‘ลุกซ์’ น้อง ‘ใบเตย’ เผยทั้งน้ำตานาทีสูญเสียแฟน-พี่สาวเข้าเรือนจำ ชีวิตเหมือนจอที่ดับสนิท

31.05.23 | 18:41 น.

 

‘ลุกซ์’ น้อง ‘ใบเตย’ เผยทั้งน้ำตานาทีสูญเสียแฟน-พี่สาวเข้าเรือนจำ ชีวิตเหมือนจอที่ดับสนิท

ออกมาเล่าเรื่องราวชีวิตที่ต้องสูญเสียคนรักและในช่วงเวลาเดียวกันพี่สาวก็ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำในคดี Forex-3D ล่าสุด ลุกซ์ ชาญวิทย์ น้องชายและผู้จัดการส่วนตัวของ ใบเตย สุธีวัน ได้ออกมาเผยคลิปวิดีโออีพี Luxii Hometour EP.05 (Final) เราอยู่จะอยู่ด้วยกันตลอดไป ในช่องยูทูบ Bitoey Family โดยลุกซ์เปิดใจทั้งน้ำตาถึงเรื่อง ภูมิ แฟนหนุ่มว่า

“อย่างที่รู้กันพี่ภูมิได้จากไปแล้วเมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา สาเหตุการเสียชีวิตปอดอักเสบและติดเชื้อจากภาวะแทรกซ้อนจากสมองที่มีอาการฟกช้ำ เกิดเหตุวันที่ 4 พ.ค.2566 ตอนเที่ยงคืน โดนรถเฉี่ยวชนแถวๆ บ้าน พี่ภูมิขับมอเตอร์ไซค์แล้วมีรถยนต์มาชน วันนั้นลุกซ์ไม่ได้อยู่ด้วย พอรู้เรื่องก็รีบไปโรงพยาบาล หลังผ่าตัดเสร็จหมอบอกว่าญาติต้องทำใจนะ เพราะสมองกระทบกระเทือนมาก มีโอกาสกลับมาเหมือนเดิมแค่ 3% แต่ไม่ว่าจะยังไงภาพที่เราเห็น คือ เราจะยังได้ใช้ชีวิตอยู่กับเขาเหมือนเดิม ไม่ใช่ว่าหลอกตัวเอง แต่เวลานั้นทุกคนก็มีความหวัง พอผ่าตัดรอบที่สองเริ่มดีขึ้น รับอาหารได้ แต่หมอก็บอกว่ามีโอกาสเป็นเจ้าชายนิทรา หรือไม่ก็เป็นผู้ป่วยติดเตียงที่ลืมตาได้ ลุกซ์ก็ไปเยี่ยมพี่ภูมิเกือบทุกวัน”

Advertisement

ลุกซ์เล่าต่อว่าเรื่องราวผ่านมาตรงที่พี่สาว ใบเตยถูกตัดสินคดีให้ฝากขัง วันนั้นเป็นวันที่เขารู้สึกแย่มาก เหมือนตัวเขาเองรักษาใครไว้ไม่ได้

“เพราะเขาเป็น 2 คนที่ลุกซ์รักมากๆ ในชีวิต คนนึงก็เป็นพี่สาวที่ใช้ชีวิตด้วยกันตั้งแต่เด็กจนโต มาอยู่กรุงเทพฯ ก็มาด้วยกันสองคน อีกคนก็เป็นแฟนที่ตั้งแต่คบกันมาปีนี้เข้าปีที่ 12 แล้วก็ไม่เคยคิดว่าชีวิตตัวเองจะมีวันนี้ เพราะว่าที่ผ่านมาในชีวิตเรื่องอื่นๆ ก็ทำร้ายเรามาตลอด แต่มีเรื่องนี้เรื่องเดียวที่ไม่เคยทำร้ายเราเลย แล้วก็เป็นความสบายใจ เป็นบ้านที่มาทุกครั้งเราจะรู้สึกแฮปปี้ เราไม่เคยคิดถึงวันนี้เลย”

“เพราะเรารู้สึกว่าเขาคงจะเป็นคนที่จะไม่ได้สร้างความไม่สบายใจให้เรา และเขาเป็นที่พึ่งให้เรามาโดยตลอด พอหลังจากที่พี่เตยถูกประกาศให้ฝากขัง ชีวิตลุกซ์ก็เหมือนจอที่ดับสนิท แล้ววันที่คุณหมอบอกว่าพี่ภูมิอาการดีขึ้นเหมือนมันมีแสงออกมาอยู่บ้าง เหมือนมีความหวังในใจว่า ถ้าเราไปที่โรงพยาบาลเราจะได้เจอเขาเผื่อเขากลับมา (เสียงสั่น น้ำตาคลอ)”

