‘ม้า อรนภา’ มีน้ำตาซึ้งใจดาราช่วยซื้อห่อหมก เผยเรียกก็กลับวงการ ไม่เสียใจกับสิ่งที่ทำ
เป็นอีกคนที่สู้ชีวิต หลังหายหน้าจากวงการไปผันตัวทำอาชีพขายห่อหมก ม้า อรนภา กฤษฎี ก็ได้ออกมาเปิดใจในรายการแฉ ทางช่องจีเอ็มเอ็ม 25 ถึงชีวิตว่า ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ ก็ต้องสู้อยู่ทุกวัน จนตอนนี้ก็เข้าสู้ปีที่ 4 แล้วที่ไม่ได้ทำหน้าที่บนจอ ซึ่งธุรกิจขายห่อหมกก็ขายดี
“หลายคนแวะเวียนมากินห่อหมกแม่ดิฉัน ขายดีมาก ชั่วโมงเดียวหมด ต้องขอบคุณมากเลย แต่ว่าที่ขายดีเพราะอะไร ต้องอร่อยสิคะ ต้องของดี มันถึงได้ขายหมดเร็ว เยอะมาก มี 40-50 ห่อ”

รวมถึงคนในวงการก็แวะเวียนไปซื้อ ม้าถึงขั้นมีน้ำตาเพราะรู้สึกปีติที่ที่น้องๆ มาช่วยอุดหนุน
“ทุกคนยังให้ความสำคัญแล้วก็ยังเห็นอกเห็นใจเราอยู่”
ถามว่าคิดถึงงานในวงการไหม ม้าว่า เรียกก็กลับมาทันที มันทำมาตลอดชีวิต แต่ถ้าถามว่าไม่มาได้ไหมก็ได้
“เพราะเราทำมา 30-40 ปี มันก็เยอะพอสมควรแล้ว เราก็ถามตัวเองตลอดเวลาว่าตอนที่เราทำรายการโทรทัศน์ว่ามันจะจบตอนไหน (เรามีจุดเริ่มต้นแล้วมันก็จะมีจุดสิ้นสุด) ใช่ อยู่ยาวมาก 30 จะ 40 ปีแล้ว ถ้ารวมนางแบบก็ 40 กว่าปี เป็นเดินแบบออกแมกกาซีน”

เมื่อถูกถามถึงเรื่องความคิดของตัวเองว่า เคยคิดไหมว่ามันเป็นแค่เฉพาะของคนรุ่นเดียวกันไม่ใช่ของคนรุ่นใหม่ ม้าบอกว่า เอาจริงๆ ตัวเธอเองก็เป็นคนรุ่นใหม่ เข้าใจทุกสิ่งทุกอย่าง
“แต่ดิฉันเคยเจอแอนตี้จากรุ่นเก่ามารุ่นใหม่ ดิฉันคือรุ่นคาบเกี่ยวกับโบราณและสมัยใหม่ ยุคนั้นเป็นยุคแอนตี้คนโบราณหมด แต่เราก็ติดกับยุคโบราณเพราะถูกปลูกฝังมา แต่พอรับอารยธรรมใหม่เราก็ชอบ เรามีความเรฟเวอรูชั่น เราออกไปต่อสู้ประชาธิปไตยเราก็ทำ นั่นคือรุ่นของฉัน”
บอกต่ออีกว่า “เมื่อมาตอนที่แก่ตอนนี้แล้วมีรุ่นใหม่มา ฉันก็เข้าใจ ไม่ใช่ไม่เข้าใจ เพราะฉันเคยเป็นมาก่อน ทำไมฉันจะไม่เข้าใจ แต่เด็กเขาไม่ได้เกิดมาโบราณแบบเรา ก็จะไม่เข้าใจพื้นฐานตรงนี้ แต่เราเข้าใจในการเปลี่ยนแปลงรุ่นใหม่มา ก็เข้าใจหมดทุกอย่าง แต่เราต้องมีเหตุและมีผล ให้ตอบรับได้ในสิ่งที่เป็นสิ่งใหม่เกิดขึ้น ต้องอะลุ่มอล่วยซึ่งกันและกัน”

จากเหตุการณ์ดราม่าเกิดขึ้นอาจจะเป็นบทลงโทษที่สังคมใหม่เขาลงโทษคนรุ่นนี้หรือเปล่า ม้าบอกว่า เดี๋ยวนี้ทุกอย่างมีสื่อออนไลน์ มันไว เมื่อก่อนไม่มีอะไรแบบนี้ แต่ถ้าย้อนกลับไปได้ก็ไม่เสียใจ
“เราทำอะไรไปแล้ว ทุกอย่างที่ทำต้องมีสติ ถาไม่มีสติคือคนเสียสติ เรามีสติเรารู้ว่าเราทำอะไร เราคิดแล้วหรือยัง เราคิด และตอนนี้ฉันก็เงียบไปเยอะแล้ว ไม่มีอะไรใดๆ ทั้งสิ้น ไม่พอใจก็ปรี๊ดในใจ ไม่โพสต์ ไม่คอมเมนต์ แล้วแต่ เพราะมันเป็นยุคของเขา เราก็นั่งดูเฉยๆ ทำอะไรไปก็เกิดผล”
ซึ่งช่วงหลังเธอบอกว่า เห็นอะไรก็ปล่อยผ่าน ถ้าเห็นอะไรไม่พอใจ ยอมรับว่ามีปรี๊ดแต่ก็ปรี๊ดในใจ ไม่มีโพสต์ไม่มีคอมเมนต์อะไร เพราะเป็นยุคของพวกเขาแล้วไม่ใช่ยุคเราแล้ว


