‘พีท ทองเจือ’ ตอบดราม่า-สอนลูกตัดท็อกซิกทิ้ง ‘มิย่า’ ลั่นทุกอย่างไม่ได้อยู่ในโซเชียล

23.08.23 | 16:30 น.

‘พีท ทองเจือ’ ตอบดราม่า-สอนลูกตัดท็อกซิกทิ้ง ‘มิย่า’ ลั่นทุกอย่างไม่ได้อยู่ในโซเชียล

ก่อนหน้านี้ มิย่า พิชชา ทองเจือ ลูกสาวของ พีท ทองเจือ จบความสัมพันธ์กับ อชิ อชิรวัตติ์ มัสยวาณิช ลูกชายของ ฟลุค เกริกพล และ โบ ชญาดา ซึ่งมีประเด็นเกิดขึ้นตามมาถึงสาเหตุการเลิกลาของทั้งคู่ โดยล่าสุด พีท และ เจ็ง วิไลลักษณ์ ภรรยาพร้อมลูก ก็ได้เปิดใจถึงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยพีทบอกว่า รู้สึกชิลๆ เพราะเลี้ยงลูกด้วยการให้ลูกๆ ใช้ชีวิต ไม่ได้สั่ง ไม่ได้บังคับ ไม่ได้ห้ามอะไรอยู่แล้วส่วนอะไรที่ไม่ดี ก็จะคอยเตือนสติ

“ง่ายๆ อะไรที่ท็อกซิกซ์ต้องตัดทิ้งครับ ปัจจุบันทั้งสื่อ ทั้งอะไรมันเยอะมาก ถ้าเราเลือกที่จะอยู่กับทุกๆ อย่างที่เกิดขึ้นกับตัวเรา ไม่ว่าจะคำพูดในคอมเมนต์ ในโพสต์ หน้าข่าว เฟคนิวส์ ถ้าเราเลือกใช้ชีวิตอยู่กับสิ่งเหล่านั้น เราจะเสียเวลาชีวิตไปเยอะ”

อะไรที่กระทบกับครองครัวเรามากที่สุด พีทว่า ไม่มี อย่างเหตุการณ์ที่มิย่าแข่งรถแล้วเกิดอุบัติเหตุก็ยกเรื่องใหญ่ เพราะคนในครอบครัวค่อนข้างเป็นห่วง

“เรื่องอื่นๆ เป็นเรื่องรอง ไม่ค่อยสำคัญเท่าไหร่ ใช้คำว่าประสบการณ์ชีวิตจะสอนเราเอง สิ่งที่ดีก็เก็บเอาไว้ สิ่งไม่ได้ก็ต้องรีบทิ้งไป ไม่งั้นถังขยะที่เราดีลีทเข้าไปมันจะเต็มครับ มันไม่ควรที่จะเก็บอะไรไว้ ไม่งั้นกว่าจะโตมาถึงอายุ 30 อาจจะต้องไปใช้ชีวิตอยู่ในห้องจิตแพทย์นานๆ อะไรดีๆ เก็บไว้ อะไรไม่ดีทิ้งไป น่าจะเป็นประโยชน์ต่อตัวเขาเองมากกว่า”

Advertisement

เวลามีคอมเมนต์ด้านลบ มีนอยด์บ้างไหม? พีทบอก ไม่เลย มิย่าก็ไม่เคยเลย เขาบอกว่าตลก ส่วนคนอื่นๆ เขาก็บอกว่า เหมือนกันหมดเลย 3 คน

ขณะที่มิย่าบอกว่า ไม่ใช่ว่าชิน แต่น่าจะเป็นเพราะอยู่กับพ่อ ตั้งแต่ 10 ขวบ มันก็จะเจอคอมเมนต์อะไรแบบนี้

“ความที่หนูเห็นตั้งแต่เด็กๆ เลยรู้อยู่แล้วว่ามันเป็นเรื่องปกติของสังคม ที่มันจะมีคนไม่ชอบเรา หรือคนที่นั่งเบื่อแล้วก็คอมเมนต์อะไรไม่ดี หนูเลยโอเค ถ้ามันไม่จริงเราก็ไม่ต้องฟัง ปล่อย แต่ถ้าอันไหนมันจริง หนูก็จะเอามาคิด มาปรับปรุง แต่ไม่ได้เอามาคิดจนนอนไม่หลับหรือว่าเครียดค่ะ เอามาบาลานซ์ให้ดี ไม่มีอยากตอบกลับเลยค่ะ”

