แจงเปิดหน้าคู่กรณี ‘หนิง’ ยกมือไหว้อย่าดึงคนอื่นมาเกี่ยว คุยกับ ‘จิน’ ถ้ารักกันก็ช่วยเขาจ่าย

 

แจงเปิดหน้าคู่กรณี ‘หนิง’ ยกมือไหว้อย่าดึงคนอื่นมาเกี่ยว คุยกับ ‘จิน’ ถ้ารักกันก็ช่วยเขาจ่าย

ก่อนหน้านี้ หนิง ปณิตา ออกมาชี้แจงเรื่องรูปหลานสาวที่ถูกเข้าใจผิดปมปัญหาเรื่องสามีกับบุคคลที่สาม พร้อมเปิดหน้าคู่กรณีผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวไป

-อ่าน ฟาดกลางดึก! ‘หนิง ปณิตา’ จัดให้เปิดหน้ามือที่ 3 หวั่นหลายคนเข้าใจผิดเรื่องหลานสาว

Advertisement

ล่าสุดหนิงก็ได้ออกมาชี้แจงกับประเด็นที่เกิดอีกครั้งในรายการคุยแซ่บโชว์ ทางช่องวัน31 โดยเล่าว่า

“เรื่องนี้เมื่อคืนก่อน จริงๆ หนิงหลับไปแล้วแหละ ทางคุณแม่ของหลานโทรหาหนิง เราก็ตกใจเพราะปกติกลางคืนจะไม่ค่อยมีคนโทรหาหนิงเท่าไหร่ แล้วพอเปิดเข้าไปดูในไลน์เราก็แอบตกใจ เพราะคุณแม่ของน้องเขาเองก็ได้รับการส่งรูปนี้มาจากคุณแม่ของโรงเรียนอื่นๆ ว่าเกิดเรื่องอะไรกัน เพราะชวนทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าหลานหนิงเป็นบุคคลที่สาม

แต่ตัวหนิงเองที่ไม่เข้าใจจริงๆ รูปของคุณจินจริงๆ เยอะมากๆ ทำไมไม่ไปเอารูปเขาที่เป็นรูปเดี่ยวๆ หรือรูปกับน้องณิริน (ลูกสาว) ก็ได้ ทำไมไปเอารูปเขากับหลาน ซึ่งในโลกโซเชียลแทบจะไม่มีเลย หรือถ้าไปไล่ดูตามไอจีมีแค่รูปเดียว ทำไมไปใช้รูปนั้น แล้วเป็นบุคคลที่สามที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรแล้วยังเป็นเยาวชนอยู่ สื่อควรจะเบลอหน้าเด็ก  ในขณะที่บุคคลที่สามที่มีรูปมาลง สื่อยังเบลอหน้าบุคคลที่สามเลย ทำไมไม่เบลอหน้าเด็ก แล้วกรณีแบบนี้เด็กยังอยู่ในความเป็นวัยรุ่น เราก็ตกใจว่าจะทำยังไง แล้วก็ชวนให้คนเข้าใจผิดว่าหลานเป็นบุคคลที่สาม

ซึ่งจริงๆ ตกใจมากกว่าโมโหว่าทำไมอยู่ๆ เป็นแบบนี้ สิ่งแรกที่หนิงตกใจแล้วทำ คือโทรหาคุณจินก่อนแต่ติดต่อไม่ได้ ซึ่งติดต่อเขาไม่ได้มาเป็นอาทิตย์แล้ว พอติดต่อไม่ได้คราวนี้มันก็อยู่ที่ว่าต่อให้มันไม่ใช่เรื่องของเรา เราไม่ได้เป็นคนเอาไปลง แต่เขาต้องมาพัวพันกับเรื่องของเรา ฉะนั้นเราเองต้องเป็นคนตัดสินใจที่จะแก้ปัญหาตรงนั้น หนิงเลยคิดว่าไม่เป็นไร ถ้าเรื่องเป็นมาแบบนี้แล้ว เพื่อกันไม่ให้ใครต้องมาเข้าใจผิด หรือต้องมาโดนในวังวนแบบนี้อีก หนิงเป็นคนเปิดเองดีกว่า หนิงไม่ได้ตัดสินใจด้วยอารมณ์นะ เดี๋ยวนี้หนิงจะทำอะไรลงไป หนิงจะคิดและคิดแม้กระทั่งว่าแล้วถ้าเขาฟ้องหนิงล่ะ แต่กับสิ่งที่เด็กคนนึงที่เป็นหลานหนิง เขาต้องเจอกับอะไรที่เขาต้องไปนั่งอธิบาย

