นานาจิตตัง ‘ติ๊ก’ ไม่เครียด เจอดราม่า ชี้ การเมืองควรพูดได้อย่างเสรี
‘ติ๊ก-เจษฎาภรณ์ ผลดี’ พระเอกหนุ่มตลอดกาล เป็นอีกหนึ่งนักแสดง ที่มักจะออกมาเคลื่อนไหวผ่านโซเชียล อยู่บ่อยครั้ง
แต่ล่าสุด กลับมาดราม่า หลังจากที่ ออกมาโพสต์ ข้อความคมๆ สั้นๆ ว่า “ในความมืดมิด…ไม้ขีดไฟแค่ 1 ก้านที่จุดติด คนนับล้านในรัศมีไกลจะมองเห็นเปลวแสงสว่างจากปลายไม้ขีดนั้น #ยิ่งมืดยิ่งสว่าง”
ซึ่งมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็น จนทำให้เกิดกระแสพูดถึงแบบร้อนระอุ และทำทัวร์ลงสนั่นโซเชียล
ล่าสุด ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นดังกล่าว ว่า “ผมก็เข้าไปอ่านในคอมเมนต์ เราอาจจะไม่เรียกว่าทัวร์ลงดีกว่า ในคอมเมนต์ ก็มีแต่คอมเมนต์ดีๆ ผมว่ามันนานาจิตตัง แล้วแต่ว่าคนจะเข้าใจและติดความหมายในแบบไหน”
“ผมเป็นคนชอบเข้าป่าอยู่แล้ว ชอบวิชาลูกเสือ เราเรียน รด. มา แล้วเรานึกถึงว่าในยามค่ำคืนแสงสว่างที่มันถูกจุดขึ้นมา เราจะสามารถมองเห็นระยะไกล หลายกิโลเมตร มันเป็นเพียงแค่คำคมอะไรบางอย่างเท่านั้น”
ไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง?
“เป็นเรื่องของธรรมชาติ และผืนป่า”
จังหวะมันคาบเกี่ยวพอดี คนเลยตีความไป คนนำไปโยงเรื่องสีการเมือง?
“แล้วตีความหมายอย่างไรบ้าง เรื่องของการโยง จะพูดแบบไหนก็แล้วแต่มันสามารถโยงได้หมด และถ้าพูดถึงการเป็นประชาชนคนหนึ่งในสังคม ผมคิดว่าในทุกๆ คน เราสามารถที่จะพูดเรื่องความเป็นอยู่ ความคิดเห็นต่างๆ เหล่านี้ได้
ต้องบอกว่าความรู้สึกของแต่ละคนมันมีความแตกต่างกันไป ผมคิดว่าอยากจะให้มีโอกาสเปิดเสรีในเรื่องของการพูดเรื่องพวกนี้ โดยที่ไม่ทำให้พึงพอใจ ไม่พึงพอใจใคร แต่มันคือแรงขับเคลื่อนที่จะทำให้สังคม ชีวิตความเป็นอยู่ต่างๆ รวมถึงองค์ภาพรวมต่างๆ ขับเคลื่อนไปในทางที่ดีขึ้น”

ตกใจหรือไม่ที่เจอคนมาโยง?
“ก็เคยเจอมาบ่อยเหมือนกันนะครับ เราต้องไม่รู้สึกว่าการที่ใครออกมาพูดอะไร มันโยงเรื่องของการเมืองเสมอไป อยากให้มองมุมที่เปิดกว้างๆ และมองให้มันเป็นเรื่องปกติของสังคม”
อยากออกมาอธิบายไหมว่าที่โพสต์เกี่ยวกับเรื่องธรรมชาติ?
“ผมว่าไม่จำเป็นต้องอธิบาย เรื่องแบบนี้ผ่านมาแล้วผ่านไป ตราบใดที่เรายืนอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง และเราไม่ได้ทำอะไรผิด เราไม่จำเป็นต้องกลัวสิ่งใดๆ บนโลกใบนี้”
หลังจากนี้ต้องระวังการโพสต์อะไรหรือไม่ เพราะตอนนี้การเมืองเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน เปราะบาง?
“แน่นอนครับ เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน เปราะบาง แต่ผมก็จะบอกว่า จริงๆ แล้วในบางแพลตฟอร์ม เป็นเรื่องที่เราได้ถ่ายทอดมุมมองต่างๆ ที่เรานึกคิด ณ ตอนนั้นๆ ซึ่งอยู่ที่คนที่จับมาตีความ แต่อยากให้ทุกคนเปิดใจให้กว้าง และเปิดโอกาสมองว่าเรื่องต่างๆ เหล่านี้ ไม่ว่าจะอาชีพใดๆ เราล้วนแต่เป็นมนุษย์ที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน”


