‘ก้อง ห้วยไร่’ กับความกลัวในใจ ทำอะไรก็สำเร็จ และ ‘ทะเบียนสมรส’ เตือนตัวเอง

14.07.23 | 06:10 น.

 

‘ก้อง ห้วยไร่’ กับความกลัวในใจ ทำอะไรก็สำเร็จ และ ‘ทะเบียนสมรส’ เตือนตัวเอง

ตัดสินใจบวชเงียบๆที่วัดป่าใกล้บ้านเกิดเมื่อไม่นานนี้ ล่าสุด ก้อง ห้วยไร่ ที่ออกมาเรียบร้อย พร้อมกันนั้นก็ได้มาร่วมงานพบปะแฟนๆของภาพยนตร์เรื่อง ‘คฤหาสน์ผีปอบ’ ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ตัดสินใจบวชเพราะรู้สึกว่าช่วงนี้ “เป็นช่วงชีวิตที่ทำอะไรก็ประสบความสำเร็จจนกลัว”

“กลัวว่าถ้าวันหนึ่งความสำเร็จมันโดนสอยจากสิ่งที่เรามองไม่เห็น ด้วยความที่เราเป็นคนพุทธ เชื่อในกฎแห่งกรรม ชีวิตช่วงนี้ มันดี มันราบรื่นจนน่าตกใจ งั้นเลยขอชิงทำบุญให้เจ้ากรรมนายเวร และถือโอกาสพักจิตตัวเองจริงๆ เพราะทุกคืนต้องออกไปเจอผู้คนมากมายและต้องเป็นในสิ่งที่พี่ๆน้องๆเขาอยากเห็นเราในแบบนั้น ไม่เคยได้ใช้ชีวิตที่เป็นตัวเอง ก็เลยตัดสินใจบวช ถ้าไปจำศีลก็คงจะอีกแบบนึง ถ้าบวชต้องถือศีล 227 ข้อของพระพุทธองค์ ก็น่าจะเป็นอีกกรอบนึงให้เราได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น”

ส่วนการบวชเงียบๆ ไม่บอกใคร เขาก็ว่า ได้เห็นเพื่อนที่ใช้วิธีนี้ แล้วรู้สึกว่าดี ไม่มีความวุ่นวาย

Advertisement

“แค่ให้พ่อแม่พี่น้องตั้งจิต ว่าลูกชายจะไปบวช ก็ทำแค่ข้าวหม้อ แกงหม้อ บวชกันแถวบ้านเลย”

“ก็เข้าไปเป็นนาคก่อน 1 วัน แล้ว 2-3 วันแรกเรายังหาความเพลินอยู่ เพราะเรามีความสุขกับการใช้ชีวิตข้างนอก อายุเรา 36 ปีแล้ว มันสนุกกับการมีหนังให้ดู เบื่อก็ไปนวด เซ็งก็ไปเตะบอล วัฎจักรเราเป็นมาแบบนี้ พอเข้ามาบวชจริงๆ มันมีแค่เรากับเรา และเรา ซึ่งวัดที่ไปบวช เป็นวัดที่อยู่ในป่า ไม่มีการใช้โทรศัพท์มือถือ”

บอกอีกว่า ช่วงเวลา 7 วันที่บวช เขารู้สึกว่าสิ่งที่ได้กลับมา“ได้ความไม่เที่ยงครับ”

ได้รู้ถึงความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น

“อย่างวันนี้ไปบิณฑบาต ได้ข้าวแน่ๆ แต่ฝนตก กลายเป็นต้องเดินตากฝนกลับมาพร้อมกับบาตรที่ไม่มีอะไร ได้เห็นความไม่แน่นอนตรงนี้”

บอกอีกว่า ช่วง 3 วันแรกที่บวช รู้สึกคิดถึงลูก ภรรยา และความเพลินต่างๆที่เคยมี แต่พอเข้าวันที่4 ก็เหมือนจิตเริ่มนิ่ง