ถามว่าหลานโดนอะไรบ้าง คงรู้สึกตกใจ แต่ในมุมของครอบครัวเขาก็จะโดนคนเข้ามาถาม ยิ่งพอเราถามเขาว่าขอโทษจริงๆ ขอโทษจากใจที่ต้องลากมาพัวพันเรื่องนี้ เขาตอบแบบสั้นๆ ดีๆ เพื่อไม่ให้เราเครียดไปมากกว่านี้ว่า ‘พี่เข้าใจว่าหนิงไม่ได้เป็นคนลง ต้องขอบคุณมากที่พยายามช่วยแก้ไขปัญหา แต่..’ แล้วเขาก็จุดๆ ไป หนิงไม่ขอลงในดีเทล เรายิ่งรู้สึกว่าไม่ได้อ่ะ ทางสื่อลงก็ไม่ได้ลบด้วย หนิงโทรหาแทบทุกฉบับว่า ถ้าจะลงรูปเด็กและเยาวชน ควรเบลอหน้าด้วย แต่คู่กรณีหนิงไปเบลอเขา แต่เด็กไม่เบลอ”

การที่เราโพสต์ไป จะมีผลต่อรูปคดีไหม ได้ปรึกษาทนายไหม?
“ได้คุยค่ะ ทนายก็บอกว่าเขาก็อาจจะฟ้องหนิงได้ (กังวลไหม?) ไม่เลยค่ะ เพราะว่ามันคือสิ่งที่หนิงต้องปกป้องหลาน นึกออกไหมว่าก็จะเข้าใจอะไรผิดๆ ไปแบบนั้น แล้ววันนั้นอย่างที่บอกว่าพยายามโทรปรึกษาคุณจินแล้ว แต่เมื่อไม่ได้รับการปรึกษา หนิงก็คุยกับทางคุณพ่อคุณแม่ของน้องว่าหนิงจะทำสิ่งนี้ บอกกล่าวแล้ว เขาเองก็เป็นเพื่อนกับคุณจินด้วยทั้งกลุ่ม”

กับเรื่องที่เกิดขึ้นมีข่าวออกมาว่าบุคคลที่สามอาจจะฟ้องกับสื่อต่างๆ หรือโซเชียลที่เอารูปเขาไปลง เรามีความคิดเห็นยังไงบ้าง?
“ก่อนอื่นหนิงต้องบอกแบบนี้นะว่าเรื่องมันค่อนข้างแรง แล้วหนิงมีโอกาสได้อ่านทุกคอมเมนต์เลยนะ ที่เขียนเข้ามาซัพพอร์ตให้กำลังใจหนิง หนิงขอบคุณมากๆ (ไหว้) หนิงไม่คิดว่าจะมีใครรักหนิงขนาดนี้ด้วยซ้ำ แล้วการที่ทุกคนเขียนคอมเมนต์เข้ามาซัพพอร์ตมันทำให้ทุกคนต้องเดือดร้อน เอาเป็นว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องของหนิงกับบุคคลที่สาม หนิงไหว้คุณล่ะจริงๆ (ไหว้) ผ่านสื่อเลย มันเป็นเรื่องของคุณกับเรื่องของหนิง ถ้าคุณจะทำอะไรก็แล้วแต่มาฟ้องที่หนิง จัดการที่หนิงคนเดียว อย่าไปจัดการบุคคลอื่นๆ ให้เรื่องราวมันต้องบานปลาย แล้วกับที่ทุกคนเมตตาแล้วรักหนิง”

