‘เข็ม ลภัสรดา’ ตอบปมโพสต์เรื่องศีล 5 ไม่ได้พาดพิงใคร ชื่นใจ ‘หนิง’ ทักคุยส่วนตัว

2.06.23 | 19:15 น.

 

‘เข็ม ลภัสรดา’ ตอบปมโพสต์เรื่องศีล 5 ไม่ได้พาดพิงใคร ชื่นใจ ‘หนิง’ ทักคุยส่วนตัว

ก่อนหน้านี้นักแสดงสาว เข็ม ลภัสรดา เคยออกมาโพสต์ข้อความถึงเรื่องศีล 5 จนทำหลายคนโยงว่าพาดพิงถึงใครหรือไม่ หลังจากที่เธอเป็นเพื่อนกับบุคคลที่สามของความสัมพันธ์ครอบครัว หนิง ปณิตา และ จิน ธรรมวัฒนะ โดยล่าสุดเข็มก็ได้ออกมาเปิดใจถึงประเด็นที่เกิดขึ้น

ล่าสุดที่ออกมาโพสต์ในเฟซบุ๊กเรื่องศีลข้อ 5
“เราจำไม่ผิดเราเขียนว่าอย่างน้อยศีลมี 5 ข้อจะผิดทุกข้อไม่ได้ เราว่ามันก็จริงนะ เพราะศีล 5 ก็เป็นเบสิกการใช้ชีวิต มันจะถูกทุกข้อมันก็คงจะลำบากเนอะสำหรับการใช้ชีวิตจริงอะไรแบบนี้ แต่ว่ามันก็มีซักข้อไหมที่ไม่ผิด จะผิดทุกข้อมันก็เฮียไปไหม”

แสดงว่าเราไปเจอคนที่ผิดทุกข้อมาหรือยังไง?
“บางทีเราก็อ่านหนังสือ เข็มอ่านหนังสือเยอะ เราเองก็เป็นคนชอบเขียน แต่ว่าบางทีมันก็ไม่ได้มีความหมายอะไรกับตัวเข็มนะ ไม่ได้เกิดกับตัวเข็ม หรือไม่ได้เกิดจากเพื่อนหรือคนรอบข้างแต่เป็นการอ่านหนังสือ เออเราอ่านหนังสือเรื่องนี้เราน่าจะแชร์นะอะไรแบบนี้ ก็คือเรื่องจริงบางทีเราก็แชร์”

Advertisement

แล้วมีคนเอาไปรวมกับเรื่องมิตรแท้ที่เกี่ยวกับเพื่อน?
“ค่ะ แต่ว่าอย่างที่บอกก็คือเข็มเป็นคนชอบเขียน บางทีดูซีรีส์เราก็ได้คำอะไรมาเราก็เอามาเขียน เป็นจินตนาการของเราอะไรแบบนี้ บางทีเรื่องเพื่อนก็อาจจะเป็นเพื่อนของเพื่อนมาเล่าให้เราฟัง หรือเป็นคนข้างๆ ตัว หรือเป็นคนไกลตัวที่มันน่าจะเป็นแบบนี้แล้วเขาเป็นเพื่อนกันแล้วไม่น่าจะทำแบบนี้ เพื่อนกันน่าจะเป็นแบบนี้ อะไรแบบนี้เราก็เอามาเขียน”

คือเราก็ออกมาโพสต์ลอยๆ?
“ใช่ พูดลอยๆ ไม่ได้มีความหมายสื่อถึงใคร หรือใครพยายามจับที่จะไปสื่อถึงใครนั่นคือไม่ได้หมายความแบบนั้น เพียงแค่ว่าเราเจอ เราอ่านแล้วเรารู้สึกว่ามันน่าจะเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นก็เขียน บางคนได้อ่านแล้วมันก็จริงแบบที่เขาเขียนให้ได้ฉุกคิดขึ้นมาบ้าง มันน่าจะเป็นเรื่องที่ดี”