จนวันที่ลุกซ์ไปเจอแฟนหนุ่มอีกทีที่โรงพยาบาล ลุกซ์เล่าว่า เห็นสภาพเขาแล้วก็ตกใจ เพราะภูมิแฟนหนุ่มต้องผ่าเจาะคอ จากนั้นอาการก็แย่ลง เพราะมีภาวะแทรกซ้อนติดเชื้อและอักเสบ

“วันที่ไปเยี่ยมเราไม่รู้เลยว่ามีอาการนี้อยู่ คิดว่าใส่ท่อตรงคอแล้วคงจะดีขึ้น ไปเยี่ยมโดยที่มีความหวังอยู่เต็มเปี่ยมกว่าพี่เขาคงจะดีขึ้น แต่พอไปพี่พยาบาลก็บอกว่าคนไข้แย่ลงนะคะ จากประโยคที่คุยกันทำให้รู้ได้ว่าน่าจะเป็นวันนี้แหละ พยาบาลแจ้งว่าญาติจะต้องตัดสินใจเรื่องการใช้เครื่องปั๊มหัวใจ เพราะว่าเครื่องตัวนี้มีผลเอฟเฟ็กต์ค่อนข้างเยอะ ถ้าอยากให้พี่ภูมิมีชีวิตต่อ ทางญาติต้องรับผลที่ตามมาให้ได้ซึ่งเรื่องนี้ลุกซ์ตัดสินใจเองไม่ได้ ก็กลับมาบ้านเพื่อแจ้งข่าวพ่อกับแม่ของเขา ตอนที่เราคุยกัน ตัดสินใจว่ายังไงก็จะปั๊มหัวใจ”

แต่พอตอน 6 โมงเย็น ลุกซ์เล่าทั้งน้ำตาว่าอาการของแฟนหนุ่มก็แย่ลงอีก จนพ่อกับแม่ไปคุยกับคุณหมอ

“พ่อแม่พี่ภูมิเขาเข้มแข็งมาก เราก็ต้องเข้มแข็งเช่นกัน คือพี่ภูมิปอดล้มเหลว สมองเสียหายไปเยอะ ความดันแย่ลงมากๆ ความดันต่ำมากๆ แต่มีอย่างเดียวที่ยังทำหน้าที่ได้ดีอยู่คือ หัวใจยังเต้นอยู่ ผิดกับส่วนอื่นๆ พยาบาลบอกว่าแปลกมาก จริงๆ หัวใจน่าจะตามไปด้วย เราก็เลยรู้สึกว่ายังมีความหวังว่าถ้าหัวใจยังเต้นอยู่ เดี๋ยวส่วนอื่นๆ ก็จะกลับมา ตอนนี้สิ่งที่เราคาดหวังอย่างน้อยต่อให้แกจะไม่กลับมาเดิน มาพูด ขอให้ยังมีชีวิตอยู่กับเราก็พอ”

วันนั้นลุกซ์ขับรถกลับบ้านด้วยความรู้สึกว่าพรุ่งนี้คงได้เจอกันอีก เพราะภูมิได้รับยาแล้วก็คงจะสู้

“สิ่งที่ลุกซ์กลับถึงบ้านแล้วทำคือนั่งพิมพ์จดหมายฉบับนึงเพื่อส่งให้พี่เตยในเรือนจำ เพราะลุกซ์ไม่สามารถเยี่ยมพี่เตยได้ พี่เตยกักตัวอยู่ ลุกซ์ก็เขียนจดหมายถึงพี่เตยเหมือนที่ทำทุกวัน แล้วหมอก็โทรมาให้ไปโรงพยาบาลทันที”

ลุกซ์บอกว่ารู้ตั้งแต่เห็นเบอร์ที่โทรเข้ามา ตอนนั้นต้องรวบรวมสติมาก เพราะลุกซ์ต้องพิมพ์จดหมายฉบับนี้ให้เสร็จ ถ้าพิมพ์ไม่เสร็จ ลุกซ์บอกทั้งน้ำตาว่า ลุกซ์จะผิดสัญญากับใบเตย

“เพราะลุกซ์บอกพี่เตยว่าจะส่งจดหมายหาทุกวัน (ร้องไห้) ก็นั่งพิมพ์จนจบ แล้วก็ไปโรงพยาบาล หัวใจพี่ภูมิเต้นน้อยลงๆ เราอยู่ตรงนั้นกันทั้งครอบครัว จนพี่ภูมิจากเราไป หลังจากนั้นลุกซ์ก็อยู่ในทุกพิธีการของพี่ภูมิ ลุกซ์ทำสมบูรณ์แล้วกับคนที่ลุกซ์รักมากที่สุดในชีวิต”