“หนิงขอบอกตรงนี้เลยว่าไม่ว่าหนิงจะรู้จักหรือไม่รู้จัก ถ้าใครถูกฟ้องหนิงจะออกโรงปกป้องเขาเอง ถ้าจะจัดการมาจัดการที่หนิงคนเดียว เพราะมันเป็นเรื่องระหว่างคุณกับหนิง อย่าลากบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ที่เขามีความรู้สึกแล้วอยากจะซัพพอร์ต แล้วเขาให้กำลังใจหนิง อย่าดึงคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลย มาเคลียร์กับหนิงเองดีกว่า เพราะว่าจริงๆ ศาลก็นัด 2 รอบแล้ว มาเคลียร์กับหนิงเองดีกว่า อย่าไปดึงคนอื่น
ความรู้สึกที่เขาไม่มาศาล คือถ้าเขาไม่โทรไปบอกพี่ธัญญ่าว่าเขาอยากจะขอโทษหนิง เราก็จะไม่รู้สึกอะไรเลย แต่เมื่อเขาโทรไปบอกพี่ญ่าอยากจะขอโทษหนิง แต่เขาไม่มา แล้วในวันนั้นหนิงก็ได้แจ้งความจำนงค์ต่อผู้ไกล่เกลี่ยแล่วว่าหนิงว่างทั้งวันจะรอจนถึงเย็น ก็ไม่มา มันก็รู้วึกว่าไม่เป็นไร”

สุดท้ายอยากให้จบยังไงเรื่องนี้ แล้วก็เรื่องที่เราฟ้องเขาด้วย?
“ณ วันนี้ (นิ่ง) ก็เหมือนเดิมค่ะ”

อีกประเด็นที่หลายคนยังมีคำถาม เกี่ยวกับเรื่องเซ็นใบหย่า?
“อย่างที่หนิงบอกไปเมื่อ 2 วันก่อน เดี๋ยวถ้ายังไงก็แล้วแต่ตอนนี้มันออกไปเยอะมาก ว่าหนิงเซ็นหรือยัง หรือว่ายังไม่ได้เซ็น หนิงเซ็นแล้ว หนิงได้ไปเป็นร้อยล้าน ได้ไปเยอะมาก กับบางข่าวก็บอกว่าหนิงก็ไม่ได้อะไรเลย เอาเป็นว่าทั้งหมดทั้งมวลขอให้ทุกคนรอฟังจากปากหนิงคนเดียว แล้วหนิงจะตอบให้ในวันที่พร้อม วันนี้อย่าเพิ่งไปตามข่าว รอฟังจากหนิง แล้วสิ่งเหล่านี้ยังเป็นอะไรที่ค้างคาใจทุกคน แล้วยังถูกขุดๆ กันไม่เลิก”

“ส่วนน้องณิรินเขาโอเค หนิงว่าหนิงโชคดีมากที่ได้ลูกที่สุดประเสริฐ ที่เขาพยายามจะทำความเข้าใจในทุกๆ เรื่อง แต่อย่างที่หนิงบอกไงคะว่าเด็กคนนึงที่พยายามจะแข็งแรง พยายามจะเข้าใจแล้วรับกับทุกสถานการณ์ กับความเปลี่ยนแปลงที่เขาเองไม่ได้เป็นคนเลือก ฉะนั้นสิ่งที่ดีที่สุดที่เขาควรที่จะได้ความมั่นคงทุกๆ เรื่องที่เขาเคยได้รับ ทุกอย่างเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นความมั่นคงทางด้านการศึกษา ที่อยู่อาศัย ค่าใช้จ่ายการเงิน อย่างน้อยๆ เขาต้องได้รับสิ่งนี้จนเขาจบมหาวิทยาลัย จนเขาช่วยเหลือตัวเองได้ ซึ่งหนิงกำลังพยายามทำสิ่งนี้ให้กับลูก”

