‘นครคนนอก’ คว้าซีไรต์ 2559 พร้อมเปิดใจ ‘พลัง เพียงพิรุฬห์’ เจ้าของบทกวี

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 23 ธันวาคม ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ได้จัดแถลงข่าวประกาศผลการตัดสินรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (Southeast Asian Writers Award) หรือรางวัลซีไรต์ (S.E.A. Write) ประเภท ‘กวีนิพนธ์’ ประจำปี 2559 ซึ่งรางวัลชนะเลิศประจำปีนี้ ได้แก่ รวมบทกวี ‘นครคนนอก’ ของ พลัง เพียงพิรุฬห์

โดยคณะกรรมการให้เหตุผลว่า “รวมบทกวีเรื่อง ‘นครคนนอก’ ของ พลัง เพียงพิรุฬห์ มีความโดดเด่นด้านความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ความเป็นสากล วิธีการนำเสนอจากมุมมองที่แปลกใหม่ การใช้ภาษาที่สั้น กระชับ มีพลัง คมชัดทั้งเสียงและความหมาย ให้ภาพของผู้คนที่สังคมมองข้าม เนื้อหาครอบคลุมสังคมร่วมสมัย ชีวิตในเมือง ชีวิตในชนบท และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ใช้รูปแบบฉันทลักษณ์ตามขนบและไร้ฉันทลักษณ์ผสมผสานกัน ใช้วรรณรูป ภาพวาด และสัญญะแสดงอารมณ์ สื่อเสริม เน้นความหมายให้ขบคิดและตีความ จินตภาพและน้ำเสียงบ่งบอกว่าชีวิตเป็นทุกข์ มีปัญหาและต้องดิ้นรน แต่ในท้ายที่สุดให้ความหวังและกำลังใจ  กวีนิพนธ์เล่มนี้ จึงเป็นหน้าใหม่ของกวีนิพนธ์ไทยร่วมสมัย สมควรแก่รางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ประจำปีพุทธศักราช 2559”

ด้านพลัง เพียงพิรุฬห์ ให้สัมภาษณ์ ‘มติชนออนไลน์’ ว่า ตนรู้สึกดีใจมาก เพราะเป็นรางวัลที่มีเกียรติสำหรับประเทศนี้ ซึ่งทำให้ตนมีกำลังใจในการสร้างสรรค์ต่อยอดผลงานต่อไป โดยจริงๆ แล้วผลงาน ‘นครคนนอก’ ตนไม่แน่ใจว่าจะเดินทางมาถึงจุดนี้ได้ เพราะเป็นงานที่คิดขึ้นมาใหม่ เพื่อสนองความต้องการของตัวเอง อยากจะนำอะไรมาใส่ก็ใส่ หรืออยากจะสื่อสารอะไรก็สื่อสารแบบที่ไม่ต้องห่วงอะไร ดังนั้นเมื่อมาถึงจุดนี้จึงหายเหนื่อย

“ถ้าถามถึงจุดเด่นผมไม่แน่ใจ ในเล่มก็มีหลายอย่าง เช่น เป็นบทแฮชแท็ก ยุคสมัยหนึ่งที่เล่นเฟซบุ๊กใหม่ๆ เห็นเขาใส่แฮชแท็ก ไม่รู้ว่ามันจะตอบสนองอะไรกับเรา เราก็ใส่ตามสมัยนิยม ผมเอาแฮชแท็กต่างๆ มาเรียงกัน ทำเหมือนรูปจำลองหน้าเฟซบุ๊ก แล้วในหนังสือมีวรรณรูป เอาตัวหนังสือเรียงเป็นรูปภาพที่จะเห็นก็มีบทกวีแนวขนบ โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน มีเป็นเนื้อเพลง เป็นแร๊พ เป็นเรื่องที่สอดคล้องกับแนวเพลงเดด เมทัล  ในนครคนนอก เป็นนครหนึ่งที่มีความหลากหลาย มีผู้คนที่คนไม่ได้ให้ความสนใจ หรืออาจจะมองข้ามกันไป เรื่องดูเหมือนจะหลากหลายก็จริง แต่ตัวยอดของเรื่องคือเรื่องคน คนที่ไปประสบ ไปพบมา เป็นคนธรรมดาทั่วไป มีปรากฏการณ์ที่กระทบกระแทกใจ ตั้งใจว่าจะทำบทกวีแบบแนวนี้ ผู้คน วิถีชีวิตที่หลากหลาย” พลังกล่าว

