คู่กรณีเลื่อนนัดศาล ‘หนิง’ เผยได้ยินข้อเสนอจากทนายได้แต่ร้องหือ.. ปัดตอบปมหย่า ขอคุยกับลูกก่อน

4.07.23 | 16:23 น.

 

คู่กรณีเลื่อนนัดศาล ‘หนิง ปณิตา’ เผยได้ยินข้อเสนอจากทนายได้แต่ร้องหือ.. ปัดตอบปมหย่า ขอคุยกับลูกก่อน

วันนี้ ( 4 กรกฎาคม ) หนิง ปณิตา พร้อมด้วยทนายความ คือ พิทักษ์ สุขสมวงศ์ ได้เดินทางไปที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ตามนัดไกล่เกลี่ยคู่กรณี ที่หนิงฟ้องเรียกค่าเสียหายจากบุคคลที่สาม โดยทนายพิทักษ์กล่าวว่า วันนี้คู่กรณีไม่ได้มา

“คู่กรณีเลื่อนไปเหมือนเดิม คือไม่ประสงค์มา ศาลท่านเลยนัดให้สืบพยานไปเลยวันที่ 4 ต.ค.”

ที่คู่กรณีไม่มา ทนายพิทักษ์บอก “เขาขอเป็นวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ แต่ศาลท่านไม่อนุญาต ท่านบอกไม่มีเหตุผล ต้องการให้เข้ามาคุยกัน”

Advertisement

ครั้นถามว่าหนิงยังยืนตามความต้องการเดิม ตั้งแต่แรกฟ้องไหม?

หนิงก็ว่า “เรามีธงที่จะฟ้องร้องค่าเสียหายทั้งหมดเท่าไหร่ แต่พอเวลาผ่านไป คุยกับพี่ๆ เขาก็บอกว่าจบๆ ไปเถอะ แต่ทุกครั้งที่มันจะจบๆ ไป ก็จะมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เรารู้สึกว่ากลับมาธงเดิมก็แล้วกัน ก็แบบนั้นค่ะ”

“เป็นอย่างนี้มาไม่รู้กี่รอบแล้ว พอจะจบๆ ให้ ก็กลับมาธงเดิมแล้วกัน”

แสดงว่ามีประเด็นใหม่เกิดขึ้นหรือเปล่า?

กับคำถามนี้ หนิงบอก “ในประเด็นว่ามีเรื่องราวอะไร หนิงขอไม่ไปลงรายละเอียดแล้วกัน เอาเป็นว่าหนิงก็ยังเป็นธงเดิมของหนิงอยู่ อย่างวันนี้เขาไม่มา เขาก็คงมอบหมายบางอย่างให้ทนายมาเจรจา ซึ่งสิ่งที่เจรจาถ้าทุกคนรู้ ก็คงรู้สึกว่าหือ… หนิงเองนั่งอยู่ก็หือ.. แล้วหนิงก็กลับไปที่ธงเดิมของหนิง”

“ซึ่งก็เป็นธงที่สมเหตุสมผลกับสิ่งที่เขาเป็นส่วนหนึ่ง ที่ทำให้หนิงต้องสูญเสียครอบครัวค่ะ”

เรื่องที่จะเป็นไปได้ไหมว่าอีกฝ่ายจะไม่ขอโทษ

หนิงบอก “จำกรณีน้องน้ำหวานได้ไหมคะ ที่เป็นข่าวเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ตอนนี้หนิงกับน้ำหวานกลายเป็นเพื่อนกันไปแล้ว และวันที่หนิงจะชนะทุกอย่าง ดันเป็นวันที่หนิงยกทุกอย่างให้ เพราะนั่นคือสิ่งที่น้องน้ำหวานทำให้หนิงเห็น ว่าเขาน่ารัก จริงใจ ทุกวันนี้เขาก็ยังเป็นน้องสาวที่ดีของหนิงคนนึง”

“คือคนเราทุกคนมันผิดพลาดกันได้ หนิงเองก็ไม่ใช่คนที่ไม่เคยผิด แต่เมื่อผิดพลาดแล้ว และเราอยากจะแก้ไข เราต้องแก้ไขสิ่งเหล่านี้ด้วยความจริงใจและยอมรับความผิดจริงๆ ไม่ใช่พยายามที่จะโทษว่า เป็นเพราะอย่างโน้น อย่างนี้ เพราะถ้ามีความคิดแบบนี้ เรื่องราวมันก็ไม่มีวันจบ แล้วยิ่งทำให้ฝ่ายตรงข้ามรู้สึกเจ็บปวด”

