‘ไอซ์ สารวัตร’ ความฝัน ความตั้งใจ และเหตุผลของการเต็มที่
ตอนยังเด็ก ไอซ์ สารวัตร กิจพานิช รู้สึกว่า การเป็นผู้ประกาศข่าว ดูจะเป็นเรื่อง ‘เกินฝัน’
แต่กระนั้นอดีตประธานนักเรียนที่รู้สึกว่าการได้พูดคุยสื่อสารให้คนอื่นได้ฟัง น่าจะเป็น ‘ทางของเขา’ ดังนั้นแม้จะรู้ว่าเป็นเรื่องยาก หากก็ไม่ท้อ พยายามหาโอกาสให้ตัวเองด้วยการเข้าเรียนสายนิเทศศาสตร์ จากนั้นเมื่อมีโอกาสก็สอบถามรุ่นพี่ๆถึงหนทาง ฟังคำแนะนำ แล้วก็เริ่มต้นด้วยการทำงานเป็นนักข่าวภาคสนาม เป็นพิธีกร ก่อนจะมารั้งตำแหน่งผู้ประกาศข่าว และผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายข่าว สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ในปัจจุบัน
ไอซ์ยิ้มกระจ่างตอนนึกถึงวันแรกที่ได้ทำหน้าที่ในความฝัน จากนั้นเผยว่า “ดีใจ แล้วก็ทำอะไรไม่ถูก เหมือนถูกรางวัลที่ 1 ได้เข้าไปนั่งโต๊ะเห็นกล้อง เห็นไฟเยอะ ก็ตื่นเต้น”

อย่างไรก็ดี แม้จะเป็นเวลา 6 ปีผ่านไป แต่ไอซ์ในวัย 29 ก็สารภาพว่าถึงวันนี้ ความรู้สึกของเขาก็ยังเหมือนเดิม
ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะการต้องนั่งอ่าน ทำงานคู่กับ พุทธอภิวรรณ องค์พระบารมี
“อ่านกับพี่พุทธมันทำอะไรไม่ถูก 2 ชั่วโมงที่นั่งอยู่ด้วยกัน มันเร็วไปหมด 5 4 3 เข้ารายการนี่ หัวใจมันเต้นตุบๆๆ กลัวคำพูดแรกที่เราจะหลุดออกไป แค่จะพูดว่าผมไอซ์ สารวัตร กิจพานิช ก็ตื่นเต้น แต่ว่าพอผ่านหัวไป มันก็ลื่นไหลตามความรู้สึก แต่ช่วงแรกที่ต้องรอ ว่าเมื่อไหร่จะเข้า เป็นช่วงเวลาที่ตื่นเต้นทุกครั้ง ถึงวันนี้น่าจะ 5 ปีแล้วนะที่เคยทำงานร่วมกัน ก็ยังตื่นเต้นอยู่”
“ซึ่งไอซ์ว่าความตื่นเต้นก็มีข้อดี ทำให้เรารอบคอบ แล้วก็ฝึกฝนตัวเองมากขึ้น ไม่ให้รู้สึกเป็นน้ำเต็มแก้ว พร้อมรับน้ำได้เพิ่ม ที่ตื่นเต้นไม่ใช่เพราะอะไร แต่เพราะเราไม่ได้คิดว่าตัวเองครบ ไม่ได้คิดว่าตัวเองพร้อม”
จึงต้องพยายามอย่างเต็มที่

กับพุทธอภิวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายข่าว ซึ่งนอกจากจะเป็นหัวหน้าที่สอนงานผ่านการทำให้เห็น ไอซ์บอกว่าเขายังเป็น ‘ต้นแบบ’ ในใจ
“แต่เป็นต้นแบบในการเรียนรู้นะ” ไอซ์อธิบาย ก่อนเสริม “เพราะว่าก็คงไม่ได้อยากจะเป็นเหมือนใคร เราต้องเล่าแบบพี่พุทธนะ ต้องเป็นแบบพี่พุทธนะ อะไรอย่างนี้ ก็คงเป็นตัวไอซ์นี่แหละ แต่ว่าพี่พุทธก็คือต้นแบบที่ดี”
สำหรับการทำงานกับพุทธอภิวรรณ ทั้งในด้านการอ่านข่าว และการบริหารฝ่ายข่าว “ข้อดีคือทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นตลอดเวลา กระตือรือล้นตลอดเวลา” และ “มันหยุดความขี้เกียจในตัวเรา”
“อยู่กับพี่พุทธ ตื่นเช้ามามันจะมีแบบ…เราจะทำสิ่งนั้น แล้วต่อไปเราจะต้องเป็นแบบนี้ จะใช้เวลาว่างทุกโมเมนต์อยู่กับงาน ที่เหมือนทำการบ้านตลอดเวลา”
“เพราะพี่พุทธมีงานเป็นที่ตั้ง เป็นหัวหน้างานที่ดี คือขยัน เราจะไม่มีความรู้สึกเลยว่าหัวหน้างานเอาเปรียบ แล้วเราก็เลยจะต้องขยันอ่ะ” เล่าพลางหัวเราะ

