‘ช่วงนี้เป็นเวลาที่ใช่’ เฮียฮ้อเปิดใจ ทำไม ‘อาร์เอส มิวสิค’ กลับมาลุยธุรกิจเพลงอีกครั้ง

15.07.23 | 22:58 น.

‘ช่วงนี้เป็นเวลาที่ใช่’ เฮียฮ้อเปิดใจ ทำไม ‘อาร์เอส มิวสิค’ กลับมาลุยธุรกิจเพลงอีกครั้ง

นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2566 บริษัทได้กลับมาลุยธุรกิจเพลงอีกครั้งภายใต้อาร์เอส มิวสิค

ล่าสุดร่วมทุนกับค่ายเพลงระดับโลกยูนิเวอร์แซล มิวสิค กรุ๊ป(UMG) วงเงิน 1,600 ล้านบาท แลกกับการถือหุ้น70% ส่วนอาร์เอสถือ 30% ร่วมกันบริหารลิขสิทธิ์เพลงของอาร์เอสมีกว่า 13,000 เพลง ซึ่ง UMG บริหารลิขสิทธิ์เพลงทั้งไทยและต่างประเทศ และอาร์เอสมิวสิคบริหารลิขสิทธิ์เพลงในประเทศผ่านช่องออฟไลน์ ทั้งร้านอาหาร ผับ บาร์ คาราโอเกะ การทำมิวสิค มาร์เก็ตติ้งและรูปแบบอื่นๆ เช่น จัดคอนเสิร์ต โชว์บิช

นายสุรชัยกล่าวว่า โดยปี 2566 ตั้งเป้าจะมีรายได้ธุรกิจเพลงอยู่ที่ 720 ล้านบาท แบ่งเป็นบริหารลิขสิทธิ์ 130 ล้านบาท ทำมิวสิคมาร์เก็ตติ้ง 200 ล้านบาท โชว์บิซ และคอนเสิร์ต 350 ล้านบาทและการบริหารและดูแลศิลปิน 40 ล้านบาทและจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,200 ล้านบาทในปี 2568 เติบโตปีละ 30% โดยรายได้หลักมาจากบริหารลิขสิทธิ์ 40% พร้อมกับจะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในปี 2567 จะเห็นความชัดเจนได้ในช่วงปลายปี 2567หรือต้นปี 2568 รวมถึงยังเตรียมออกผลงานเพลงใหม่กว่า 200 เพลงและมองหาพาร์ทเนอร์ทั้งไทยและต่างชาติ อีกทั้งจะขยายสู่ตลาดต่างประเทศด้วยคอนเทนต์คุณภาพระดับสากล

“ตอนนี้ธุรกิจเพลงในยุคดิจิทัลไร้พรมแดน แข่งขันกันข้ามประเทศ จากคู่แข่งเป็นเพื่อนธุรกิจ มองว่าช่วงนี้เป็นเวลาที่ใช่การบุกธุรกิจเพลง และการร่วมกับUMG จะทำให้อาร์เอสมิวสิคกลับมาเป็นเรือธงอีกธุรกิจของอาร์เอสนับจากนี้ เพราะบริการสตรีมมิงออนไลน์ได้เปลี่ยนแปลงโมเดลการทำธุรกิจของอุตสาหกรรมเพลง”นายสุรชัยกล่าวและว่า

Advertisement

ในปี 2566-2570 รายได้การบริการสตรีมมิงออนไลน์ทั่วโลกเติบโตปีละ 5% โดยเฉพาะประเทศไทยมีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตกว่า 22% และใช้เวลาไปกับการฟังเพลงวันละ 1.8 ชั่วโมงและการทำเพลงปัจจุบันสามารถทำได้หลายมิติทั้งความสนุก การสร้างสรรค์ ให้เป็นมากกว่าการฟังเพลงต่างจากอดีตทำเพลงเพื่อความไพเราะ และการที่อาร์เอสกลับมาทำธุรกิจเพลงเป้าหมายไม่ต้องเป็นเบอร์หนึ่ง แต่มีเป้าชัดเจนเรื่องรายได้และการเข้าตลาดหลักทรัพย์

นายสุรชัย กล่าวทิ้งท้ายว่า ในไตรมาส4/2566 บริษัทมีแผนจะเดบิวต์ศิลปินหน้าใหม่ ทั้งบอยแบนด์และเกิร์ลกรุ๊ปประมาณ 7 กลุ่ม ที่มีความสามารถทั้งการร้องเพลง การเต้น และการใช้ภาษา อาทิ ไทย อังกฤษ จีน เกาหลี เพื่อตีตลาดระดับโลกและในภูมิภาค ตั้งเป้าในปี 2566 จะออก 150 ซิงเกิ้ล

ซึ่งจากการสำรวจตลาดพบว่าเพลงไทยไปได้ดีในเอเชียจึงทำให้UMG ให้ความสำคัญกับตลาดไทย ทั้งนี้ที่ผ่านมาบริษัทยังร่วมลงทุนกับจีเอ็มเอ็มมิวสิค ร่วมกันจัดซีรีส์คอนเสิร์ตอีกด้วยและครึ่งปีหลังจะมีโชว์บิชและคอนเสิร์ตออกมาอีกหลายงาน