สำหรับวันที่ 4 ต.ค. หนิงบอกว่าเธอจะมาสืบพยานตอนเช้า ส่วนคู่กรณีสืบพยานในตอนบ่าย

เรื่องพยานหลักฐานของเธอ หนิวบอก “แน่น” แล้วยิ้ม

“ใช้คำว่ายิ่งกว่ามั่นใจดีกว่าค่ะ ถ้าหนิงตัดสินใจว่าจะฟ้องแล้ว หนิงก็ต้องมั่นใจว่าสิ่งที่หนิงมีอยู่ในมือ เป็นสิ่งที่มีประโยชน์กับหนิง และที่สำคัญคือกฎหมายก็ชัดอยู่แล้ว และทนายหนิงก็เก่งมากด้วย”

เมื่อถูกถามว่าการที่คู่กรณีขอเลื่อน ไม่มาทั้ง 2 ครั้งที่นัดไกล่เกลี่ยจะเป็นเพราะไม่กล้าหน้าไหม หนิงบอก เธอไม่ทราบ

“ไม่สามารถที่จะไปคิดแทนเขาได้ แต่สมมุติถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นกับตัวหนิง ต่อให้หนิงเป็นคนผิด หนิงก็จะเดินเข้าไป เหมือนทุกครั้งที่หนิงผิด แล้วพี่ๆ มารุมสัมภาษณ์ หนิงก็จะเดินมาบอกว่าหนิงผิดค่ะ หนิงขอโทษค่ะ ก็เป็นแบบนั้นทุกครั้ง”

ที่อีกฝ่ายฝากทางธัญญ่ามาว่าอยากขอโทษ หนิงบอกว่า “บางกระแสโจมตีพี่ญ่าว่ามาเป็นคนกลางทำไม ทั้งๆ ที่พี่ธัญญ่าก็อยู่ในเวย์เดียวกับหนิง คือหนิงจะบอกว่าพี่ญ่าเป็นกำลังใจและซัพพอร์ตหนิงเสมอๆ พี่ญ่าแค่นำสิ่งที่เขาต้องการขอร้องมาบอก ทั้งหมดทั้งมวลจะเป็นยังไง ก็อยู่ที่การตัดสินใจของหนิง”

“พี่ญ่าก็พูดกับหนิงว่า พี่แค่บอก สุดท้ายเราก็ดูกันไป พี่ก็ต้องดู หนิงเองก็ต้องดู ว่าเจตนาเป็นยังไง เพราะเอาจริงๆ ถ้าเป็นตัวพี่ก็ไม่เชื่ออะไรง่ายๆ เพราะพี่ก็โดนมากับตัว”

“แต่พอตอนนี้พวกเราไม่ได้อยู่ในเวย์ที่เป็นเด็ก จะฟาดฟันเอาชนะอย่างเดียว เราโตขึ้นแล้ว ถ้าคนที่ทำผิดแล้วพร้อมที่จะรับผิดอย่างจริงใจ แล้วพยายามที่จะแก้ไข ถ้าเราจะไม่เปิดโอกาสให้เลย ก็จะดูเป็นคนอยากจะเอาแต่ชนะอย่างเดียว วันนี้เราเป็นแม่ของลูก จะสอนลูกให้ได้ดี เราก็ต้องพยายามที่จะแก้ไขตัวเราให้ดีในหลายๆ เรื่อง ซึ่งเราก็ไม่ได้เป็นคนดี แต่เราพยายามจะเรียนรู้ และทำให้มันดีที่สุดเท่าที่จะดีได้”

ส่วนว่าถ้ามีการขอโทษจะรู้สึกว่าเพียงพอไหม?

