนี้ให้ดีที่สุด วันข้างหน้ามันจะดีเอง” เป็นถ้อยคำที่ โดนัท ภัทรพลฒ์ เดชพงษ์วรานนท์ เอ่ยขึ้นหลายครั้งระหว่างให้สัมภาษณ์ ไม่ว่าจะเป็นตอนที่พูดถึงเรื่องการงาน หรือการใช้ชีวิต
“ผมคิดอย่างนั้นจริงๆ” เขาบอก

ถึงวันนี้พระเอกหนุ่มวัย 25 อยู่วงการบันเทิงมานานถึง 10 ปีแล้ว จากก้าวแรกตอนอายุ 15 ที่นักเรียนชั้นม. 6 อย่างเขาตัดสินใจเข้าประกวด SMART BOY แล้วก็คว้ารางวัลชนะเลิศไปครอง โดยตลอดเวลาที่ ‘ดูเหมือนนาน’ หากเอาเข้าจริง ก็ “ไวมากสำหรับผม” พระเอกหนุ่มบอกว่าเขาเห็นพัฒนาการของตัวเองในหลายเรื่อง ทั้งด้านการงาน ความคิด รวมไปถึงเรื่องการใช้ชีวิต

“รู้สึกว่าเปลี่ยนไปเป็นอีกคนนึง ดีใจกับตัวเองที่เลือกถูก แล้วก็พยายามเต็มที่ ตั้งแต่วันที่เราไม่ได้ชอบจริงๆ”

แต่ก็ด้วยหลักคิด ‘ทำวันนี้ให้ดีที่สุด เพื่อวันหน้ามันจะดีเอง’ ที่ว่านั่นละ ที่ทำให้เขาสู้

Advertisement

“แล้วมันก็เห็นจริงๆ”

ที่ “ไม่ได้ชอบ” ในตอนแรก โดนัทบอกว่าเป็นเพราะความไม่กล้า ความเขิน ความอาย แต่ “แม่จะสอนตลอดเกี่ยวกับโอกาส ว่าโอกาสของทุกคนไม่เหมือนกัน แล้วเราก็ไม่รู้ว่าโอกาสมันจะมาตอนไหนในช่วงชีวิต สิ่งที่เราทำได้ คือหยิบจับโอกาสนั้น แล้วทำให้เต็มที่ที่สุด”

ด้วยเหตุนี้คนที่ตั้งเป้าจะเป็นนักกีฬาจึงตัดสินใจทำตามแรงผลักดันของครอบครัว

ทำไปท่ามกลางความรู้สึกกดดัน เครียด และรู้สึกว่า “ฉันไม่อยาก” หากก็โชคดีที่ในคลาสเรียนแอ็กติ้งคลาสหนึ่ง ครูสอนให้ทลายกำแพงในใจ

“บอกว่าถ้าเรายังเป็นอย่างนี้ กำแพงเราจะหนาขึ้นเรื่อยๆ แล้วจะเหมือนระเบิดเวลา ไม่รู้ว่าจะระเบิดวันไหน ซึ่งมันทำให้ผมพลิกได้”

แถมยังส่งผลไปถึงความสัมพันธ์ในครอบครัว

“ก่อนๆ ผมปิดกับแม่มาก จะไม่ค่อยคุย เวลาแม่อยากให้ทำอะไร ก็ทำไปโดยที่แบบ…มันคือคำสั่ง จนมาถึงวันนั้นก็เริ่มเปิดตัวเองมากขึ้น คนที่รักเราที่สุด ที่อยู่ใกล้ตัวเราที่สุดคือครอบครัว เลยเริ่มเกิดความสัมพันธ์ที่ดี”

“มันก็เป็นจุดเปลี่ยนของผมในชีวิตจุดหนึ่ง”

จุดที่ทำให้รู้ว่า นอกจากนี่จะเป็นโอกาสที่ดีแล้ว การแสดงซึ่งเป็นศาสตร์ที่มีพลังในความรู้สึกของเขา ก็เป็นสิ่งที่ชอบ เพียงแต่ช่วงก่อนหน้ายังปิดกั้น และตีกรอบตัวเองมากเกินไป

นักแสดงที่มีเป้าหมาย อยากเป็นนักแสดงคนเก่งในวันข้างหน้าบอกว่า ทุกครั้งเวลารับงาน ความตั้งใจของเขาคือ “อยากจะทำเรื่องนี้ให้ออกมาดี ออกมาให้เต็มที่ แล้วก็มีอะไรแปลกใหม่ อะไรที่คนดูไม่เคยเห็นในสิ่งที่เราเคยนำเสนอ”

เรื่องจะต้องแข่งขันกับนักแสดงคนอื่น จะไม่ค่อยคำนึงถึง

“การแข่งขันมันมีทุกที่แหละ แต่ผมรู้สึกว่าแข่งขันกับตัวเองดีที่สุด วันนี้ผมได้โอกาสนี้มา ผมก็อยากทำให้เต็มที่ อยากจะให้ผลงานออกมาดีที่สุด ผมไม่รู้ว่าความดัง หรือไม่ดัง มันเป็นการแข่งขันตรงไหน”