“อนาคตจะเป็นยังไงไม่รู้ ขอบคุณเขามาก แล้ววันนี้เขาเพิ่งปิดเทอม เกรดการเรียนก็ออกมา ทุกคนห่วงเขาหมดว่าไปโรงเรียนแล้วจะเรียนเป็นยังไง เขาจะโฟกัสกับการเรียนได้ดีไหม แต่ผลการเรียนเขาออกมา หนิงน้ำตาไหล (เสียงสั่น) จากที่มันดีอยู่แล้ว มันดีขึ้นไปอีก ภูมิใจมาก ฉะนั้นปารเปลี่ยนแปลงของหนิงไม่ควรมีผลกระทบกับเขา ดังนั้นสิ่งที่เขาเคยได้รับต้องได้รับเหมือนเดิม แล้วแม่หนิงนี่แหละจะทำหน้าที่พ่อและแม่ให้ดีที่สุดให้กับณิริน ซึ่งลูกก็จะกอดหนิงตลอด เวลาดื้อก็พยายามจะขอโทษแล้วก็บอกว่าหนูจะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น เวลาดีก็ดีๆ สิ่งที่หนิงอยากให้เขาเป็นที่สุดคืออยากให้เขาเป็นคนดี มีความสุข เขาก็บอกว่าหนูจะพยายามทำให้ได้”

ความคืบหน้าของคดี?
“นัดอีกทีวันที่ 4 ตุลาคม 2566 ตอนนี้ส่งเข้าสู่กระบวนการสืบพยาน หนิงนัดเช้า คู่กรณีต้องเป็นนัดบ่าย ยังไง 4 ตุลาคมก็ต้องไปที่ศาล (ถ้าเขาไม่มา?) อันนี้ที่ทนายบอกแต่หนิงไม่แน่ใจว่าใช่หรือเปล่านะคะ ในแง่ของกฎหมายบอกว่าศาลก็คงจะดูจากหลักฐานที่เรายื่นแล้วก็พิจารณา อาจจะมีคำสั่งแล้วก็ต้องรอฟังคำตัดสินว่าจะจบกันยังไง”

ถ้าเลือกได้อยากให้คดีนี้จบยังไง?
“สุดท้ายแล้วถ้าหนิงเลือกได้ จริงๆ ถ้าสามารถประนีประนอมได้ หนิงก็อยากประนีประนอม แต่อย่างที่หนิงบอกว่าในการที่เราจะประนีประนอมแล้วให้หนิงถอนฟ้อง มันต้องมาจากความสำนึกรู้สึกผิดอย่างจริงใจ โดยที่มาหาข้ออ้าง เพราะว่าวันที่เขาคิดว่าหนิงกับคุณจินเลิกกันแล้ว ทุกคน พี่เป็ก พี่ธัญญ่า จะเพื่อนของเขาที่เป็นดารานักแสดง คนรอบข้างทุกคนก็ต่างยืนยันแล้วว่าเขาไม่ได้เลิกกัน ฉะนั้นแล้ว วันที่คุณไปฮ่องกง วันนั้นหมายศาลก็ออกแล้วด้วย คุณก็ยังเดินทางไปเที่ยวฮ่องกงกันยู่ ฉะนั้นมันจะไม่ต้องเอาอะไรมาเป็นข้ออ้าง สำนึกผิด แก้ไขอย่างจริงใจ เป็นสิ่งที่ดีที่สุด”

เพราะถ้าตราบใดที่ไม่สำนึกผิดแล้วแก้ไขอย่างจริงใจ เรื่องมันก็จะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ อย่าลืมว่าหนิงรู้จักคนเยอะ เวลาที่ไปพูดอะไรถึงหนิงมันก็จะกลับมาถึงหนิงหมด แต่กลับมาหนิงก็จะหารครึ่งนึง ไม่ฟังทั้งหมด แต่หารครึ่งก็ยังรับไม่ได้สักเท่าไหร่ มันก็จะจบลงด้วยดี ซึ่งหนิงใจดีขนาดที่บอกกับคุณจินว่า ถ้ารักกันแล้วอยากอยู่ด้วยกัน ช่วงนี้คือช่วงเวลาฮันนีมูนของคุณ เธอช่วยเขาหน่อยสิ จะช่วยในเรื่องของอะไร ใดๆ ทั้งสิ้นก็แล้วแต่ ช่วยเขาหน่อย สมมุติหนิงฟ้องเรียกค่าเสียหายไปเท่าไหร่ ครึ่งนึงก็ได้ช่วยเขาหน่อย เดี๋ยวหนิงจบให้ ช่วยเขาหน่อย เรื่องจะได้จบเร็วๆ ส่วนคำตอบหนิงไม่ทราบ เขาต้องไปคุยกันเอง

 

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image