โชคดีที่มาพร้อมความกดดัน ‘กานต์ ณัฐชา’ กับคำสารภาพ “เราไม่ไหว”

4.06.23 | 06:41 น.

โชคดีที่มาพร้อมความกดดัน ‘กานต์ ณัฐชา’ กับคำสารภาพ “เราไม่ไหว”


จากบัณฑิตคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ สาขาการระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่เคยนึกฝันอยากเป็นเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ (Air Traffic Controller) หรือไม่ก็นางแบบ และตัดสินใจทำตามความต้องการด้วยการสมัครประกวดไทยซุปเปอร์โมเดล ปี 2020 กว่าจะรู้ตัวอีกที กานต์ ณัฐชา รัตน์ชยางคานนท์ ก็พบว่าเธอกลายเป็นนักแสดงสังกัดสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 HD ที่ในห้วงเวลาราว 1 ปี ที่ก้าวเข้ามารับเชิญแสดงในละครเรื่อง ‘เขยบ้านไร่ สะใภ้ไฮโซ’ งานแสดงก็เข้ารัวๆ ทั้ง ‘เสาร์ 5’ ตามมาด้วย ‘หงส์ฟ้า’ ก่อนจะมาเป็นนางเอกเต็มตัวใน ‘ฤทัยบดี’ ที่กำลังแพร่ภาพหลังข่าวภาคค่ำ ทุกวันจันทร์และอังคาร เวลา 20.30 น.

แถมยังมี ‘มนต์ตราตะเกียงแก้ว’ จ่อคิว รอออกอากาศอีกเรื่อง

กลายเป็น ‘ลูกรักของช่อง’ ในสายตาคนทั่วไป

Advertisement

หาก “ไม่ใช่หรอกค่ะ” คือคำที่กานต์ใช้ปฏิเสธ

“แต่มันเป็นจังหวะโอกาสที่เราเข้ามาตรงกับที่เขาเริ่มมีบทละครที่ตรงคาแร็กเตอร์เรา ผู้ใหญ่อาจจะเล็งเห็นตรงนี้ ก็จับเราใส่ละคร”

แล้วเธอก็สานต่อโอกาสเหล่านั้น ด้วยการ “ทำหน้าที่ของเราให้เต็มที่ที่สุด”

แน่นอนว่าใน ‘ฤทัยบดี’ ก็เช่นกัน

กานต์เล่าว่า เรื่องนี้เธอรับบทเป็น ‘ปานฤทัย’, ‘ช่อเอื้อง’ และ ‘มายด์’ แบบคนเดียวกันแต่ 3 ชื่อ ซึ่ง ‘สนุกมาก’
ชอบมากตั้งแต่ตอนอ่านนวนิยายที่ ‘จรสจันทร์’ เขียนแล้วละ กานต์บอก

“พอทราบว่าได้เล่น ก็ไปซื้อนิยายมาอ่าน เพราะอยากลองจินตนาการ อยากลองศึกษาว่าตัวปานฤทัยคาแร็กเตอร์เป็นยังไง จนพอได้บทละครมาก็ลองมาหาตรงกลาง แล้วก็ลองปรับจูนให้เป็นปานฤทัยในแบบละคร”

แบบที่ “เป็นคนกล้าที่จะคิด กล้าที่จะทำอะไรที่มันถูกต้อง พร้อมลุย แล้วก็จะมีความซนๆของเด็กผู้หญิงในยุคปัจจุบัน” ซึ่งเธอคิดว่าน่าจะเหมาะกับตัวละครที่ถูกส่งไปเติบโตในโลกอนาคต ก่อนจะย้อนกลับมาใช้ชีวิตในยุคสมัยที่แท้จริง

เป็นละครพีเรียด ที่ตัวนางเอกเป็นคนมีพลังจิต ขณะเดียวกันในเรื่องก็มี “คาถาอาคมเยอะมากค่ะ มีทั้งมนต์ขาว มนต์ดำ ผี มีหมดเลยค่ะ จะเป็นความขัดแย้งแบบวงศ์ตระกูล มันก็เลยซับซ้อนซ่อนเงื่อนมากๆ” บอกพลางหัวเราะ

แต่เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งนึกไปว่าเนื้อหาจะออกแนวไสยศาสตร์ เพราะมันไม่ใช่ เพราะผู้จัดคือ โอลิเวอร์ บีเบอร์ ตั้งใจให้เป็นละครพีเรียด โรแมนติก แอ็กชั่น และก็ได้มอบหมายให้ สถาพร นาควิไลโรจน์ ทำหน้าที่กำกับการแสดงเพื่อสานฝัน

