‘กรรชัย’ วอนอย่าโกรธกัน หลังถูกขอให้ช่วย ลั่นตังค์ไม่เยอะพอจะดูแลทุกเคส
เพิ่งออกมาแจ้งข่าววันก่อน เรื่องศาลประทับรับฟ้องกรณีที่เขาเป็นโจทก์ฟ้องหมิ่นประมาท แล้ววันนี้ หนุ่ม กรรชัย ก็ให้สัมภาษณ์ในงานเปิดตัวรังนก Bell ซึ่งจัดขึ้นที่สยามพารากอนว่า ที่ฟ้องไปมี 1 คดี และมีแจ้งความไปอีก 2 คดี
ที่ตัดสินใจใช้กฎหมาย กรรชัยบอก
“ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมว่าผมก็ไม่เคยทำร้ายใครนะครับ การที่จะบอกว่าผมเป็นมาเฟียโซเชียล ชักจูงสังคมไปในทางที่ไม่ดี แล้วเหมือนกับว่าผมเป็นหัวหน้าตัวตึง มีลูกน้องเป็นเพจสายดาร์ก มีการเอารูปไปใส่ไว้ในเพจของท่าน และบอกว่าผมไปอยู่ในกลุ่มนั้น ข้อเท็จจริงมันไม่ใช่ คนที่ติดตามผมจริงๆ ก็คงจะรู้ว่าผมเป็นคนยังไง และอาจจะมีอีกหลายๆ คนที่ไม่ทราบ ก็อาจจะหลงเชื่อและทำให้เกิดการเสื่อมเสียในครอบครัวของผมขึ้นมาได้ ไม่ว่าจะเป็นลูกสาวผมหรือผมเองก็ตามแต่
ผมไม่อยากให้ลูกสาวผมไปโรงเรียนแล้วคนบอกว่าพ่อเป็นหัวหน้าตัวตึงเหรอ ชักชวนสังคมไปในทางที่ผิดเหรอ ผมก็เลยต้องปกป้องสิทธิของผมตรงนี้ ซึ่งเอาจริงๆ เพจของผมที่เป็นชื่อของผมเอง มีคนตามอยู่ประมาณเกือบ 3 ล้านคน ผมไม่เคยเอาเพจของผมไปลงทำร้ายใคร คือถ้าเกิดผมจะลงก็ลงได้นะ แต่ผมไม่เคยทำ จะมองว่าผมไปให้คนนั้นคนนี้ทำแทน ไม่จำเป็นครับ ถ้าเกิดผมจะลง ผมลงเอง ไม่ต้องไปจ้างวานใคร ต้องบอกใคร”
การฟ้องร้องนั้น กรรชัยบอกว่าจะไม่มีการเรียกค่าเสียหาย
“ผมแค่ต้องการบริบทของความถูกต้อง แล้วอยากให้เรื่องนี้เป็นอุทธาหรณ์ของอีกหลายๆ คน เพราะผมเองหรือคนที่อยู่ในวงการบันเทิงซึ่งอาจจะเป็นพิธีกร เราเป็นคนสาธารณะ เพราะฉะนั้นทุกคนมีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์ได้ ผมเข้าใจ แต่อย่าลืมว่าการวิพากษ์วิจารณ์กับหมิ่นประมาท มันก็มีเส้นบางๆ กั้นอยู่เหมือนกัน เราต้องแยกให้ถูกนะครับ อย่างบอกว่าไอ้กรรชัยทำพิธีกรไม่ดีเลย มันแย่มากเลย ปรับเปลี่ยนบ้างมั้ย แก้ไขบ้างมั้ย อันนี้คือวิพากษ์วิจารณ์ ทำไมทำแบบนี้วะ ทำไมไม่เป็นกลางเลย อันนี้ผมรับได้ แต่จะมาบอกว่าคุณเป็นมาเฟีย ชักจูงสังคมไปในทางที่ผิด จรรยาบรรณไม่มี ผมว่าอันนี้มันไม่ใช่วิพากษ์วิจารณ์แล้ว”

กรรชัยยังบอกอีกว่า ที่ผ่านมาไม่เคยฟ้องร้องใคร ที่เคยมีเมื่อหลายปีก่อนเป็นเรื่องเกี่ยวกับสิทธิในมรดกสิทธิ นี่เป็นครั้งแรกที่ฟ้องอาญา
เมื่อถามว่าหากคู่กรณีอยากขอโทษก่อนจะต้องไปขึ้นศาล จะมีโอกาสหรือมีความเป็นไปได้ไหม กรรชัยบอก
“คงไม่ครับ ผมว่าสุดท้ายไปว่ากันบนศาลดีกว่า มันเป็นสิทธิที่ผมต้องปกป้อง แล้วมันก็มีสิทธิของท่านด้วยเหมือนกัน ซึ่งถ้าเกิดผมใส่ร้ายเขา เขาก็มีสิทธิฟ้องกลับ ถ้าเกิดเรามาเจรจากันข้างล่าง แล้วยังไง ผมถูกด่ามาปีนึง อ๋อ โอเค ยกมือขอโทษแล้วจบไป แบบนี้เหรอ มันก็ไม่ใช่ อย่างน้อยผมต้องการให้บริบทนี้มันเกิดขึ้นในสังคมด้วยเหมือนกัน ว่าทำแบบนี้ไม่ถูกต้อง ถ้าผมผิด ผมไปใส่ร้าย ก็ฟ้องกลับผมมา ก็จบแค่นั้น”
