‘ตู่ นพพล’ เล่าโมเมนต์แรกเจอ ‘นุช ปรียานุช’ คู่ชีวิตและรักเพราะความบ้าๆ บอๆ
เป็นรุ่นใหญ่ของวงการบันเทิงที่อยู่ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังมาทั้งชีวิต ที่ล่าสุด ตู่ นพพล ได้ออกมาเปิดใจเป็นอีกมุมหนึ่งผ่านรายการ เกลือวันเด้อ ทางช่องวัน 31 พร้อมควง นุช ปรียานุช ภรรยามาร่วมย้อนเล่าเรื่องราวความรัก โดยทั้งคู่มีคำเรียก นุชเรียกตู่ว่า ปะปี๊ ส่วนตู่จะเรียกนุชว่า หนู ซึ่งนุชก็บอกว่า
“คือพี่ตู่เราไม่รู้หรอกว่าเขาจะดีหรือไม่ดี ที่พี่คิดนะ เหมือนเวลาเราเล่นดนตรีตัวโน้ตบางตัวมันก็ต่ำบางตัวก็เสียงสูง บางทีชีวิตเราก็เหมือนดนตรีที่ผสมออกมาแล้ว หลายๆ คนก็รู้สึกว่า โห มันเพราะเหลือเกิน แต่ตัวเราสองคนไม่รู้หรอกว่ามันดีหรือไม่ดี บางทีเรารู้สึกว่าแบบนี้เป็นธรรมชาติของเรา”

นุช ยังบอกเหตุผลที่เธอพูดกับพิธีกรว่า รักตู่เพราะสันดานดี เธอบอกว่า เขาเป็นคนระวังตัวเรียบร้อยที่มันต้องมาจากข้างใน
“บางทีคนระวังตัวเรียบร้อยจะไม่ได้นาน วันหนึ่งมันต้องหลุด แต่พอสักพักเขาก็ยังเฉยๆ อยู่ หรือเขาเบื่อเราวะ (หัวเราะ) เฉยตลอดอะไรแบบนี้”
ตู่ก็ตอบว่า “บางทีก็คงจะมีสันดานชั่วบาง มันคงไม่ดีเสมอไป มันก็ต้องมีชั่วๆ อยู่เหมือนกัน” ทำเอานุชถึงกับหัวเราะ พร้อมบอก “เนี่ย คือข้างนอกเขาจะเป็นแบบนี้นะคะ แต่อยู่กันสองคนเขาจะน่ารักมาก”

ด้าน ตู่ ก็บอกเหตุผลที่ทำให้รักในตัวภรรยคนนี้ คือ ความบ้าๆ บอๆ เขาเป็นคนแบบนั้นตั้งแต่แรก และยังพูดเยอะมาก พร้อมย้อนเล่าครั้งแรกที่เจอกันว่า
“เจอเขาที่สนามบินดอนเมือง กำลังเดินทางไปถ่ายละครเรื่องกนกลายโบตั๋นที่เมืองจีนแล้วก็เป็นนางงามที่แต่งตัวไม่มีความเป็นนางงามเลยสักนิดเดียว ยีนเก่าๆ เสื้อเก่าๆ เสื้อชาวเผ่าเก่ามาก สะพายกระเป๋าแบบทหาร ลักษณะคือโทรมมาก ดูแล้วไม่น่าจะเป็นนางงามแล้วก็ไม่น่าจะเป็นนางเอกด้วย พอเล่นละครด้วยกันก็เป็นความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ มา”

เมื่อถามถึงลุคที่ภายนอกของตู่จะดูดุๆ กับภรรยาเกรี้ยวกราดไหม ตู่บอกว่า ไม่เกรี้ยวกราด อีกทั้งนุชเล่าความน่ารักของตู่ที่น่ารักตั้งแต่เช้ายันตอนนอน
“คือตื่นมาเรากอดกัน พอเขาไปทำงานเขาก็จะเดินหาเราแล้วก็จะบอกว่าปะปี๊ไปแล้วนะ พอจะกลับก็บอกปะปี๊ฉากสุดท้ายแล้วนะ กลับมาก็จะกอดกัน อันนี้เมื่อ 10 ปีที่แล้วนะ แต่ตอนนี้พี่นอน ไม่ไหวแล้ว (หัวเราะ)”
ซึ่งทุกวันนี้ทั้งคู่เผยว่ายังกอดกันตลอด ตู่บอกเพราะเป็นการส่งความรู้สึกถึงกันและกัน ความใกล้ชิดสำคัญ
“ต้องเห็นแน่นอนในกองถ่ายก็กอดนึกจะกอดเมื่อไหร่ก็กอดไม่งั้นจะมานั่ง อย่ากอดเดี๋ยวคนเห็น ไม่เอา ในเมื่อเราอยากจะกอดเราก็กอดเพราะมันเป็นการถ่ายเทความสุขซึ่งกันและกัน ความใกล้ชิดมันสำคัญ การกอดเป็นสิ่งดีสำหรับชีวิตคู่ ดีมากเลย”

แม้ในวันที่ภรรยาป่วยถึงขั้นเดินไม่ได้ก็มีตู่ที่ยังอยู่ข้างๆ ดูแลอยู่ตลอดไม่ไปไหน ตู่บอก เป็นหน้าที่และทำด้วยใจ
“เราจะทิ้งเขาเหรอ อยู่ด้วยกันมานานขนาดนี้ รักกันมาเราก็ดูแลตลอดเวลาช่วงนั้นบางครั้งก็ต้องนุ้งกางเกงให้เพราะนุชเขาไม่สามารถยินตรงๆ ได้”
ส่วนเคล็ดลับในการประคับประคองชีวีตคู่ของตู่ก็คือ ความเข้าใจกับความอดทน
“เพราะคนสองคนเกิดมาไม่เหมือนกัน เกิดมาในสังคมคนละสังคมแต่เมื่อมาอยู่ด้วยกันแล้วเราต้องปรับตัวให้เข้ากันบางครั้งมีบางสิ่งที่ยังปรับไม่ได้ เขาเป็นแบบนี้เราเป็นแบบนั้น เขาก็อดทนเรา เราก็ต้องอดทนเขา หลังจากความอดทนแล้วถึงจะทำความเข้าใจว่าความแตกต่างของเรามีอะไรบ้าง แล้วจะทำยังไงเราถึงปรับความแตกต่างนั้นกลายเป็นชีวิตปกติประจำวันไม่ใช่ความแตกต่างอีกต่อไป”