หนิงบอกเลย  “ไม่เพียงพอหรอกค่ะ”

“แต่ถ้าเป็นการขอโทษ และการที่พยายามทุกอย่างอย่างจริงใจที่หนิงสัมผัสได้ว่ามันไม่แอบแฝงอะไรเลย ยกตัวอย่างง่ายๆ จากคดีเก่า วันนี้หนิงบอกว่าเขาเป็นน้องที่หนิงรักคนนึง อันนั้นอ่ะ เพียงพอ แต่กว่าจะไปถึงจุดนั้นได้ ก่อนอื่นเลย ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง คุณต้องสำนึกในความผิดของคุณก่อน ถ้าตราบใดที่คุณไม่สำนึกในความผิดของคุณ สิ่งเหล่านี้มันก็จะไม่เกิดขึ้น มันก็จะยืดเยื้อกันต่อไป เพราะว่าหนิงเองจะไม่คุยแล้ว ทุกอย่างมันทำลายความรู้สึกหนิง (เสียงสั่น) ฉะนั้นถ้าทุกอย่างมันทำร้ายความรู้สึกหนิง ก็ให้กฎหมายเป็นตัวจัดการ แล้วหนิงก็จะได้ถอยออกมาอีกสเต็ปนึง ไปสร้างพลังงานดีๆ ที่จะต้องทำอะไรดีๆ ดีกว่า”

เรื่องที่มีข่าวว่า จินเป็นคนหาทนายให้คู่กรณี หนิงบอกคำถามนี้ต้องไปถามจิน

“เพราะถ้าหนิงเป็นคนตอบ ก็จะบอกว่าแล้วเธอมีหลักฐานอะไร แล้วถ้าหนิงบอกว่ามีพยานบุคคล เขาก็จะบอกว่าบุคคลนั้นโกหก ไปถามคุณจินแล้วกันค่ะ แต่ก็เป็นสิ่งที่ทำให้หนิงเจ็บปวดมากที่สุดค่ะ”

สำหรับภาพครอบครัวพร้อมหน้า คือมีทัังเธอ จิน และลูก หนิงก็ว่า พยายามทำทุกอย่างในหน้าที่ของการเป็นทั้งพ่อและแม่ของลูกให้ดีที่สุด

“ก็พยายามที่จะดึงทุกๆ อย่าง ให้สถานการณ์ที่เด็กคนนึงที่เขาไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไร แต่ต้องมาเจอกับความเปลี่ยนแปลงในครอบครัว ให้เขาได้อยู่ในสถานการณ์เดิมๆ สิ่งแวดล้อมเดิมๆ ที่ไม่กระทบกับใจเขามาก นั่นคือสิ่งที่แม่คนนึงพยายามจะทำให้ดีที่สุด แล้วมันก็เป็นสิ่งที่ทำให้เขามีความสุขมาก”

“เขาเองเป็นคนโพสต์รูปนั้น แล้วเขาก็คอลแล็ปมาที่หนิง เพราะเวลาหนิงโพสต์รูปอะไรกับเขา ก็จะคอลแล็ปไปที่เขา หนิงปฏิเสธไม่ได้ที่จะกดตอบรับ แล้วเขาก็ถามก่อนโพสต์ ยิ่งน้องเป็นเด็กที่สตรองและแข็งแรงเท่าไหร่ พวกเราทุกคนยิ่งต้องแคร์ความรู้สึกเล็กๆ ของเขา”

“หนิงรู้ว่าทุกคนอยากจะได้อะไรจากปากหนิง แต่อย่างที่หนิงบอก หนิงยังไม่ได้คุยกับลูก ทุกสิ่งทุกอย่างทั้งหมด เชื่อเถอะว่าไม่ว่าหนิงจะตัดสินใจทำอะไรก็แล้วแต่ หนิงจะตัดสินใจช้าๆ อย่างมีสติ แล้วให้กระทบกับลูกน้อยที่สุด เพราะเขาต้องมาเจอการเปลี่ยนแปลงในทุกๆ เรื่อง แบบที่เขาไม่มีความจำเป็นต้องมาเจอ มันคือเรื่องของผู้ใหญ่ 2 คน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้กับคำว่าครอบครัว เมื่อผู้ใหญ่ 2 คนมีปัญหากัน ก็ย่อมส่งผลกระทบถึงเด็กโดยปริยาย”

“เดี๋ยวเราไว้นัดกันใหม่ ขอหนิงพูดคุย ทำความเข้าใจกับลูกให้ชัดเจนกว่านี้ หนิงไม่หนีพวกพี่ (สื่อมวลชน) เพราะหนิงก็ยังต้องพึ่งพวกพี่อยู่ในหลายๆ เรื่อง แล้วพวกพี่ก็มาโดยที่หนิงรู้ว่าไม่มีใครจี้หนิง แต่ทุกคนก็อยากได้คำตอบ มันเป็นหน้าที่”

“แต่หนิงก็ขอเวลาหน่อย แล้วหนิงจะตอบค่ะ”