ครั้นหันมาถามเรื่องธุรกิจ ไอซ์มอนสเตอร์ ที่เขาเคยทำและหยุดไป กรรชัยบอกว่ากำลังจะกลับมาทำใหม่
“มีคนพูดถึงเยอะมาก โดยเฉพาะในทวิตเตอร์ บางทีติดเทรนด์เลยนะ เราก็รู้สึกชุ่มฉ่ำหัวใจ แล้วพอมีเรื่องของปังชา เอาตรงๆ มันก็อาจจะเป็นเบสท์พีอาร์เหมือนกันสำหรับมุมผม ตอนนี้ก็กำลังหาร้านอยู่ แล้วก็ขอบคุณจริงๆ สำหรับห้างเรียกว่าเกือบทุกห้างเลยติดต่อเข้ามาว่าอยากจะทำด้วย อยากให้พื้นที่ ต้องขอบคุณจริงๆ”
ส่วนเรื่องที่เขาให้ความช่วยเหลือ ‘น้องภูมิ’ ให้เข้ารับการผ่าตัดรักษาโรคปากแหว่งเพดานโหว่ รวมถึงช่วยปลดหนี้ให้ครอบครัว กรรชัยบอกว่า มาจากความคิดที่อยากคืนกลับให้สังคม
“เวลาที่เรารับ เราได้อะไรมาแล้ว เราควรต้องคืนให้สังคมบ้าง พอเห็นแล้วผมไม่อยากเฉย ซึ่งจะเฉยก็ได้ เพราะเดี๋ยวก็จะมีคนนั้นคนนี้เข้ามาให้ช่วย แต่ไม่อยากเฉย เลยเรียกเข้ามาคุยแม่ก็บอกว่าเขาติดหนี้อยู่ เป็นเงิน 8 หมื่น บอกไม่ต้องการอะไรจะใช้หนี้เอง แต่เขาอยากให้ช่วยในเรื่องการผ่าตัดของน้อง ในส่วนต่างของโรงพยาบาลที่เหลือ ผมก็ถามว่าหลังผ่าตัดจะทำยังไงต่อไป แม่ก็บอกรอขายบ้าน ถ้าขายไม่ได้ก็ไม่รู้จะทำยังไง เพราะเขาต้องไปขายของเอาเงินไปจ่ายหนี้นอกระบบ เพราะฉะนั้นเด็กก็ไม่มีเงินไปเรียนหนังสือ แล้วแม่ก็ต้องเป็นหนี้แบบนี้ ก็ไม่รู้ว่าเรื่องของการดูแลตัวเองอาการป่วยจะเป็นยังไง สุดท้ายผมเลยตัดสินใจใช้หนี้ให้ ตัวน้องไปผ่าตัดผมก็โอนเงินค่าผ่าตัดส่วนต่างให้ เสร็จแล้วเด็กต้องไปหาหมอเพิ่ม มีค่ากินค่าอยู่ ก็โอนไปให้อีกส่วนหนึ่ง ถ้ามีอะไรเกี่ยวกับเด็กให้มาบอก แล้วจะจัดการให้”
เขายังบอกด้วยว่ามาทราบภายหลังว่าครอบครัวของน้องได้มีการโพสต์ขอบคุณ
“จริงๆ ไม่ได้อยากให้เป็นข่าวอะไรขึ้นมา อันนี้ต้องยอมรับอย่างหนึ่งคือผมไม่สามารถช่วยทุกคนได้ พอมีข่าวมันจะมีคนวิ่งเข้ามาหาผมเยอะ มาให้ช่วย ส่งเข้ามาเยอะมาก อยากช่วยทุกคนนะ แต่อาจจะไม่ได้มีกำลังขนาดนั้น”
ทั้งนี้ เขายังบอกอีกว่าการเลือกว่าจะช่วยเคสไหนก็ไม่ได้เกณฑ์อะไรเป็นข้อกำหนด
“ไม่มีเลย ไม่ได้อยู่ที่เกณฑ์เลย อย่างเร็วๆ นี้มีเด็กคนหนึ่งไม่ได้เป็นอะไรนะ แต่น้องเป็นนักแบด อายุเท่ามายูเลย แข่งชนะที่ 2 ที่ 3 ปรากฏคุณพ่อน้องล้มแล้วเป็นผู้ป่วยติดเตียง หัวใจวาย ทุกวันนี้ก็ยังไม่ฟื้น น้องต้องย้ายออกจากโรงเรียนเก่า แล้วไม่มีโอกาสจะได้ตีแบดอีก พอผมรู้ว่าเขาขอความช่วยเหลือมา ถ้างั้นเอาน้องกลับมาเรียนที่เดิมเดี๋ยวจ่ายค่าเทอมเอง เพื่อให้น้องได้มีโอกาสจะไปตีแบด ผมมองว่าเด็กมีความสามารถ มีอนาคตที่เขาจะไปได้ ก็อยากสนับสนุน มีแค่นี้เอง ความคิดของเราแค่นั้น ตามโอกาสและความเหมาะสม”
ครั้นถามว่ามีเคสที่ไม่เข้าในเรื่องที่เขาไม่สามารถช่วยได้ไหม กรรชัยบอกเลยว่ามี
“ทำไมช่วยคนอื่นได้ ทำไมช่วยไม่ได้ ทำไมทำอย่างนั้นไม่ได้ อย่างนี้ไม่ได้ ผมขอโทษจริงๆ บางทีการจะไปช่วยคนหนึ่ง มันต้องไปดูข้อมูลให้ถ่องแท้ จริงๆ มีคนส่งมาเยอะ เราไม่สามารถที่จะไปรีเสิร์ชข้อมูลทุกคนได้ และผมก็ไม่ได้มีตังค์ขนาดนั้น มีแค่ในบางส่วนที่พอจะช่วยได้บางคน”
“ก็ขอโทษด้วย อย่าโกรธกันนะ”