“หนูเป็นคนที่ถ้าเห็นอะไรแล้วมันไม่โอเค หนูก็เลื่อนผ่าน ยิ่งเราไปตอบเหมือนเราให้ความสนใจเขา แต่คือถ้าเราอธิบายได้มันก็ดีเนาะ คนอื่นก็จะได้เข้าใจ แต่ในสังคมไทย เราอธิบายไป มันก็ยังมีคนที่ไม่เข้าใจอยู่ดี หนูเลยคิดว่างั้นหนูอยู่เงียบๆ ดีกว่า เพราะเรารู้ว่าเราเป็นยังไง คนที่เขารู้เรื่อง เขาก็รู้เรื่อง คนใกล้ชิดเราก็อาจจะบอกได้ แต่คนที่เขาไม่รู้จักเรา เราไม่รู้จักเขา เราอธิบายไปก็ไม่ได้อะไรอยู่แล้ว”
เจ็ง : “ลูกเคยบอกว่า ถ้าเขาจะเข้าใจ เราไม่ต้องอธิบายเขาก็เข้าใจ แต่ถ้าเขาจะไม่เข้าใจ อธิบายเป็นร้อยครั้ง พันครั้ง เขาก็ไม่เข้าใจอยู่ดี เพราะฉะนั้นเราอยู่ในจุดที่เรารู้ดีกว่า ว่าเราเป็นยังไง”

เวลาลูกขอใช้ชีวิตอิสระ เรามีกฎอะไรกับลูกไหม?
พีท : “ก็ไม่มีครับ เอาที่มันอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม เราไม่เดือดร้อนตัวเรา ไม่เดือดร้อนคนที่อยู่รอบๆ ตัวเรา ไม่เดือดร้อนคนอื่น แต่ถ้ามันเริ่มเดือดร้อนคนใกล้ๆ ตัวเรา อันนี้แสดงว่ามันผิดแล้ว เพราะฉะนั้นอะไรที่ไม่เดือนร้อนคนรอบตัว ไม่อึดอัดใจตัวเอง ถือว่าดี แต่ถ้ามันเริ่มมีความไม่สบายใจ แสดงว่าบางสิ่งบางอย่างมันไม่ถูกต้องแล้ว เราต้องเริ่มพิจารณาตัวเองว่าทำแบบนี้ไม่โอเคนะ มันเดือดร้อนคนอื่น แค่นั้นเองง่ายๆ”

เจ็ง : “มิย่าถ้าเรื่องการใช้ชีวิตในสังคม อันนี้ไม่เป็นห่วงเลย เพราะว่าเขาค่อนข้างรู้การวางตัว ทั้งเรื่องความคิด การใช้ชีวิต เขารู้ว่าเขาต้องทำตัวยังไง แต่สิ่งที่เป็นห่วงคือ เขาเป็นคนมองคนในด้านบวกมากเกินไป มองโลกในแง่ดี แต่ก็เป็นข้อดีของเขา ทำให้เขามีความสุขในการใช้ชีวิต ไม่ต้องมาคิดว่าคนนั้นคนนี้คิดไม่ดีกับเราหรือเปล่า เพราะเขามองคนในแง่ดี คิดว่าทุกคนดีกับเขาหมด แต่ในสังคมจริงๆ ทุกคนเขาไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดทุกคนส่วน ‘เซย่า’ ก็ห่วงในเรื่องความเป็นคุณนายนี่แหละ (หัวเราะ) ดูเหมือนเป็นพี่คนโต ต้องเป็นผู้นำ แต่จริงๆ แล้วเขาค่อนข้างเซ็นซิทีฟ จะทำอะไรสักอย่างต้องถามคุณแม่ ไม่กล้าตัดสินใจ มันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียแหละ เหมือนเป็นลูกคนเล็ก แต่ก็ไม่ได้มีอะไรที่มันไม่ดี แต่ก็เป็นห่วงในมุมที่ว่า ถ้าสักวันเราไม่ได้อยู่กับเขา เขาจะทำยังไงกับชีวิตเขา เวลาถามแม่แล้วแม่ไม่รู้ ก็จะถามน้องแทน

ส่วน “โรเตอร์” เหมือนเป็นพี่คนโต (หัวเราะ) ไม่ค่อยเป็นห่วงอะไรเท่าไหร่ เขาจะค่อนข้างโต ก็น่าจะห่วงเรื่องเพื่อน เรื่องคนรอบตัวมากกว่า เพราะเขาอยู่ในวัยที่กำลังจะโตเป็นผู้ใหญ่ เราก็ไม่รู้ว่าคนที่เข้ามาในชีวิตเขาจะเป็นยังไง จะนำพาเขาไปในสิ่งที่ไม่ดีหรือเปล่า แต่ว่าไม่ค่อยห่วงมาก เพราะเขาเป็นเด็กที่ความคิดค่อนข้างโตค่ะ บางทีเนี่ย…ลูกสอนพ่อสอนแม่บ่อยเลย เขาพูดอะไรขึ้นมาเรายังเออเนอะ เด็กอายุ 14 เขายังคิดได้เยอะกว่าเราอีก ดึงสติเราบ่อยๆ เลย”