บอกด้วยว่าทุกเช้าเขาจะตื่นนอนราว 8-9 โมง จากนั้นก็เข้าไปดูความเคลื่อนไหวว่าเมื่อคืนและเช้านี้มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ทั้งจากเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ เว็บออนไลน์ต่างๆ แล้วถ้ามีประเด็นอะไรน่าสนใจก็จะมอบหมายให้นักข่าวติดตาม จากนั้นก็เข้าออฟฟิศ พอเที่ยงๆบ่ายๆก็ตามประเด็นจากนักข่าวว่าใครมีอะไรอยู่ในมือ มอบหมายประเด็นอื่นๆเพิ่มเติม จากนั้นหลังประชุมข่าวหากพุทธอภิวรรณเสนอแนะประเด็นอะไรเพิ่มเติมเขาก็จะประสานให้นักข่าวตามอีกครั้ง รวมถึงยังต้องช่วยดูภาพรวมของรายการ ภาพข่าวต่างๆที่จะนำเสนอ รวมถึงไปอ่านข่าวในวันที่ต้องอ่าน แล้วพอจบรายการก็ต้องวางประเด็นข่าวสำหรับวันรุ่งขึ้น
จบงานจริงๆก็ราวตี 2-ตี 3
“ก็จะอยู่แบบนี้แหละ”
ที่ทุ่มเทขนาดนี้ เขายิ้มก่อนให้เหตุผลว่า “เพราะอะไรที่ได้รับมา ก็อยากทำให้เต็มที่ ทุกอย่างที่เป็นงาน หรือเป็นสิ่งที่ได้รับมอบหมาย มันคือโอกาสหนึ่งของชีวิต และสิ่งที่นั้นไม่ได้กลับมาให้เราทำอีก”
กับชีวิตวันนี้ เขาก็ว่า “ถ้าเทียบกับ 100 % ของไอซ์ ไอซ์ก็ให้ 100 % เลย เพราะมันเกินเป้าหมายของชีวิตไปแล้ว”

“ความฝันคือเป็นผู้ประกาศข่าว มีคนมาถามต่อว่าแล้วหลังจากเป็นผู้ประกาศข่าว อยากทำอะไร ไอซ์คิดไม่ทันเลย ตอนนั้นอายุ 25 ก็ยังคิดไม่ออก”
“คนถามอยากเป็นบก.ข่าวไหม ย้งไม่ทันอยาก ก็ไปเป็นแล้ว” เขาเล่าพลางยิ้ม
“อย่างตอนนี้คือเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการ ยังไม่ได้อยากเป็นทีมบริหาร อ้าว, ได้เป็นแล้ว แต่ถ้าถามว่าอยากเป็นอะไรต่อ ก็ตอบไม่ได้จริงๆ”
ที่บอกได้ในตอนนี้ คือ “ณ ปัจจุบันก็อยากทำงานในสายข่าวให้ดีที่สุด อยากผลิตข่าวออกมาให้ถึงคนดูมากที่สุด ถูกใจคนดูมากที่สุด ถูกใจสังคม ได้ช่วยเหลือ ผมว่าบางทีในสังคมมีอะไรเกิดขึ้น เราเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกระตุ้น อาจจะไม่ได้เป็นการไปแก้ไขอะไร แต่อย่างน้อยไปกระตุ้นให้เกิดการแก้ไข หรือเกิดการเพิ่มอะไรของสังคมนั้น”
ซึ่งมันน่าจะเกิดประโยชน์กับคนอื่นๆ

