‘เป้ย ปานวาด’ เล่าเสียงสั่นเรื่องลูกป่วย เผยต่อมที่คอโต เหลือเส้นทางหายใจแค่10% ต้องผ่าตัด

6.07.23 | 14:36 น.

 

‘เป้ย ปานวาด’ เล่าเสียงสั่นเรื่องลูกป่วย โรคนี้ส่งผลถึงสมอง มีผลต่อการเจริญเติบโต

ก่อนหน้านี้ เป้ย ปานวาด เคยเล่าว่า ลูกสาวของเธอต้องเข้ารับการผ่าตัดต่อมอะดีนอยด์ และต่อมทอมซิลที่โต ล่าสุดวันนี้ (6 กรกฎาคม) เป้ยบอกว่า ตอนนี้ต้องเลื่อนกำหนดการผ่าออกไปเป็นช่วงหลังวันที่ 10 เนื่องจากมีอาการเหมือนแก้วหูจะแตก เลยต้องรักษาเรื่องนี้ก่อน

ที่แก้วหูเกือบแตก เป้ยบอกว่า เป็นผลจากการผิดปกติของต่อมที่ว่า

“มันเชื่อมต่อกัน ทำให้แก้วหูของน้องเกิดการอักเสบมากๆ จนแก้วหูเกือบจะแตก ซึ่งพอเป็นอาการแบบนี้ทำให้ผ่าตัดยังไม่ได้ ก็ทานยา พ่นยา ประมาณอาทิตย์เดียวน่าจะโอเค เพราะถ้าทิ้งช่วงนานกว่านี้ คุณหมอกลัวว่าเชื้อจะเข้าไปอีก เพราะต่อมเขามันโตมาก ต้องรีบผ่า”

Advertisement

เป้ยยังเล่าด้วยว่าที่รู้ว่าลูกป่วย เพราะสังเกตเห็นว่าลูกหายใจแรง

“นั่งระบายสีก็หายใจแรง คุยกับหลายคน ทุกคนบอกว่าไม่เป็นอะไร แต่ด้วยความที่พี่โปรด (ลูกชายคนโต) เป็นมาก่อน สัญชาติญาณความเป็นแม่ พาไปตรวจ ก็พบว่าต่อมที่คอโต จนน้องจะมีเส้นทางให้หายใจเพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ต้องผ่าอย่างเดียว”

สำหรับอาการอื่นๆ เป้ยบอก “ปกติมาก ปกติจนทุกคนไม่ได้สงสัย (เสียงสั่น) ว่ามันไม่ใช่ มันไม่ปกติ”

เล่าอีกว่าตอนลูกคนโตเป็น ตอนนั้นรักษาได้ด้วยการพ่นยา ทำสลีพ เทสต์ แต่ครั้งนี้ต้องผ่าตัด

“เพราะว่ามันโตมาก มันส่งผลต่อสมองด้วย ส่งผลต่อการเจริญเติบโต แต่การผ่าตัดนี้เป็นอะไรที่โอเค หลังจากที่โปรดเคยผ่านมาแล้ว เราก็จะรู้ว่า พอออกไป มันโอเค”

 

“ตอนนี้โปรดก็กลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ แข็งแรงมาก กินได้ดี แฮปปี้ค่ะ แต่กว่าที่จะไปถึงขั้นนั้น ระหว่างทางเราก็ต้องผ่านอะไรกันเยอะ”

“แต่ด้วยความที่เราเป็นแม่ เคยเห็นพี่โปรดแล้ว มันเจ็บ แล้วขั้นตอนที่กลัวที่สุดคือการวางยา”

เป้ยยังบอกด้วยว่า ปกติเธอจะเป็นแม่ประเภทแข็งแกร่ง แต่พอเป็นเรื่องเป็นความเจ็บป่วยของลูก ก็ทำให้รู้ว่ามีมุมที่อ่อนแอเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม จะพยายามเข้มแข็งให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ลูกได้มีที่ยึดเหนี่ยว 

“คุณป๊อบ (สามี) เขาไม่ค่อยกังวล แต่เรา…มันมีเหตุการณ์ที่เราต้องวางยาสลบให้ลูกเอง เป็นคนกอดลูกไปที่เตียง และเป็นคนที่ให้ลูกดมยา 

ซึ่งตรงนั้นครั้งที่เป็นพี่โปรด เราก็เจ็บปวดหัวใจมากๆ แล้ว พอต้องกลับมาเจอเหตุการณ์แบบนี้อีก โอ๊ย…”

ที่ตัดสินใจจะเป็นคนให้ลูกดมยา เป้ยบอกว่า เพราะไม่อยากให้ลูกตกใจ

“ทุกคนตรงนั้นเป็นคนแปลกหน้าสำหรับเขา แล้วในห้องมีแต่ไฟดวงใหญ่ๆ เขาต้องไปนอนอยู่บนเตียง เขาไม่ยอม เราไม่อยากให้มีการมัด 

 เขาเชื่อใจเราที่สุด เราเลยต้องเป็นคนวางขั้นตอนการวางยาสลบ มันสำคัญมาก เราค่อนข้างที่จะกังวล เรารู้ว่าทีมแพทย์เก่ง แต่ใจคนเป็นแม่…”

เรื่องการฟื้นตัวหลังผ่าตัด เธอบอกว่า แล้วแต่ตัวอาการของเด็ก บางคนใช้เวลา 2-3 วัน ตอนโปรดก็อาทิตย์ ขณะที่ครั้งนี้ก็หวังว่าปาลินเวลาฟื้นตัวไม่นาน

 “ภาวนาให้เป็นแบบนี้” เป้ยพูดด้วยเสียงสั่นๆ

ทั้งยังบอกด้วยว่า “อยากเป็นแทนได้ไหม ไม่อยากให้ลูกเจ็บ”