และว่า ตนได้รวบรวมเรื่องต่างๆ มาจากการใช้ชีวิต เนื่องจากแต่ก่อนเคยทำงานมาหลากหลายอาชีพ เช่น กระเป๋ารถเมล์ กรรมกรก่อสร้าง ชาวไร่ ชาวสวน เพราะเป็นช่วงค้นหาชีวิต แล้วก็นำดอกผลเหล่านั้นมาเขียน

“สมัยนี้แตกต่างกับสมัยก่อนห่างกันไกลมาก วิถีชีวิตในโลกช้าๆ หายไป อยากให้มองคนรอบข้างบ้าง สิ่งที่คนไม่เหลียวมอง เราอาจไม่มีกำลังอะไรใหญ่โตมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเรื่องการสื่อสารรวดเร็วมากขึ้น เราเคยชิน เรามีนิสัยใหม่ๆ หน้าจอมือถือไม่ถูกใจเลื่อนไป ไม่ถูกใจก็แสดงความเห็น เป็นอุปนิสัยที่มาแทน พอนานเข้าอาจทำให้พลาดอะไรไปหลายอย่าง เป็นสิ่งสำคัญ ผมรู้สึกว่าอะไรบางอย่าง แม้จะล่วงผ่านยุคสมัยมาแล้วก็หันกลับไปมองได้ เราอยู่ร่วมสมสมัยมากๆ  แต่หันกลับไปมองที่เราเคยผ่าน จะไปต่อยังไง เพื่อที่จะมองไปข้างหน้า ไม่ถูกอะไรชักจูง” พลังกล่าว

นอกจากนี้ยังบอกด้วยว่าหลังจากผลงาน ‘นครคนนอก’ ตนยังเขียนผลงานสะสมไว้ ไม่ว่าจะเป็นบทกวี และอาจจะมีนิยาย เรื่องสั้น ด้วยแม้ตราประทับซีไรต์จะประทับบนผลงานเล่นนี้ แต่ก็ต้องสร้างสรรค์งานต่อไป เพราะหน้าที่ของตนคือทำงาน และคงจะไม่กดดันกับผลงานต่อๆ ไป เนื่องจากความเครียดจะบั่นทอน โดยจะทำงานเชิงสร้างสรรค์สังคม ถึงจะเป็นเพียงเสียงเล็กๆ แต่ไม่เป็นไร ด้วยถือว่าได้ทำหน้าที่ของตัวเองแล้ว

“สำหรับนครคนนอก ผมเองก็เรียกได้ว่าหมดเวลาที่จะคุยเรื่องหนังสือ อยากให้หนังสือเป็นเครื่องมือ เหมือนลูกที่เติบโตไปคุยสื่อสารกับคนอื่นต่อ ให้คนอื่นได้เสพงาน ได้ประกอบสร้างความคิดของคนอ่านตามใจเขา ใจผมเองประกอบจากเล็กๆน้อยๆ เข้ามา ไม่ได้คิดว่าต้องเป็นอย่างนี้เท่านั้น การประกอบส่งต่อให้คนอื่นได้เสพ ผลจะยังไงให้คนอ่านได้ตัดสินด้วยการอ่านของเขาเอง” พลังกล่าว

ทั้งนี้พลัง เพียงพิรุฬห์ คือนามปากกาของ เกริกศิษฏ์ พละมาตร์ นักทดลองชีวิตผู้หนึ่ง วัยเยาว์เคยหาเศษเหรียญแถวอู่รถเมล์สายสี่สิบเก้า จากนั้นเนรเทศตัวเองไปอยู่หมู่บ้านเล็กๆ ริมเขื่อนทางภาค อีสาน ทดลองใช้ชีวิตลูกทุ่งอย่างเอมอิ่ม  เมื่อกลับเมืองหลวงใช้ชีวิตนักเรียนช่างกล จบแล้วไปอยู่ปักษ์ใต้ยี่สิบกว่าปี ทำงานมาสารพัดอาชีพจนนับไม่ครบ ปัจจุบันทดลองชีวิตศิลปะ วรรณกรรม เพิ่งทดลองชีวิตนักกีฬา อนาคตอาจทดลองใช้ชีวิตอย่างอื่นอีก โดยหลังจากบทกวีแรก ‘นรกเย้ยหยันสวรรค์รันทด’ ตีพิมพ์เมื่อปี 2543 เขาก็มีผลงานทยอยออกมาเรื่อยๆ และกวาดรางัวลมาแล้วหลายเวที และซีไรต์  ประจำปี 2559 คือรางวัลล่าสุด

บทความก่อนหน้านี้“มีชัย บุษบาไพร” … คนพิการที่หัวใจไม่เคยพิการ
บทความถัดไปรองผบ.ตร.ไร้กังวล โครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ ในวันที่ไม่มี’พงศพัศ’ (คลิป)