หลังจากที่เราโพสต์ไปแล้วมีคอมเมนต์อะไรบ้าง?
“คนชอบหาว่าเข็มดราม่า มันดราม่าว่ะ แต่เรามองว่ามันคือความจริง มันคือสัจธรรม ถ้าคุณไม่ปรุงแต่งอะไรเลยคุณมองใจเป็นกลางเอาตัวเองออกมาแล้วมองเข้าไปเออมันคือเรื่องจริง แต่ปรากฏว่ากลายเป็นเฮ้ยเข็มเขียนแบบนี้มันดราม่าว่ะ ชีวิตดราม่า เฮ้ยจริงเพียงแต่ว่าคุณไปปรุงกันเองแล้วรับมันไม่ได้หรือเปล่า”

แต่ก็มีคนโยงไปแล้วว่าเราอาจจะพาดพิงถึงเพื่อนที่ตกเป็นข่าวหรือเปล่า?
“อ๋ออันนี้ไม่ได้สื่อความหมายอันนั้นเลยนะคะ อย่างที่เข็มบอกไปว่าเพื่อนก็คือเพื่อน ใครจะถูกหรือจะผิดมันก็คือเพื่อน ไม่ได้พาดพิงถึงใครเลย”

ครั้งที่แล้วเราก็ให้สัมภาษณ์ไปว่ากระอักกระอ่วนใจไม่อยากจะพูดถึงฝ่ายไหนเลย ฟีดแบ๊กที่กลับมาเป็นยังไงบ้าง?
“มีพี่หนิงอะไรแบบนี้ คือตอนเช้าสัมภาษณ์เนอะ ตอนบ่ายพี่หนิงก็ส่งไลน์มา ส่งลิงก์มาให้ดูสัมภาษณ์ดีนะมันก็ต้องแบบนี้แหละดีแล้วถูกแล้ว”

เราก็สบายใจขึ้น?
“ก็อย่างที่บอกว่าพี่หนิงรู้อยู่แล้วว่าเข็มไม่รู้เรื่อง แล้วก็ที่เข็มบอกว่าได้คุยกับพี่คนหนึ่งที่ให้คำปรึกษาพี่หนิงอยู่เขาคุยกับพี่หนิงอยู่เราก็บอกไปแล้วว่าเราไม่รู้เรื่อง แต่พอพี่หนิงส่งมาแบบนี้แล้วเราเคยทำงานกับพี่หนิงมา 2 ปี เขาก็คงจะรู้นิสัยเราอยู่แล้ว เขาเลยไม่วุ่นวายกับเข็มเลย ไม่มีอะไรกับเข็ม พอเขาส่งกลับมาแบบนี้เข็มก็ชื่นใจโอเค สิ่งที่เราพูดไป สิ่งที่เราพยายามบอกไปเราไม่รู้เรื่องนะคือเรื่องจริง เขาเข้าใจ”

ตอนนี้ก็รู้เรื่องแล้วเราได้พูดคุยอะไรไหม?
“ได้คุยบ้างนิดหน่อย แต่เพื่อนก็ไม่ได้เล่าอะไรให้ฟัง ก็โอเคจบ ไม่เล่าก็คือไม่เล่า”

ในฐานะเพื่อนเราได้มีการพูดคุย หรือเตือนอะไรไหม?
“อย่างที่บอกเขาไม่ได้เล่าให้เข็มฟัง วันนั้นที่เข็มคุยพอมันเป็นข่าวขึ้นมาเข็มก็ได้บอกว่า ขอโทษนะคะ มึงเป็นเพื่อนกู กูต้องรู้จากคนอื่น ทำไมมึงไม่เล่าความจริงให้กูฟัง แล้วเขาก็เงียบ เขาก็ไม่เล่า เราก็เลยเงียบ”

แสดงว่าตั้งแต่เป็นข่าวมาเราก็ไม่ได้คุยกับเขา?
“ไม่ได้คุย ไม่เคยคุย อย่างที่เห็นบอกตั้งแต่วันนั้นว่าเข็มไม่รู้เรื่องเพราะเขาก็ไม่ได้มาเล่าอะไรให้ฟังเข็ม รู้จากคนอื่น”