“ผมอยากให้ผลงานที่ผมได้ทำ พยายามไม่ให้มีข้อติ ผมรู้สึกว่าผมชอบผลงานที่มันออกมามากกว่า เวลาที่เราย้อนกลับไปดู เราจะรู้สึกดี จะไม่รู้สึกเสียใจในวันนี้ เพราะวันนั้นเราทำเต็มที่แล้ว”

ส่วนเรื่องกระแสซึ่งแน่นอนว่าส่งผลต่อชื่อเสียง เขาก็ว่า “บางคนอาจจะใช้เวลาในระยะสั้นที่ดังเลย แต่ผมคงไม่ใช่อย่างนั้น ผมก็แค่โฟกัสในสิ่งที่ผมทำ แล้วก็ทำเต็มที่ ทำให้ผลงานออกมาดีที่สุด ผมชอบตรงนี้มากกว่า”

“อนาคตข้างหน้า 10 ปีที่ผมโตขึ้นไปแล้ว มองกลับมา ณ ตรงนี้ ก็ยังภูมิใจกับตัวเอง ขอบคุณตัวเองที่วันนั้นเราทำเต็มที่แล้ว”

“ผมรู้สึกว่าสิ่งที่ผมควรโฟกัสในการทำงานด้านการแสดง ก็คือแสดงออกมาให้ดีที่สุด ใช้ศาสตร์การแสดงที่เรียนรู้ ที่ได้รับคำสอนจากผู้กำกับ จากครูสอนแอ็กติ้งหลายๆคน ทำมันออกมาให้เต็มที่มากกว่า”

“กระแสอาจจะทำให้เราดังในวันนี้ แต่วันข้างหน้ากระแสอาจไม่ทำให้เราประสบความสำเร็จ ผลงานเป็นสิ่งที่ชูเรามากกว่า เป็นความภูมิใจของตัวเราเองมากกว่า อาจจะไม่ใช่ความภูมิใจของคนอื่น แต่เรารู้สึกว่ามันคือความภูมิใจของตัวเอง ผมเคารพตัวเอง ให้เกียรติตัวเองในสิ่งที่เราทำในทุกๆวัน”

ดังนั้น “สิ่งที่ผมทำได้เลยในตอนนี้ คือทำให้มันออกมาดีที่สุดในทุกๆวัน แล้วผมคิดว่าวันข้างหน้ามั้นจะมีผลตอบแทนกลับมาให้”

ฤทัยบดี

จากนวนิยายชื่อเดียวกัน ซึ่งเป็นบทประพันธ์ของจรสจันทร์ ช่อง 7 HD นำมาทำเป็นละครพีเรียด มอบหมายให้เขารับบทเป็น ‘พระสิงห์คำ’ แสดงคู่กับ กานต์ ณัฐชา รัตน์ชยางคานนท์ ที่สวมบท ‘ปานฤทัย’ หญิงสาวที่ข้ามมิติจากโลกอนาคต จนได้มาพบกับเขา

เรื่องนี้เขาเล่นเป็นชายหนุ่มมาดนิ่ง แถมรูปยังงามชนิดใครเห็นใครก็ชอบ อีกทั้งยังปฏิบัติตนอยู่ในกรอบประเพณี ที่แม้แรกๆจะรู้สึกขัดตา และแปลกใจกับพฤติกรรมที่ไม่เหมือนผู้หญิงคนไหนในยุคนั้น แต่สุดท้ายความรู้สึกก็กลับแปรเปลี่ยน

เรื่องนี้คนเล่นบอกว่ามีความยากหลายอย่าง หากที่หนักๆเลยก็เป็นเรื่องภาษาที่ไม่เคยคุ้น ทั้ง ‘เจ้าข้า’ ‘ขอรับ’ และอีกต่างๆนานา แต่ท่ามกลางความยากก็มีความสนุกและท้าทายด้วยเช่นกัน

“แล้วต้องบอกว่ามีความน่ารักตลอด เวลาพระเอกกับนางเอกมาเจอกัน แล้วจะมีมุขโน่นมุขนี่”

ที่เชื่อว่าคนดูน่าจะชอบ

เขายังขอฝากมาถึงแฟนๆด้วยว่า “ทุกวันจันทร์ อังคาร นะครับ เวลา 20.30 น.”

เรื่องของหัวใจ ‘อาการเก็บทรงไม่อยู่’

เห็นได้ชัดว่าเขาออกอาการเขินทันที เมื่อเจอคำถาม ‘โสดไหมตอนนี้?’

หัวเราะเหมือนพยายามกลบเกลื่อน-แต่ไม่สำเร็จ ก่อนตอบ “ทุกๆปีผมจะบอกว่าผมโสด”

แต่ปีนี้ ?

เขาหัวเราะอีก มีอาการเหมือนเดิมอีก แล้วว่า

“มีคนคุยแล้ว”

ส่วนจะเป็นใคร อยู่ในหรือนอกวงการ “ไม่บอก” ว่าอย่างนั้น

ที่ยอมแง้มก็เพียง “เป็นคนดี คนที่คิดแบบผม” และ “มีพลังบวกให้กัน”