ความพีเรียดนั้น กานต์บอกสำหรับเธอนั้นพอไหว แต่ที่ยากคือ การต้องเล่นกับซีจี

“ด้วยความที่ปานฤทัยมีพลังจิต เราก็ไม่รู้หรอกค่ะว่าพลังจิตคือยังไง จนต้องลองเล่นดู กลัวว่าเล่นออกไปแล้วจะดูไม่มีพลังหรือเปล่า” เล่าความรู้สึกแล้วเธอก็หัวเราะ

นอกจากนั้นก็กังวลในส่วนของคอมมิดี้ที่ถูกใส่มาในเรื่อง

“กานต์ไม่เคยเล่นคอมมิดี้มาก่อน ที่เคยเล่นจะมาจะเป็นแบบดราม่า ร้องไห้เยอะมาก จนมาเรื่องนี้ตัวปานฤทัยจะมีความโก๊ะๆ ฮาๆ เรียกว่าเป็นสีสัน ก็ได้ โดนัท ( ภัทรพลฒ์ เดชพงษ์วรานนท์ ผู้รับบท ‘คุณพระสิงห์คำ’ กับ พี่บิว (ณัฐพล ไรยวงศ์ ผู้รับบท ‘เสือ’) นี่แหละค่ะ” เล่าถึงตรงนี้กานต์ก็สาธิตด้วยการทำเสียงห้าวๆบอก

“เฮ้ย…จังหวะคอมมิดี้มันต้องเล่นอย่างนี้นะ รอจังหวะ แล้วเล่นต่อ จนทุกวันนี้ติดเป็นนิสัย”

บิว-โดนัท-กานต์

การได้เป็น ‘นางเอกเต็มตัว’ ครั้งแรก กานต์สารภาพว่ารู้สึกกดดันมาก หากก็ถือเป็นโชคดีที่ทั้งผู้จัด ผู้กำกับ รวมถึงเพื่อนนักแสดงพากันให้กำลังใจและคอยช่วยเหลือ

“ก็บอกพี่ทุกคนที่เล่นด้วย บอกผู้กำกับว่าถ้ามีอะไรแนะนำบอกได้ตลอดเลยนะ เพราะเราอยากพัฒนาตัวเอง”

“ตั้งใจทำผลงานนี้มากๆค่ะ แล้วมันรู้สึกดีตรงที่คนที่เล่นกับเรา ทำงานกับเรา ตั้งใจเหมือนกัน เลยทำให้มีไฟในการอยากจะทำเรื่องนี้ออกมาให้ดีที่สุด”

เรื่องของ ‘เสียงสะท้อน’ กานต์บอกว่าความที่เคยทำงานในสโมสรนักศึกษามาก่อน ทำให้ชินกับการรับฟังทุกๆความเห็นแล้วนำมาปรับใช้ แต่พอมาอยู่ในวงการกลับพบว่า “เราไม่ไหว”

เพราะ “คอมเมนต์ด้านลบก็อาจจะไม่ได้เป็นจริง แต่ว่าเราก็เก็บมาคิดเยอะ จนวันหนึ่งเราไม่ไหว ก็คุยกับพี่โด พี่บิว ว่าเราไม่ดีขขนาดนั้นเลยเหรอ พี่เขาก็บอกว่า สิ่งที่เราเป็นมันโอเคแล้ว สิ่งที่ปรับได้ ก็ปรับ แต่ว่าสิ่งที่เรารู้สึกว่ามันไม่ใช่ความจริง เกินเหตุไป ไม่ต้องก็ได้ พยายามอย่าใส่คอมเมนต์ลบๆในหัวเยอะ ทุกวันนี้ก็กำลังพยายามค่ะ แต่ว่าก็มีแฟนคลับที่รักทักมาให้กำลังใจตลอด ครอบครัวก็รับรู้ทุกอย่าง ทำให้มีกำลังใจและทำงานต่อไปได้”

“อยากให้ทุกคนชื่นชอบในทุกๆผลงานของเรา เพราะเรารู้สึกว่าสิ่งที่เขาเสพไป มันคือศิลปะด้านการแสดง เราคือตัวละครที่เกิดขึ้นจากบทละคร ก็อยากให้ทุกคนเชื่อว่านี่คือตัวละครนั้นจริงๆ ไม่อยากให้คิดว่าคนนี้ไงกานต์ ณัฐชา ก็เล่นแบบนี้”

ขณะเดียวกันยังเชื่อด้วยว่า ความพยายามจะไม่มีวันสูญเปล่า

และ “ถ้าเราเต็มที่ทุกอย่างอยู่แล้ว ก็จะไม่เสียใจเลยในแต่ละซีนที่ออกมา”

“เพราะว่าเราทำดีที่สุดแล้วจริงๆ”