“แล้วได้เห็นพ่อแม่มากราบไหว้ เอาอาหารมาให้ ยิ่งทำให้ตระหนักว่าเราต้องเป็นพระสงฆ์ที่ดี ปฎิบัติดี ปฎิบัติงาม คือศีล 227 ข้อ ไม่ให้ด่างพร้อย เพื่อให้สมกับที่พ่อแม่ที่เราเคารพ ท่านมากราบเรา ยิ่งได้เห็นเขาทำอย่างนั้น เรายิ่งอยากให้เขาได้บุญเยอะๆ ไม่ต้องไปลำบากในโลกหน้า ซึ่งมันเป็นความเชื่อส่วนบุคคลอยู่แล้ว”

ก้องยังบอกอีกว่า โดยส่วนตัว เขาคิดว่าการบวช 7 วันน้อยเกินไปสำหรับตัวเอง

“อยากให้พี่ๆน้องๆทุกคนได้ลองดูสักครั้งในชีวิต เราได้อยู่กับตัวเองจริงๆ”

เมื่อถามว่าได้เอาธรรมะที่ได้มาปรับใช้กับการทำงานในเรื่องไหนบ้าง ก้องก็บอก

“ผมมองว่าอาชีพที่ผมทำอยู่ ไม่ใช่อาชีพที่ดี อาขีพผมเป็นการชวนชาวบ้านมากินเหล้า มีความรู้สึกว่าอยากจะหยุด ก็ได้เอาเรื่องนี้ไปปรึกษาครูบาอาจารย์ที่เป็นพระ ท่านก็บอกว่าถือว่าตัวเองไปอยู่ในสงคราม แล้วพาคนในสงครามออกมา ได้มาก ได้น้อย เอาที่พอจะทำได้”

“เวลาไปร้องเพลงก็ไม่จำเป็นต้องบอกทุกคนยกแก้ว ขอให้ 1 ชั่วโมง ที่ชมคอนเสิร์ตเรา ให้เขาวางแก้วลง หยุดดื่ม ก็ถือว่ายังช่วย เข้าไปอยู่ในสงครามแล้วช่วยคนออกมาได้บ้าง”

ส่วนเรื่องที่เขาใช้โอกาสในวันเกิดภรรยา โพสต์ภาพวันแต่งงานและใบทะเบียนสมรสในช่องทางโซเชียลมีเดียของตัวเอง ก้องก็ว่านี่เป็นสิ่งที่เขาทำมาตลอด

“ผมใช้ชีวิตกับเขามา 7 ปีแล้ว เขาเป็นคนน่ารัก ดูแลครอบครัวและคนทางบ้าน มีหน้าที่จัดแจงทางบ้านให้อบอุ่น ส่วนเราก็มีหน้าที่เหมือนนก มาหาอาหารกลับไปให้ครอบครัว”

ขณะเดียวกันก็มักจะ ‘ไปไหน ไปกัน’

“การที่เราได้อยู่ด้วยกันแบบมีลมหายใจ มันพิเศษมากๆเลยครับ จะคุยกับเขาตลอด ฟีลผู้ชาย ไปเตะบอล ภรรยาไปด้วย กลัวกลัวยุงกัด อะไรกัดเขา เขาเลยบอกว่าให้อยู่ด้วยเถอะ ไม่รู้ว่าจะตายจากกันวันไหน เราก็เลยโอเค ไปไหนไปกัน”

สำหรับทำเบียนสมรส ในความเห็นเขาก็เปรียบเหมือนเป็นสมบัติ เป็นอีกหนึ่งพยานรักนอกเหนือจากลูก

“ที่จะเตือนใจเราเอง ว่าเราอยู่ในกรอบ อยู่ในสิ่งที่ต้องกลัวบ้าง ถ้าทำอะไรลงไป แล้วทะเบียนสมรสมันย้อนมาหา เราก็อย่าไปทำ ผมจะลงแบบนี้ทุกปี เป็นสมบัติความรักของเรา ที่เราจะติดตัวเราตลอด”