เรื่องความรักของลูก เจ็งบอก ไม่ห้ามเลย เพราะค่อนข้างจะเข้าใจว่าเด็กทุกคนมันจะต้องผ่าน ต้องเติบโตมา แล้วเจอกับเรื่องพวกนี้ ป๊อปปี้เลิฟเล็กๆ น้อยๆ แต่ว่าแค่อยากให้เขาเรียนรู้และมีสติในการคิด ในการมอง ว่าเราควรจะต้องทำตัวยังไงให้เหมาะสม

“แต่ลูกๆ ทุกๆ คน จะค่อนข้างอยู่ในสายตาอยู่แล้ว อย่างที่ใครๆ ก็จะรู้ว่าลูกไปไหนทำอะไร เจ็งจะอยู่ด้วย คอยมองอยู่ห่างๆ เช่น เขานัดเพื่อน ไปไหนกับเพื่อน บางคนจะเห็นลูกอยู่กับเพื่อน แต่จริงๆ แล้วห่างๆ แม่ก็รออยู่นะ แม่จะวนเวียนอยู่ตรงนั้น แต่ก็จะมีสเปซให้เขาได้ใช้ชีวิต แต่ก็อยู่ในสายตาเรา ไม่ใช่แค่ไปส่งหรือปล่อยให้ลูกไปเอง แล้วก็ไปไหนไม่รู้ จะไม่ให้ลูกไปไหนเอง จะไปส่งและรอรับ เอาง่ายๆ ความสบายใจของแม่ รู้ว่าลูกอยู่ที่ไหน กลับถึงบ้านแล้ว แค่นั้นสบายใจแล้วค่ะ ก็ตามวุฒิภาวะ เรารู้นิสัยลูกเราว่าเป็นยังไง ก็จะทรีตเขาตามแบบที่เขาเป็น”

กับคำว่าเป็นลูก พีท ทองเจือ เลยโดนดราม่าบ่อย มิย่า ก็ว่าเข้าใจเยอะอยู่แล้ว ไม่ได้รู้สึกเสียใจ หรือโกรธ หรือโมโหอะไร รับได้

“เราจะไปห้ามให้ทุกคนหยุดพูดอย่างนี้นะ มันก็เป็นอะไรที่หนูทำไม่ได้อยู่แล้ว ก็มีคุณพ่อคุณแม่คอยบอกหนูตลอดว่า ไม่เป็นไรนะ ไม่ต้องสนใจ หนูก็ไม่ได้อะไรมากอยู่แล้วค่ะ อยู่กับตัวเองมากที่สุด แล้วหนูก็คิดว่าที่เขามาพูดมาเขียนว่า มันก็เป็นในโซเชียล มันไม่ใช่ชีวิตจริงที่หนูอยู่ ชีวิตจริงของหนู หนูอยู่กับเพื่อนๆ ซึ่งเพื่อนๆ หนูเขาก็โอเค ไม่ได้มานั่งด่าหนูหนิ หนูมีชีวิตจริง มีกลุ่มของหนู ทุกอย่างไม่ได้อยู่ในโซเชียลค่ะ”

กับคนที่คอมเมนต์ลบๆ พีทบอกว่า มันเป็นปัญหาของเขา ไม่ใช่ปัญหาของผม เราอยู่กันอย่างมีความสุข ผมลอยตัวเหนือทุกปัญหาอยู่แล้ว เราอยู่วงการบันเทิงมา เรื่องแค่นี่จิ๊บๆ

“เมื่อก่อนหน้าหนึ่ง ผมจองทุกเล่มเลยครับ ถ้าตัวพ่อเรื่องหน้าหนึ่งถามผมเลย เพราะฉะนั้นเรื่องแค่นี้ไม่สะดุ้งเลยครับ ก็อย่างที่เรียนให้ทราบ เอาสั้นๆ เลย สิ่งที่เขาเป็นปัญหา มันคือปัญหาของเขา ไม่ใช่ปัญหาของเรา ทุกๆ เรื่องเลย ปัญหาของเรามันมีอยู่ในการใช้ชีวิตทุกๆ วัน แต่ไม่ได้อยู่ในโซเชียล มันกำหนดชีวิตเราไม่ได้ อย่างที่มิย่าพูดสิ่งที่เขาคิดต่อให้เราอธิบายอีกร้อยที ถ้าเขามองเราในแง่ลบ มันก็จะเป็นแง่ลบตลอดไป ไม่มีทางเข้าใจ อันนี้ในทุกๆ วงการเลยนะครับ ก็ง่ายๆ ไม่มีอะไรยากเลย แค่เป็นลูกของผม ก็อาจจะมีแรงกระเพื่อมเยอะนิดหนึ่ง สนุกดี หัวใจก็ต้องแข็งแรง”